พรีวิว La Sportiva Lycan II รองเท้าวิ่งเทรลอเนกประสงค์ที่นักแข่งไว้วางใจ

Related Articles

วันนี้เรามาพรีวิวและอธิบายถึงประวัติและเทคโนโลยีต่างๆ ของรองเท้าวิ่งเทรลอเนกประสงค์จากแบรนด์ La Sportiva รุ่น Lycan II กัน รวมไปถึงความรู้สึกหลังจากการใช้งาน

พรีวิว La Sportiva Lycan II

และในพรีวิววันนี้จะมีความพิเศษ เพราะทางเราได้นำความคิดเห็นจาก พี่โจ้ “สิทธิศักดิ์ สุวรรณี” นักแข่งจากทีม La Sportiva Thailand ที่เลือกใช้ Lycan II ลงสนามแข่ง CM6 ปี 2021 ที่ผ่านมา มาแชร์ประสบการณ์ให้ทุกท่านได้รับชมกันด้วยครับ ซึ่งจะน่าสนใจเพียงใด เชิญติดตามได้เลยครับ

พี่โจ้ “สิทธิศักดิ์ สุวรรณี” นักแข่งจากทีม La Sportiva Thailand

ประวัติความเป็นมาและเทคโนโลยีสำคัญของ La Sportiva Lycan II

รองเท้าวิ่งเทรล La Sportiva ตระกูล Lycan เป็นตระกูลรองเท้าวิ่งเทรลอเนกประสงค์ที่ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 2018 ในฐานะของรองเท้าที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งฝึกซ้อมและลงแข่งขัน Skyrace ในระยะสั้นถึงกลาง

La Sportiva Lycan รุ่นแรกในปี 2018

ความรู้เพิ่มเติม

  • Lycan คือ มนุษย์ที่สามารถกลายร่างเป็นหมาป่า หรือ มนุษย์หมาป่า ซึ่งเป็นตำนานพื้นบ้านของชาวยุโรป โดยความหมายจะมีทั้ง Lycan และ Werewolf ซึ่งแตกต่างกัน โดยที่ Lycan คือ มนุษย์หมาป่า ที่สามารถกลายร่างเป็นหมาป่าได้ตามที่ใจต้องการและยังมีสตินึกคิดอยู่ แต่ Werewolf จะกลายร่างในคืนพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น ซึ่งเมื่อกลายร่างจะไร้สติและทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า
  • นอกจากนี้ ในบทภาพยนตร์บางเรื่องยังมีการกำหนดให้ผู้ที่เป็น Lycan จะเป็นผ่านทางสายเลือดเท่านั้น ซึ่งไม่ได้ถูกกัดแล้วเป็นอย่างพวก Werewolf
  • โดยทางแบรนด์ La Sportiva กำหนดให้รองเท้าวิ่งรุ่นนี้ชื่อว่า Lycan ก็เป็นเสมือนการเปรียบเปรยว่า “นักวิ่งสามารถปลดปล่อยสัญชาตญาณนักล่าได้ตามที่ใจต้องการ”

โดย La Sportiva Lycan รุ่นแรกจะออกแบบอยู่บนพื้นฐานของ “ความเรียบง่าย สวมใส่สบาย ความทนทานและการใช้งานได้จริง” ซึ่งจะมาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง Injected EVA ที่โดดเด่นในเรื่องของความทนทานในการใช้งาน ที่โฟมจะไม่เสียรูปหรือเกิดรอยยับได้ง่าย โดยมีความสูงของพื้นชั้นกลางบริเวณปลายเท้าอยู่ที่ 20 มม. และส้นเท้า 26 มม. ทำให้มี Drop อยู่ที่ 6 มม.

และมาพร้อมกับดอกยางลิขสิทธิ์เฉพาะอย่าง Frixion Blue ซึ่งเป็นดอกยางที่มีความทนทานที่สุดของแบรนด์ La Sportiva แต่ใน Lycan รุ่นแรกจะมาพร้อมกับลักษณะลายดอกยางแบบดอกยางสั้น

ดอกยาง Frixion Blue ซึ่งเป็นดอกยางที่มีความทนทานที่สุดของแบรนด์ La Sportiva แต่ใน Lycan รุ่นแรกจะมาพร้อมกับลักษณะลายดอกยางแบบดอกยางสั้น
ดอกยาง Frixion Blue เป็นดอกยางที่มีความทนทานที่สุดของแบรนด์ La Sportiva โดยที่ Frixion Red เน้นไปที่ความสมดุล และ Frixion White ดอกยางสำหรับแข่งขันที่โดดเด่นในด้านของการยึดเกาะ

โดยรวม La Sportiva Lycan รุ่นแรกเปิดตัวมาด้วยน้ำหนัก 268 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และวางจำหน่ายในราคาเพียง $115 (หรือราวๆ 4,2xx บาท ในปัจจุบัน) ทำให้หลังจากที่ Lycan รุ่นแรกวางจำหน่าย รองเท้าวิ่งเทรลคู่นี้ก็ขึ้นแท่นรองเท้าวิ่งเทรลยอดขายดีของแบรนด์ La Sportiva

จนทำให้ในปีต่อมา ทางแบรนด์ได้มีการเปิดตัว La Sportiva Blizzard GTX ซึ่งเป็นนำเอาพื้นชั้นกลางของ Lycan รุ่นแรก มาปรับเปลี่ยนหน้าผ้าให้เป็นหน้าผ้ากันน้ำ Gore-Tex แบบข้อสูงและมาพร้อมกับดอกยางตะปู เพื่อใช้งานในฤดูหนาว

La Sportiva Blizzard GTX เป็นการนำเอาพื้นชั้นกลางของ Lycan รุ่นแรก มาปรับเปลี่ยนหน้าผ้าให้เป็นหน้าผ้ากันน้ำ Gore-Tex แบบข้อสูงและมาพร้อมกับดอกยางตะปู เพื่อใช้งานในฤดูหนาว

นอกจากนี้ภายในปี 2019 ทางแบรนด์ La Sportiva ยังได้มีการเปิดตัว La Sportiva Lycan GTX ซึ่งเป็นการเปลี่ยนหน้าผ้าจากหน้าผ้าปกติให้เป็นหน้าผ้ากันน้ำ Gore-Tex รวมทั้งเปลี่ยนลักษณะลายดอกยางให้เหมาะสำหรับทางโคลนเปียกแฉะและทางทรุกันดารมากขึ้น โดยเป็นการนำลายดอกยางของตำนานตระกูล Cross กลับมาใช้อีกครั้ง

La Sportiva Lycan GTX ในปี 2019

และ La Sportiva Lycan GTX นี้เอง ที่เป็นเสมือนตัวต่อชิ้นสำคัญให้กับ La Sportiva Lycan II ในปี 2020

โดย La Sportiva Lycan II เป็นรองเท้าวิ่งเทรลรุ่นสานต่อถูกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปี 2020 ซึ่งเป็นการนำเอาหน้าผ้าและพื้นชั้นกลางของ Lycan รุ่นแรก มาติดตั้งดอกยางของ Lycan GTX ทำให้ในรุ่นที่สองนี้ ตระกูล Lycan มีความเอนกประสงค์ในการใช้งานในทางทรุกันดารมากขึ้นไปอีกขั้น

La Sportiva Lycan II ในปี 2020

และเป็น La Sportiva Lycan II ที่นักวิ่งหญิงแกร่งชาวสวีเดนอย่าง Mimmi Kotka ไว้วางใจและเลือกใช้ในสนามแข่ง UTMB ปี 2021 ในระยะ UTMB (171 กม.) ที่ผ่านมา ซึ่งเธอสามารถเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 3 ของฝ่ายหญิง

Mimmi Kotka เข้าเส้นชัยด้วยอันดับที่ 3 ในการแข่งขัน UTMB ปี 2021 กับรองเท้าวิ่งเทรล La Sportiva Lycan II

และยังมีนักวิ่งชาวไทยจำนวนไม่น้อยนำไปลงสนามแข่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ พี่โจ้ นักแข่งทีม La Sportiva Thailand ที่เลือกใช้ Lycan II ลงสนามแข่ง CM6 ปี 2021 ที่ผ่านมา

โดยพี่โจ้เองกล่าวว่า Lycan II ไม่เคยลองใช้ซ้อมเลยครับ วัดใจใส่ไปลงงานเลย 555″

สภาพ La Sportiva Lycan II ของพี่โจ้ หลังงานแข่ง CM6

ความรู้สึกหลังสัมผัสรองเท้าวิ่งเทรล La Sportiva Lycan II

พรีวิว La Sportiva Lycan II

เมื่อทราบประวัติและเทคโนโลยีที่สำคัญกันไปแล้ว เรามาพูดคุยถึงความรู้สึกหลังสวมใส่ La Sportiva Lycan II กันนะครับ โดยแบ่งประเด็นดังนี้

หน้าผ้า (Upper)

หน้าผ้าของ La Sportiva Lycan II ที่เสริมด้วยโครงไมโครไฟเบอร์ (ลักษณะคล้ายหนัง)

La Sportiva Lycan II มาพร้อมกับหน้าผ้า Mesh ระบายอากาศได้ดี ที่เสริมด้วยโครงไมโครไฟเบอร์ (ลักษณะคล้ายหนัง) รอบตัวรองเท้าและมีการเคลือบกันรอยขีดข่วน รวมทั้งยังมาพร้อมกับ TPU Toe Cap แบบแข็ง ทำให้หน้าผ้าสามารถปกป้องเท้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หน้าผ้า Mesh ระบายอากาศได้ดีของ La Sportiva Lycan II
มาพร้อมกับ TPU Toe Cap แบบแข็ง

โดยพี่โจ้ให้ความเห็นว่า “ผมเป็นคนเหงื่อออกเยอะ น้ำมักจะไหลไปกองที่รองเท้า แต่รองเท้ารุ่นนี้ เรื่องระบายน้ำถือว่าทำได้ดีเลยครับ ยิ่งตอนฝนตก ข้ามน้ำ น้ำไม่ขังในรองเท้า วิ่งไปซักพัก ก็จะเริ่มแห้งเองครับ”

“ส่วน TPU Toe Cap แบบแข็ง ช่วยปกป้องเท้าได้ดีมากครับ เวลาวิ่งแตะหิน แตะกิ่งไม้ ไม่สะท้าน ถ้าเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น Lycan II ทนทานสุดๆ ครับ”

“และในส่วนของโครงไมโครไฟเบอร์บริเวณกลางเท้า อันนี้รู้สึกว่าพอมัดเชือกแล้วมันโอบอุ้มเท้าให้อยู่ทรงดีครับ และเนื้อผ้าตรงส้นเท้าด้านใน มีความนุ่ม ไม่กัดส้นเท้า”

La Sportiva Lycan II มาพร้อมกับหน้าผ้า Mesh ระบายอากาศได้ดี ที่เสริมด้วยโครงไมโครไฟเบอร์ (ลักษณะคล้ายหนัง) รอบตัวรองเท้าและมีการเคลือบกันรอยขีดข่วน

“ในส่วนของการวิ่งระยะทางไกล ซึ่งโดยปกติ เท้าจะเริ่มขยายไปเรื่อยๆ แต่ด้วยหน้าเท้าของรองเท้าที่ให้มา กว้างพอดี ไม่แคบจนบีบเท้า ไม่กว้างจนเท้าแกว่งซ้ายขวา (พี่โจ้เป็นนักวิ่งหน้าเท้าปกติ) ทำให้วิ่ง 100 กม. ด้วยรองเท้าคู่เดียวได้สบายๆ”

ในส่วนทางเรา Running Profiles ก็ให้ความเห็นไปในทางเดียวกัน คือ หน้าผ้าระบายอากาศและระบายน้ำได้ดี แม้ว่าดูจากภายนอกจะดูไม่ค่อยระบายอากาศ แต่เนื้อผ้าจริงๆ เป็นผ้า Mesh ชั้นเดียว ที่โปร่งมาก ทำให้สามารถระบายความชื้นและความร้อนได้อย่างไม่มีปัญหา

หน้าผ้าเป็นผ้า Mesh ชั้นเดียว ที่โปร่งมาก ทำให้สามารถระบายความชื้นและความร้อนได้อย่างไม่มีปัญหา

และหน้าผ้ามีความกระชับเท้า ไม่มีอาการส้นรูดหรือหน้าผ้ากัดเท้า ลิ้นและขอบบริเวณส้นเท้ามีความหนากำลังดี (ไม่หนาและไม่บางจนเกินไป) ทำให้สวมใส่สบาย โดยในส่วนของความกว้างของหน้าเท้าจัดเป็นความกว้างแบบหน้าเท้าปกติ (Normal Volume)

ซึ่งในส่วนที่ทางเราประทับคือ ความสามารถในการปกป้องเท้าและความทนทานในการใช้งานของหน้าผ้า จาก Toe Cap แบบแข็งและโครงไมโครไฟเบอร์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในรองเท้าวิ่งเทรลที่ปกป้องเท้าได้ดีที่สุดคู่หนึ่งในตลาดเลยก็ว่าได้

พื้นชั้นกลาง (Midsole)

La Sportiva Lycan II มาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง Injected EVA ที่โดดเด่นในด้านของความทนทานในการใช้งาน

พื้นชั้นกลางของ La Sportiva Lycan II เป็นพื้นชั้นกลางที่เรียบง่าย ซึ่งเป็นพื้นโฟมวัสดุ Injected EVA ที่มีความสูงบริเวณปลายเท้า 20 มม. และส้นเท้า 26 มม. ทำให้มี Drop อยู่ที่ 6 มม.

สัญลักษณ์ Injected EVA

โดยในส่วนนี้ พี่โจ้ให้ความเห็นว่า “การวิ่งลงเขาในเส้นทางปูนจะมีความกระด้างตามความบางของพื้น สะท้านฝ่าเท้าบ้าง แต่แลกกับความคล่องตัว ตรงนี้ผมว่าคุ้มค่าครับ ระยะทำการ 70-100 กม. เอาอยู่แน่นอน”

และด้านบนของพื้นชั้นกลางบริเวณกลางเท้าจะมีการติดตั้งแผ่น Torsion เพื่อช่วยป้องกันการบิดตัวของพื้นบริเวณกลางเท้า ทำให้ตัวรองเท้ามีความเสถียรและมั่นคงมากขึ้น ส่งผลให้ในการวิ่งระยะทางไกลจะช่วยให้เส้นเอ็นบริเวณกลางเท้าไม่ทำงานหนักจนเกินไป

ในส่วนทางเรา Running Profiles หลังจากใช้งาน พบว่า พื้นชั้นกลางจัดอยู่ในกลุ่มที่เฟิร์ม แต่ไม่ได้ถึงกับเฟิร์มแข็ง โดยพื้นชั้นกลางยังสามารถยุบและช่วยรองรับแรงกระแทกได้ดี

จุดเด่นของพื้น Lycan II คือ การตอบสนองและความคล่องตัวบนเส้นทางทรุกันดาร ที่นักวิ่งสามารถเปลี่ยนทิศทางขณะวิ่งหรือหลบหินได้ตามที่ต้องการ

ซึ่งจุดเด่นจากความบางของพื้น คือ การตอบสนองและความคล่องตัวบนเส้นทางทรุกันดาร ที่นักวิ่งสามารถเปลี่ยนทิศทางขณะวิ่งหรือหลบหินได้ตามที่ต้องการ รวมทั้งการเข้าโค้งหรือออกโค้งก็เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและไม่มีความรู้สึกหน่วง

ดอกยาง (Outsole)

La Sportiva Lycan II มาพร้อมกับดอกยาง Frixion Blue ที่มีความทนทานที่สุดของแบรนด์ La Sportiva

ดอกยางของ La Sportiva Lycan II มาพร้อมกับดอกยางที่มีความทนทานที่สุดของแบรนด์ La Sportiva อย่าง Frixion Blue และใช้ลักษณะลายดอกยางสำหรับทางโคลนเปียกแฉะและทางทรุกันดาร โดยดอกยางมีความสูงอยู่ที่ 6.5 มม.

ซึ่งพี่โจ้ให้ความเห็นว่า “ช่วงแรกๆ ดอกยางค่อนข้างแข็งและลื่นบ้าง แต่พอได้นวดไป 10 กม. เริ่มรู้สึกว่าเกาะแน่นขึ้น”

“ในส่วนทางดินหนังหมู ดอกยางจิกเกาะพื้นได้ดี ทั้งขึ้นและลงเขา และในส่วนทางทรุกันดาร หินในน้ำตก มีลื่นบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องปกติของรองเท้าทุกรุ่น”

“และในงานแข่งผมเจอฝนตกหนัก ช่วงขึ้นลงห้วยตึงเฒ่าที่สภาพน้ำไหลในดิน แต่สิ่งที่ว้าวมาก คือ ด้วยความที่รองเท้าดอกยางลึกเวลาเหยียบน้ำที่ไหล น้ำไหลผ่านดอกยางไม่ล้นขึ้นมาตรงส่วนของอัพเปอร์ อันนี้ชอบมากๆ ครับ”

ดอกยางมีความสูง 6.5 มม. และมีโซนสำหรับติดตั้งสกรู สำหรับวิ่งบนหิมะในประเทศเขตหนาว
โซนสำหรับติดตั้งสกรู สำหรับวิ่งบนหิมะในประเทศเขตหนาว

ในส่วนทางเรา Running Profiles หลังจากนำไปทดสอบการยึดเกาะพื้น พบว่า ดอกยาง Frixion Blue สามารถยึดเกาะพื้นผิวแห้งได้ในระดับที่ดีมาก อยู่ในระดับเดียวกับ Vibram Megagrip แต่ยังไม่ถึงขั้นเท่ากับดอกยางที่เน้นการยึดเกาะอย่าง Frixion Red ในรุ่น Akasha และ Jackal

แต่การยึดเกาะพื้นบนพื้นผิวที่เปียกน้ำ ดอกยางค่อนข้างจะมีอาการลื่น เนื่องจากดอกยาง Frixion Blue เป็นเนื้อยางที่เน้นไปที่ความทนทานในการใช้งานประจำวันเป็นหลัก

ในส่วนการใช้งานจริง ลักษณะลายดอกยางแบบนี้ (ดอกยางสำหรับทางทรุกันดาร) เป็นดอกยางที่ช่วยเพิ่มความเสถียรให้กับรองเท้า ทำให้การวิ่งบนเส้นทางทรุกันดาร ดอกยางจะสามารถปรับตัวไปตามพื้นผิวที่ไม่เรียบได้ ส่งผลให้เท้าของนักวิ่งไม่พลิกไปมามากนัก

ลักษณะลายดอกยางแบบนี้เป็นดอกยางที่ช่วยเพิ่มความเสถียรให้กับรองเท้า ทำให้การวิ่งบนเส้นทางทรุกันดาร ดอกยางจะสามารถปรับตัวไปตามพื้นผิวที่ไม่เรียบได้

ซึ่งลักษณะลายดอกยางแบบนี้ นักแข่งในต่างประเทศส่วนใหญ่ก็เลือกใช้ในสนามแข่ง Skyrace อยู่เป็นประจำ

นอกจากนี้ ดอกยางยังมาพร้อมกับอีกหนึ่งเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์อย่าง “เทคโนโลยี Impact Brake System (IBS)” ที่ตัวเนื้อดอกยางจะมีคุณสมบัติที่สามารถช่วยลดแรงกระแทกจากการวิ่งได้ ซึ่งส่งผลช่วยลดความล้าของเอ็นและกล้ามเนื้อเท้าในการวิ่งระยะไกล

สรุปโดยรวม

พรีวิว La Sportiva Lycan II

La Sportiva Lycan II เป็นรองเท้าวิ่งเทรลอเนกประสงค์ ที่โดดเด่นในด้านของความคล่องตัวในการวิ่งบนเส้นทางทรุกันดาร ไม่ว่าจะเป็นการไต่เขา เข้าโค้ง กระโดดข้ามหิน หรือหลบหลีกอุปสรรค ก็เป็นไปได้อย่างไม่ยาก

เนื่องจากพื้นชั้นกลางที่ไม่สูงมาก ประกอบกับดอกยางสำหรับทางทรุกันดารโดยเฉพาะ ทำให้รุ่น Lycan II เป็นอีกหนึ่งรองเท้าวิ่งเทรลที่สามารถวิ่งทำความเร็วบนเส้นทางทรุกันดารได้

รวมทั้ง ด้วยความเสถียรและความสามารถในการปรับตัวไปตามพื้นผิวของดอกยางและพื้นชั้นกลาง ทำให้ข้อเท้าของนักวิ่งไม่พลิกไปมา ส่งผลให้นักวิ่งมือใหม่ก็สามารถหยิบรองเท้าวิ่งคู่นี้ไปใช้งานในเส้นทางทรุกันดารได้อย่างไม่มีปัญหา

นักวิ่งมือใหม่ก็สามารถหยิบรองเท้าวิ่งคู่นี้ไปใช้งานในเส้นทางทรุกันดารได้อย่างไม่มีปัญหา

นอกจากนี้ หน้าผ้าที่สวมใส่สบาย ระบายอากาศและน้ำได้ดี ไม่มีอาการหน้าผ้ากัดเท้า และมีความทนทานสูง ส่งผลให้ La Sportiva Lycan II มีลักษณะเป็นรองเท้า Go-to-Shoe หรือรองเท้าที่สามารถหยิบไปใช้งานได้เลย ทั้งการฝึกซ้อมประจำวันหรือใช้ในการแข่งขัน

ในส่วนระยะในการใช้งานก็ขึ้นอยู่ความคุ้นชินของนักวิ่งแต่ละท่าน ซึ่งแนะนำว่าหากเป็นนักวิ่งมือใหม่ที่ไม่คุ้นชินกับรองเท้าเฟิร์มก็แนะนำว่าเหมาะกับระยะ 50 – 70 กม. ตามที่ทางแบรนด์ La Sportiva แนะนำไว้

ในส่วนระยะในการใช้งานก็ขึ้นอยู่ความคุ้นชินของนักวิ่งแต่ละท่าน ซึ่งแนะนำว่าหากเป็นนักวิ่งมือใหม่ที่ไม่คุ้นชินกับรองเท้าเฟิร์มก็แนะนำว่าเหมาะกับระยะ 50 – 70 กม. ตามที่ทางแบรนด์ La Sportiva แนะนำไว้

แต่หากเป็นนักวิ่งที่วิ่งเป็นประจำหรือมืออาชีพก็สามารถใช้ได้ถึง 170 กม. อย่างที่ Mimmi Kotka ใช้ในสนามแข่ง UTMB

หรืออย่างพี่โจ้เอง ก็ให้ความเห็นทิ้งท้ายว่า “จริงๆ ผมชอบรุ่น Lycan II นี้ที่สุดครับ 5555 ถ้าให้วิ่ง 100 กม. ผมจะใช้คู่นี้ ไม่ก็รุ่น Karacal”

สุดท้าย ทางเราต้องบอกว่า La Sportiva Lycan II เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่วิ่งสนุกคู่หนึ่งบนเส้นทางทรุกันดาร โดยให้ความรู้สึกเสมือนกับว่าเราสามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ บนเส้นทางทรุกันดารได้อย่างเต็มที่ และไม่ต้องคิดมากในการนำไปใช้งาน

La Sportiva Lycan II เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่วิ่งสนุกคู่หนึ่งบนเส้นทางทรุกันดาร โดยให้ความรู้สึกเสมือนกับว่าเราสามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ บนเส้นทางทรุกันดารได้อย่างเต็มที่

ข้อมูลจำเพาะของ La Sportiva Lycan II

  • หน้าผ้า Mesh หุ้มโครงไมโครไฟเบอร์ (ลักษณะคล้ายหนัง) รอบตัวรองเท้า
  • มีการเคลือบกันรอยขีดข่วน
  • พื้นชั้นกลาง Injected EVA
  • ดอกยาง FriXion Blue (ดอกสูง 6.5 มม.) พร้อมเทคโนโลยี IBS
  • น้ำหนัก: 305 กรัม ในไซส์ 42EU ชาย และ 270 กรัม ในไซส์ 38EU หญิง
  • น้ำหนักที่ชั่งจริง: 339 กรัม ในไซส์ 45EU ชาย (ชั่งจริง) ซึ่งเป็นไซส์เดียวกับเบอร์ 10.5US ของแบรนด์ Hoka One One
  • Offset: 6 มม. (ปลายเท้าสูง 20 มม. และส้นเท้าสูง 26 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าแบบ Normal Volume (หน้าเท้าปกติของแบรนด์ La Sportiva)
  • ราคา: 4,450 บาท
พรีวิว La Sportiva Lycan II

และในบทความพรีวิวนี้ต้องขอขอบคุณทาง La Sportiva Thailand ที่ส่งรองเท้าวิ่งเทรล La Sportiva Lycan II มาให้ทางเราทดสอบกัน และต้องขอขอบคุณ พี่โจ้ “สิทธิศักดิ์ สุวรรณี” ที่ให้ความคิดเห็นจากประสบการณ์ที่นำไปลงแข่งจริงเกี่ยวกับรองเท้าวิ่งคู่นี้ด้วยนะครับ

และในส่วนของวิดีโอรีวิวผ่าเต็มๆ จะออกมากันอีกทีนะครับ

ย้ำกันอีกครั้งว่า ณ ตอนนี้ทางแบรนด์ La Sportiva ประเทศไทยมี Facebook กลุ่มแล้วนะครับ ท่านใดที่สนใจสามารถกดเข้าร่วมกลุ่มได้ที่นี่เลยครับ

หวังว่าบทความนี้เป็นจะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่งหรือผู้ที่สนใจในการวิ่งหลาย ๆ ท่าน ขอให้วิ่งให้สนุกครับ สามารถติดตาม Running Profiles ได้ทั้งใน

More on this topic

Popular stories

Training Plan