New Balance ตระกูล Fresh Foam ปี 2021 มีรุ่นอะไรบ้าง และแต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้งานอะไร?

Related Articles

New Balance ตระกูล Fresh Foam ถือได้ว่าเป็นตระกูลรองเท้าวิ่งที่มุ่งเน้นไปที่ความนุ่ม การรองรับแรงกระแทกและความสบายในการสวมใส่เป็นหลักของแบรนด์ New Balance ที่ในปัจจุบันมีหลายรุ่น หลายรหัส ตามวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน

ฉะนั้น วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยกันนะครับกับคำถามที่ว่า รองเท้าวิ่ง New Balance ตระกูล Fresh Foam ปี 2021 มีรุ่นอะไรบ้าง? และแต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้งานอะไร? เชิญติดตามได้เลยครับ

ปล. นักวิ่งท่านใดที่ยังไม่ทราบถึงประวัติความเป็นมาของรองเท้าวิ่ง New Balance ตระกูล Fresh Foam ตำนานรองเท้าวิ่งมหาชน หรือ ความหมายของตัวเลขในชื่อรุ่นของแบรนด์ New Balance สามารถเข้าไปอ่านประวัติได้ที่นี่เลยครับ

New Balance ตระกูล Fresh Foam ในปี 2021

รองเท้าวิ่ง New Balance ตระกูล Fresh Foam ในปี 2021 สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักดังต่อไปนี้

1. Performance Lineup

รองเท้าวิ่ง New Balance ตระกูล Fresh Foam ในกลุ่ม Performance Lineup จะมุ่งเน้นไปที่นักวิ่งที่ต้องการรองเท้าวิ่งสำหรับนำมาใช้ซ้อมวิ่งอย่างจริงจัง เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเอง ซึ่งรองเท้าวิ่งในกลุ่มนี้รุ่นใหม่ทุกรุ่นจะมาพร้อมกับพื้นชั้นกลางประสิทธิภาพสูงอย่าง Fresh Foam X

โดย ณ เวลานี้ มีทั้งหมด 7 รุ่นหลัก ซึ่งสามารถแบ่งตามประเภทรองเท้าวิ่งได้ดังนี้

แผนผัง Fresh Foam Performance Lineup

2. Lifestyle & Walking Lineup

รองเท้าวิ่ง New Balance ตระกูล Fresh Foam ในกลุ่ม Lifestyle & Walking Lineup จะมุ่งเน้นไปที่การใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น การใส่เดิน ใส่เที่ยว หรือการใส่จ๊อกกิ้งเบา ๆ ซึ่งรองเท้าวิ่งในกลุ่มนี้จะมาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง Fresh Foam รุ่นเริ่มต้น

โดย ณ เวลานี้ มีทั้งหมด 11 รุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีรูปร่างลักษณะภายนอกของรองเท้าที่แตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล แต่มีวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่เหมือนกัน คือ “การใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน” ซึ่งมีดังนี้

ต่อจากนี้คือ รายละเอียดของทุกรุ่น

แผนผัง Fresh Foam Lifestyle & Walking Lineup

Performance Lineup

รองเท้าวิ่ง New Balance ตระกูล Fresh Foam ในกลุ่ม Performance Lineup จะมุ่งเน้นไปที่นักวิ่งที่ต้องการรองเท้าวิ่งสำหรับนำมาใช้ซ้อมวิ่งอย่างจริงจัง เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเอง

New Balance Fresh Foam 880v11

New Balance Fresh Foam 880v11 เป็นรองเท้าวิ่งสำหรับซ้อมวิ่งทั่วไป (Daily Trainers) สำหรับนักวิ่งเท้าปกติ (Neutral Foot) โดยตระกูล 880 ถือได้ว่าเป็นตำนานรองเท้าวิ่งอีกหนึ่งรุ่น ที่ถูกผลิตมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งในแต่ละรุ่นที่ออกมาในแต่ละปีก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากสำนักรีวิวในต่างประเทศมาโดยตลอด

ตระกูล 880 ถือได้ว่าเป็นตำนานรองเท้าวิ่งอีกหนึ่งรุ่น ที่ถูกผลิตมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2011

ซึ่งในปี 2020 ที่ผ่านมา ทางแบรนด์ New Balance เลือกที่จะนำเอาตระกูล 880 ย้ายเข้ามาสู่ครอบครัว Fresh Foam โดย New Balance Fresh Foam 880v10 ถือเป็นรุ่นแรกของตระกูลที่ใช้พื้นชั้นกลาง Fresh Foam X

และในปี 2021 นี้ ทางแบรนด์ New Balance ได้ส่งรุ่นปรับปรุงของตระกูล 880 อย่าง New Balance Fresh Foam 880v11 ที่ในครั้งนี้มีการปรับปรุงในส่วนของหน้าผ้าเป็นหลัก

(ซ้าย) New Balance Fresh Foam 880v10 และ (ขวา) New Balance Fresh Foam 880v11

โดยหน้าผ้าจะถูกเปลี่ยนจากหน้าผ้า Hypoknit ให้เป็นหน้าผ้าทอแบบ Jacquard สองชั้น เพื่อช่วยเพิ่มความนุ่มสบายขณะสวมใส่ และบริเวณ Heel Counter ที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้แก่รองเท้ายังมีการลดขนาดของพลาสติกลงครึ่งหนึ่ง เพื่อให้รองเท้ามีน้ำหนักที่เบามากยิ่งขึ้น

(ซ้าย) New Balance Fresh Foam 880v10 และ (ขวา) New Balance Fresh Foam 880v11

ในส่วนของพื้นชั้นกลางยังคงมาพร้อมกับพื้นโฟม Fresh Foam X ที่ด้านบน (Top Sole) จะมีการเสริมโฟมที่มีความนุ่มกว่า เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการรองรับแรงแทก และแม้ว่าจะมีหน้าตาของพื้นชั้นกลางที่ไม่แตกต่างจากในรุ่น 880v10 แต่สำนักรีวิวในต่างประเทศกลับให้ความเห็นว่า “ในรุ่น 880v11 มีความนุ่มของพื้นโฟมบริเวณด้านบนที่มากกว่าในรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด”

ในรุ่น 880v11 มีความนุ่มของพื้นโฟมบริเวณด้านบน (โฟมสีดำ) ที่มากกว่าในรุ่นเดิม

และในส่วนของลักษณะลายดอกยางและวัสดุจะยังคงใช้ดอกยาง Blown Rubber ที่เหมือนกับในรุ่น 880v10 ของปีที่ผ่านมา

โดยรวม New Balance Fresh Foam 880v11 จะมีน้ำหนักที่ลดลงมาจากรุ่นเดิมกว่า 15 กรัม เมื่อเทียบรายละเอียดกับรุ่น 880v10 จะได้ดังนี้

  • New Balance Fresh Foam 880v10 มีน้ำหนักอยู่ที่ 290 กรัม โดยมีความสูงของพื้นบริเวณปลายเท้าสูง 22 มม. และส้นเท้าสูง 32 มม. (Drop: 10 มม.)
  • New Balance Fresh Foam 880v11 มีน้ำหนักอยู่ที่ 275 กรัม โดยมีความสูงของพื้นบริเวณปลายเท้าสูง 22 มม. และส้นเท้าสูง 32 มม. (Drop: 10 มม.)

ข้อมูลจำเพาะของ New Balance Fresh Foam 880v11

  • หน้าผ้า Double Jacquard Mesh
  • พื้นชั้นกลาง Fresh Foam X
  • ดอกยาง Blown Rubber
  • น้ำหนัก: 275 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 243 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • Offset: 10 มม. (ปลายเท้าสูง 22 มม. และส้นเท้าสูง 32 มม.)
  • มีหน้าเท้าปกติ (D), หน้ากว้าง (2E) และ หน้ากว้างพิเศษ (4E)
  • ราคา: 4,290 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

New Balance Fresh Foam 1080v11

New Balance Fresh Foam 1080v11 เป็นรองเท้าวิ่งสำหรับซ้อมวิ่งทั่วไป (Daily Trainers) ระดับพรีเมี่ยม สำหรับนักวิ่งเท้าปกติ (Neutral Foot) โดยตระกูล 1080 ถือได้ว่าเป็นรองเท้าวิ่งเก่าแก่อีกหนึ่งรุ่น ที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 10 ปี

ตระกูล 1080 ถือได้ว่าเป็นรองเท้าวิ่งเก่าแก่อีกหนึ่งรุ่น ที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2011

ซึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง คงจะหนีไม่พ้นกับรุ่น Fresh Foam 1080v10 ในปี 2020 ที่เป็นรองเท้าวิ่งรุ่นแรกของแบรนด์ New Balance ที่มาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง Fresh Foam X และได้รับเสียงชื่นชมจากสำนักรีวิวในต่างประเทศเป็นอย่างมาก

และในปี 2021 นี้ ทางแบรนด์ New Balance ได้ส่งรุ่นปรับปรุงของตระกูล 1080 อย่าง New Balance Fresh Foam 1080v11 ที่ในครั้งนี้มีการปรับปรุงเล็กน้อยในส่วนของลวดลายของหน้าผ้าและลวดลายการฉลุโฟมของพื้นชั้นกลาง

(ซ้าย) New Balance Fresh Foam 1080v10 และ (ขวา) New Balance Fresh Foam 1080v11

โดยในส่วนของหน้าผ้าจะมีการปรับเปลี่ยนลวดลายให้ดูมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นและมีการทอหน้าผ้าให้บางลงกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ยังคงใช้วัสดุหน้าผ้า Hypoknit ที่สามารถยืดได้และเข้ารูปตามลักษณะเท้าของนักวิ่งเหมือนกับในรุ่น 1080v10 และในส่วน Heel Counter จะมีการปรับปรุงให้โอบกระชับส้นเท้าได้ดีกว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย ซึ่งทางแบรนด์ New Balance เรียกว่า “Ultra Heel”

(ซ้าย) New Balance Fresh Foam 1080v10 และ (ขวา) New Balance Fresh Foam 1080v11

ในส่วนของพื้นชั้นกลางยังคงใช้พื้นชั้นกลาง Fresh Foam X และองศาแบบเดียวกับรุ่น 1080v10 แต่ทางแบรนด์ New Balance มีการปรับเปลี่ยนลวดลายการฉลุด้วยเลเซอร์บริเวณพื้นชั้นกลางจากรูปทรงจุดกลมไปเป็นรูปทรงหกเหลี่ยมแบบรังผึ้งแทน

(บน) New Balance Fresh Foam 1080v10 และ (ล่าง) New Balance Fresh Foam 1080v11

และแม้ว่าทางแบรนด์ New Balance จะไม่มีการประกาศออกว่ามีการปรับแต่งสูตรโฟมใหม่ แต่สำนักรีวิวในต่างประเทศกลับให้ความคิดเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า “พื้นชั้นกลางของ New Balance Fresh Foam 1080v11 มีความนุ่มที่เพิ่มขึ้นกว่ารุ่นเดิมอย่างรู้สึกได้ โดยเฉพาะบริเวณปลายเท้า”

และในส่วนของลักษณะลายดอกยางและวัสดุจะยังคงใช้ดอกยาง Blown Rubber ที่เหมือนกับในรุ่น 1080v10 ของปีที่ผ่านมา

โดยรวม New Balance Fresh Foam 1080v11 จะมีน้ำหนักที่ลดลงมาจากรุ่นเดิมเพียงเล็กน้อยประมาณ 6 กรัม เมื่อเทียบรายละเอียดกับรุ่น 1080v10 จะได้ดังนี้

  • New Balance Fresh Foam 1080v10 มีน้ำหนักอยู่ที่ 269 กรัม โดยมีความสูงของพื้นบริเวณปลายเท้าสูง 22 มม. และส้นเท้าสูง 30 มม. (Drop: 8 มม.)
  • New Balance Fresh Foam 1080v11 มีน้ำหนักอยู่ที่ 263 กรัม โดยมีความสูงของพื้นบริเวณปลายเท้าสูง 22 มม. และส้นเท้าสูง 30 มม. (Drop: 8 มม.)

ข้อมูลจำเพาะของ New Balance Fresh Foam 1080v11

  • หน้าผ้า Hypoknit
  • พื้นชั้นกลาง Fresh Foam X
  • ดอกยาง Blown Rubber
  • น้ำหนัก: 263 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 230 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 22 มม. และส้นเท้าสูง 30 มม.)
  • มีหน้าเท้าปกติ (D), หน้ากว้าง (2E) และ หน้ากว้างพิเศษ (4E)
  • ราคา: 5,490 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

New Balance Fresh Foam More v3

New Balance Fresh Foam More v3 เป็นรองเท้าวิ่งสำหรับซ้อมวิ่งทั่วไป (Daily Trainers) ระดับพรีเมี่ยม สำหรับนักวิ่งเท้าปกติ (Neutral Foot) อีกหนึ่งรุ่น

โดยตระกูล Fresh Foam More ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 ในฐานะของรองเท้าวิ่งที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการวิ่งระยะไกลโดยเฉพาะและเหมาะสำหรับนักวิ่งที่ต้องการรองเท้าวิ่งที่ช่วยรองรับแรงกระแทกและมีความนุ่มที่มากที่สุด

ตระกูล Fresh Foam More ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 2019

ซึ่งต่อมาในปี 2020 ทางแบรนด์ New Balance ได้เปิดตัวรุ่นสานต่อที่เป็นการยกเครื่องใหม่ทั้งหมดของตระกูล Fresh Foam More อย่างรุ่น Fresh Foam More v2 ซึ่งเป็นรุ่นแรกของตระกูลที่มาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง Fresh Foam X

และในปี 2021 นี้ ทางแบรนด์ New Balance ก็ได้ทำการยกเครื่องของตระกูล Fresh Foam More ใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง

(ซ้าย) New Balance Fresh Foam More v2 และ (ขวา) New Balance Fresh Foam More v3

โดย New Balance Fresh Foam More v3 จะมาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง Fresh Foam X ที่มีการเพิ่มความหนาของพื้นโฟมจากรุ่น Fresh Foam More v2 อีก 3 มม. เพื่อเพิ่มความนุ่มและการรองรับแรงกระแทกที่ดีขึ้น รวมทั้งมีการเพิ่มความกว้างของพื้นชั้นกลาง เพื่อช่วยให้รองเท้ามีความเสถียรและมั่นคงมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนลวดลายการฉลุด้วยเลเซอร์บริเวณพื้นชั้นกลางจากรูปทรงจุดกลมไปเป็นรูปทรงหกเหลี่ยมแบบรังผึ้งแทน

(บน) New Balance Fresh Foam More v2 และ (ล่าง) New Balance Fresh Foam More v3

ในส่วนของหน้าผ้าจะมีการปรับเปลี่ยนรูปทรงและลวดลายให้ดูมีความเรียบง่ายและทันสมัยมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงใช้หน้าผ้า Engineered Mesh ที่มีความนุ่มและยืดหยุ่นได้เล็กน้อย รวมทั้งมาพร้อมกับลิ้นรองเท้าที่บุโฟมที่หนากำลังดี

โดยสำนักรีวิวในต่างประเทศถึงกับให้ความเห็นว่า New Balance Fresh Foam More v3 เป็นหนึ่งในรองเท้าวิ่งที่มีหน้าผ้าที่ดีที่สุดในตลาดคู่หนึ่ง ซึ่งเวลาสวมใส่แล้วให้ความสบายและกระชับไปกับเท้า เหมือนกับหายไปจากเท้าขณะวิ่งเลยทีเดียว”

และในส่วนของลักษณะลายดอกยางจะมีการออกแบบใหม่ให้เป็นการติดดอกยางเฉพาะจุดที่สำคัญ แทนที่การถมพื้นเต็มแบบในรุ่น Fresh Foam More v2 เพื่อช่วยลดน้ำหนักของรองเท้า

โดยรวม New Balance Fresh Foam More v3 จะมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาจากรุ่นเดิมประมาณ 13 กรัม เมื่อเทียบรายละเอียดกับรุ่น Fresh Foam More v2 จะได้ดังนี้

  • New Balance Fresh Foam More v2 มีน้ำหนักอยู่ที่ 271 กรัม โดยมีความสูงของพื้นบริเวณปลายเท้าสูง 26 มม. และส้นเท้าสูง 30 มม. (Drop: 4 มม.)
  • New Balance Fresh Foam More v3 มีน้ำหนักอยู่ที่ 284 กรัม โดยมีความสูงของพื้นบริเวณปลายเท้าสูง 29 มม. และส้นเท้าสูง 33 มม. (Drop: 4 มม.)

ข้อมูลจำเพาะของ New Balance Fresh Foam More v3

  • หน้าผ้า Engineered Mesh
  • พื้นชั้นกลาง Fresh Foam X
  • ดอกยาง Blown Rubber
  • น้ำหนัก: 284 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 246 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • Offset: 4 มม. (ปลายเท้าสูง 29 มม. และส้นเท้าสูง 33 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ
  • ราคา: $165 (หรือประมาณ 5,1xx บาท มีกำหนดการวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม ปี 2021 นี้)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

New Balance Fresh Foam 860v11

New Balance Fresh Foam 860v11 เป็นรองเท้าวิ่งสำหรับซ้อมวิ่งทั่วไป (Daily Trainers) สำหรับนักวิ่งเท้าแบน (Overpronators) โดยตระกูล 860 ถือได้ว่าเป็นรองเท้าวิ่งเก่าแก่อีกหนึ่งรุ่น ที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 10 ปี และเป็นหนึ่งในรองเท้าวิ่งที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักวิ่งเท้าแบนในต่างประเทศ

โดยตระกูล 860 ถือได้ว่าเป็นรองเท้าวิ่งเก่าแก่อีกหนึ่งรุ่น ที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 10 ปี

ซึ่ง New Balance Fresh Foam 860v11 วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2020 ฉะนั้นจึงสามารถนับได้ว่า New Balance Fresh Foam 860v11 เป็นรองเท้าวิ่งของปี 2021 ซึ่งเป็นการปรับปรุงใหม่จากรุ่น 860v10

(ซ้าย) New Balance Fresh Foam 860v10 และ (ขวา) New Balance Fresh Foam 860v11

โดย New Balance Fresh Foam 860v11 ยังคงแนวคิดพื้นชั้นกลางสองส่วนที่เหมือนกับในรุ่น 860v10 ซึ่งพื้นชั้นกลางส่วนบนจะเป็นโฟมที่มีความนุ่มและรองรับแรงกระแทกได้ดี และพื้นชั้นกลางส่วนล่างจะเป็นโฟมที่มีความแข็งกว่า เพื่อช่วยเพิ่มความเสถียรและความมั่นคงให้แก่รองเท้า นอกจากยังมีการเสริมโฟมแข็งใต้บริเวณอุ้งเท้าด้านใน (หรือ Medial Post) เพื่อช่วยแก้อาการเท้าล้มในนักวิ่งเท้าแบน

(บน) New Balance Fresh Foam 860v10 และ (ล่าง) New Balance Fresh Foam 860v11

และสิ่งที่ New Balance Fresh Foam 860v11 พัฒนาขึ้นจากรุ่น 860v10 อยู่ในส่วนของพื้นชั้นกลางส่วนบนที่ในครั้งนี้จะใช้โฟม Fresh Foam X เข้ามาแทนที่พื้นโฟม TruFuse ซึ่งถือได้ว่าเป็นรุ่นแรกของตระกูล 860 ที่มาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง Fresh Foam X

ในส่วนของหน้าผ้าจะมีการปรับปรุงในส่วนของรูปทรงใหม่ทั้งหมด โดยมาพร้อมกับหน้าผ้า Engineered Mesh ที่บริเวณ Heel Counter ใช้การออกแบบที่เรียกว่า Ultra Heel ซึ่งเหมือนกับในรุ่น 1080v11 เพื่อช่วยเพิ่มความกระชับและลดการเสียดสีบริเวณเอ็นร้อยหวายที่เคยเกิดขึ้นในรุ่น 860v10

(ซ้าย) New Balance Fresh Foam 860v10 และ (ขวา) New Balance Fresh Foam 860v11

และในส่วนของดอกยางจะใช้ดอกยางที่ทำมาจากวัสดุ Blown Rubber ที่เหมือนกับในรุ่นเดิม แต่จะมีการปรับปรุงลักษณะลายดอกยางให้บริเวณอุ้งเท้าด้านในเป็นอิสระจากพื้นยางส่วนอื่นมากยิ่งขึ้น

(ซ้าย) New Balance Fresh Foam 860v10 และ (ขวา) New Balance Fresh Foam 860v11

โดยรวม New Balance Fresh Foam 860v11 จะมีน้ำหนักที่ลดลงมาจากรุ่นเดิมประมาณ 11 กรัม เมื่อเทียบรายละเอียดกับรุ่น 860v10 จะได้ดังนี้

  • New Balance Fresh Foam 860v10 มีน้ำหนักอยู่ที่ 335 กรัม โดยมีความสูงของพื้นบริเวณปลายเท้าสูง 21 มม. และส้นเท้าสูง 31 มม. (Drop: 10 มม.)
  • New Balance Fresh Foam 860v11 มีน้ำหนักอยู่ที่ 324 กรัม โดยมีความสูงของพื้นบริเวณปลายเท้าสูง 21 มม. และส้นเท้าสูง 31 มม. (Drop: 10 มม.)

ข้อมูลจำเพาะของ New Balance Fresh Foam 860v11

  • หน้าผ้า Engineered Mesh
  • พื้นชั้นกลาง Fresh Foam X + มีการเสริมโฟมแข็งบริเวณอุ้งเท้าด้านใน (Medial Post)
  • ดอกยาง Blown Rubber
  • น้ำหนัก: 324 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 272 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • Offset: 10 มม. (ปลายเท้าสูง 21 มม. และส้นเท้าสูง 31 มม.)
  • มีหน้าเท้าปกติ (D), หน้ากว้าง (2E) และ หน้ากว้างพิเศษ (4E)
  • ราคา: 4,590 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

New Balance Fresh Foam Vongo v4

New Balance Fresh Foam Vongo v4 เป็นรองเท้าวิ่งสำหรับซ้อมวิ่งทั่วไป (Daily Trainers) สำหรับนักวิ่งเท้าแบน (Overpronators)

New Balance Fresh Foam Vongo รุ่นแรกถูกเปิดตัวในปี 2016 ภายใต้แนวคิดการแก้เท้าล้มแบบใหม่ที่เลือกที่จะละทิ้งการเสริมอุ้งเท้า (หรือ Medial Post) แบบเก่าไป

New Balance Fresh Foam Vongo รุ่นแรกถูกเปิดตัวในปี 2016

โดย New Balance Fresh Foam Vongo จะแก้อาการเท้าล้มในนักวิ่งเท้าแบนโดยใช้การฉลุขอบโฟมด้านนอกเพียงด้านเดียว และแบ่งพื้นและดอกยางออกเป็น 2 ฝั่ง เพื่อให้โฟมด้านนอกสามารถยุบตัวได้มากเป็นพิเศษ ซึ่งผลของการออกแบบลักษณะนี้จะทำให้เท้าของนักวิ่งเอียงอยู่ในรองเท้าขณะวิ่งตลอดเวลา

New Balance Fresh Foam Vongo v4

ซึ่ง New Balance Fresh Foam Vongo วางจำหน่ายออกมาได้ 4 ปี จนกระทั่งในปี 2019 New Balance Fresh Foam Vongo v4 คือรุ่นล่าสุดที่ถูกผลิตออกมา และยังคงวางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรทางแบรนด์ New Balance ยังไม่มีข่าวออกมาว่าจะมีการปรับปรุงรุ่นใหม่ออกมาในปี 2021 นี้หรือไม่?

โดย New Balance Fresh Foam Vongo v4 จะมาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง Fresh Foam รุ่นดั้งเดิม และในส่วนของหน้าผ้าจะใช้หน้าผ้า Engineered Mesh ที่บริเวณข้อเท้าจะมีการเสริมผ้า Knit นุ่ม เพื่อช่วยเพิ่มความกระชับ และบริเวณ Heel Counter จะมีการเสริมพลาสติกแข็ง เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นคงบริเวณส้นเท้า

และในส่วนของดอกยางจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนบริเวณอุ้งเท้าด้านใน ที่จะใช้ดอกยางที่มีความแข็งกว่า เพื่อจำกัดการยืดหยุ่นของพื้นโฟม และส่วนด้านข้างเท้าจะเป็นดอกยางที่มีความนุ่มกว่า เพื่อช่วยให้พื้นโฟมสามารถยุบตัวได้ง่ายขึ้น

ข้อมูลจำเพาะของ New Balance Fresh Foam Vongo v4

  • หน้าผ้า Engineered Mesh
  • พื้นชั้นกลาง Fresh Foam
  • ดอกยาง Two-Piece Rubber
  • น้ำหนัก: 305 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 257 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • Offset: 4 มม. (ปลายเท้าสูง 25 มม. และส้นเท้าสูง 29 มม.)
  • มีทั้งหน้าเท้าปกติ (D) และหน้ากว้าง (2E)
  • ราคา: $139.99 (หรือประมาณ 4,3xx บาท)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

New Balance Fresh Foam Beacon v3

New Balance Fresh Foam Beacon v3 เป็นรองเท้าวิ่งสำหรับซ้อมทำความเร็ว (Lightweight Trainers) สำหรับนักวิ่งเท้าปกติ (Neutral Foot)

โดยตระกูล Fresh Foam Beacon ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 2018 ในฐานะของรองเท้าวิ่งที่เข้ามารับช่วงต่อแทนรุ่น Fresh Foam Boracay ที่เคยเป็นถึงรองเท้า Fresh Foam รุ่นแรก

ตระกูล Fresh Foam Beacon ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 2018

ความรู้เพิ่มเติม ชื่อ Beacon อ่านออกเสียงว่า บี-ค่อน โดยมีความหมายว่า ไฟสัญญาณหรือคบเพลิง ซึ่งคาดว่าทางแบรนด์ New Balance ต้องการสื่อถึง “แสงของคบเพลิงแห่งชัยชนะ” นั่นเอง

ซึ่งเอกลักษณ์เด่นของตระกูล Beacon ทุกรุ่นจะอยู่ที่น้ำหนักของรองเท้าที่เบาและพื้นชั้นกลางที่มีความนุ่มเพียงพอที่จะไม่ทำให้เท้าของนักวิ่งเกิดอาการล้าได้ง่าย จึงทำให้ตระกูล Beacon ได้รับคำชมจากสำนักรีวิวในต่างประเทศว่าเป็นรองเท้าวิ่งเอนกประสงค์ที่สามารถใช้ได้ทั้งซ้อมวิ่งประจำวันไปจนถึงซ้อมวิ่งทำความเร็ว

โดยรุ่นล่าสุดของตระกูล Beacon ถูกเปิดตัวในปี 2020 ในชื่อรุ่น New Balance Fresh Foam Beacon v3 ซึ่งเป็นการปรับปรุงและยกระดับตระกูล Beacon ขึ้นไปอีกขั้นด้วยวัสดุพื้นชั้นกลาง Fresh Foam X

(ซ้าย) New Balance Fresh Foam Beacon v2 และ (ขวา) New Balance Fresh Foam Beacon v3

ซึ่งพื้นชั้นกลาง Fresh Foam X ทำให้ New Balance Fresh Foam Beacon v3 ตอบสนองและส่งแรงได้ดีขึ้นกว่าในรุ่น Fresh Foam Beacon v2 รวมทั้งมีความนุ่มที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนลวดลายขอบของพื้นชั้นกลางจากรูปทรงหกเหลี่ยมให้กลายมาเป็นรูปทรงโวโรนอย (Voronoi Patterns) ที่สามารถพบได้ในสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ ซึ่งทางแบรนด์ New Balance อธิบายว่า “รูปทรงโวโรนอยจะมีความยืดหยุ่นที่มากกว่ารูปทรงหกเหลี่ยม ซึ่งช่วยให้พื้นชั้นกลางเข้ารูปกับลักษณะการลงเท้าและช่วยเสริมประสิทธิภาพการส่งแรงของนักวิ่งได้ดียิ่งขึ้น”

(บน) New Balance Fresh Foam Beacon v2 และ (ล่าง) New Balance Fresh Foam Beacon v3

ในส่วนของหน้าผ้ายังคงใช้หน้าผ้า Engineered Mesh น้ำหนักเบาและระบายอากาศได้ดี ซึ่งมีการปรับปรุงในส่วนของรูปทรงและลวดลายให้ดูมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น

และในส่วนของดอกยางจะเป็นการเปิดพื้นโฟมให้เห็นถึงพื้นชั้นกลาง เพื่อช่วยลดน้ำหนักของรองเท้าให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตามทางแบรนด์ New Balance กล่าวว่านี้ไม่ใช่การเปิดพื้นโฟมแบบทั่วไป แต่เป็นเทคโนโลยีที่เรียกว่า Ground Contact Fresh Foam ซึ่งเป็นพื้นโฟมที่สามารถเกาะพื้นและมีความทนทานที่เพียงพอในการใช้งาน

นอกจากนี้ยังมีการเสริมดอกยาง Blown Rubber เฉพาะจุดที่สำคัญเท่านั้น เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการเกาะพื้นและเพิ่มความทนทานในการใช้งาน

โดยรวม New Balance Fresh Foam Beacon v3 จะมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาจากรุ่นเดิมประมาณ 14 กรัม เมื่อเทียบรายละเอียดกับรุ่น Fresh Foam Beacon v2 จะได้ดังนี้

  • New Balance Fresh Foam Beacon v2 มีน้ำหนักอยู่ที่ 207 กรัม โดยมีความสูงของพื้นบริเวณปลายเท้าสูง 20 มม. และส้นเท้าสูง 26 มม. (Drop: 6 มม.)
  • New Balance Fresh Foam Beacon v3 มีน้ำหนักอยู่ที่ 221 กรัม โดยมีความสูงของพื้นบริเวณปลายเท้าสูง 20 มม. และส้นเท้าสูง 26 มม. (Drop: 6 มม.)

ข้อมูลจำเพาะของ New Balance Fresh Foam Beacon v3

  • หน้าผ้า Engineered Mesh
  • พื้นชั้นกลาง Fresh Foam X
  • ดอกยาง Ground Contact Fresh Foam + Blown Rubber
  • น้ำหนัก: 221 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 201 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • Offset: 6 มม. (ปลายเท้าสูง 20 มม. และส้นเท้าสูง 26 มม.)
  • มีทั้งหน้าเท้าปกติ (D) และหน้ากว้าง (2E)
  • ราคา: 4,490 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

New Balance Fresh Foam Tempo

New Balance Fresh Foam Tempo เป็นรองเท้าวิ่งสำหรับซ้อมทำความเร็ว (Lightweight Trainers) สำหรับนักวิ่งเท้าปกติ (Neutral Foot)

โดย New Balance Fresh Foam Tempo ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 2020 ในฐานะของรองเท้าวิ่งที่เข้ามาสานต่อหน้าที่แทนรองเท้าวิ่งที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากคู่หนึ่งของแบรนด์อย่างตระกูล Fresh Foam Zante

New Balance Fresh Foam Tempo ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 2020 ในฐานะของรองเท้าวิ่งที่เข้ามาสานต่อหน้าที่แทนตระกูล Fresh Foam Zante

ซึ่งเอกลักษณ์เด่นของตระกูล Fresh Foam Zante ทุกรุ่นทุกสมัยจะอยู่ที่การเป็นรองเท้าวิ่งสำหรับซ้อมทำความเร็วเอนกประสงค์ที่สามารถใช้ซ้อมและแข่งได้ในคู่เดียว โดยมีน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษและสามารถทำความเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีราคาที่นักวิ่งทุกคนสามารถเข้าถึงได้

โดยการยกระดับตระกูล Fresh Foam Zante ให้กลายมาเป็น Fresh Foam Tempo จะเป็นการยกเครื่องใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะมาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง Fresh Foam X

(ซ้าย) New Balance Fresh Foam Zante Pursuit และ (ขวา) New Balance Fresh Foam Tempo

ซึ่งทางแบรนด์ New Balance กล่าวว่า “พื้นชั้นกลาง Fresh Foam X ทำให้ New Balance Fresh Foam Tempo มี Energy Return ที่สูงขึ้นกว่าในรุ่น Fresh Foam Zante Pursuit ถึง 16 เปอร์เซ็นต์ และมีปริมาณโฟมที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมถึง 13.5 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้มีความนุ่มที่เพิ่มขึ้น”

(บน) New Balance Fresh Foam Zante Pursuit และ (ล่าง) New Balance Fresh Foam Tempo

ในส่วนของหน้าผ้าจะถูกเปลี่ยนไปใช้หน้าผ้า Hypoknit ที่มีความนุ่มและมีการเสริมแผ่นพลาสติกบริเวณ Heel Counter เพื่อช่วยเพิ่มความเสถียรและมั่นคงให้แก่รองเท้า

(ซ้าย) New Balance Fresh Foam Zante Pursuit และ (ขวา) New Balance Fresh Foam Tempo

นอกจากนี้ในส่วนของหน้าผ้ายังมีการสกรีนยางบริเวณปลายเท้า ซึ่งเป็นการดึงเอาเอกลักษณ์ของ Fresh Foam Zante รุ่นแรกจากยุคยุทธการพลิกเกมในปี 2014 มาใช้ เพื่อให้หน้าผ้ามีความกระชับและไม่ยืดออกมากจนเกินไป

(ซ้าย) New Balance Fresh Foam Zante รุ่นแรก และ (ขวา) New Balance Fresh Foam Tempo

และในส่วนของลักษณะลายดอกยางจะมีการออกแบบใหม่ให้เป็นครอบคลุมเฉพาะบริเวณปลายเท้าและส้นเท้า ซึ่งจะเปิดพื้นบริเวณกลางเท้าไว้แทนที่การถมพื้นเต็มแบบในรุ่น Fresh Foam Zante Pursuit เพื่อช่วยลดน้ำหนักของรองเท้า

โดยรวม New Balance Fresh Foam Tempo จะมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาจากรุ่นเดิมประมาณ 32 กรัม เมื่อเทียบรายละเอียดกับรุ่น Fresh Foam Zante Pursuit จะได้ดังนี้

  • New Balance Fresh Foam Zante Pursuit มีน้ำหนักอยู่ที่ 209 กรัม โดยมีความสูงของพื้นบริเวณปลายเท้าสูง 18 มม. และส้นเท้าสูง 24 มม. (Drop: 6 มม.)
  • New Balance Fresh Foam Tempo มีน้ำหนักอยู่ที่ 241 กรัม โดยมีความสูงของพื้นบริเวณปลายเท้าสูง 18 มม. และส้นเท้าสูง 24 มม. (Drop: 6 มม.)

ข้อมูลจำเพาะของ New Balance Fresh Foam Tempo

  • หน้าผ้า Hypoknit
  • พื้นชั้นกลาง Fresh Foam X
  • ดอกยาง Blown Rubber
  • น้ำหนัก: 241 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 192 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • Offset: 6 มม. (ปลายเท้าสูง 18 มม. และส้นเท้าสูง 24 มม.)
  • มีทั้งหน้าเท้าปกติ (D) และหน้ากว้าง (2E)
  • ราคา: 3,990 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

ความรู้เพิ่มเติม

ทางแบรนด์ New Balance ยังไม่ได้ยกเลิกสายการผลิต New Balance Fresh Foam Zante Pursuit เพียงแต่ถูกปรับย้ายกลายมาเป็นรองเท้าสำหรับใส่เล่นฟิตเนส

และใช้ชื่อใหม่ว่า New Balance Fresh Foam Zante Trainer โดยยังคงใช้พื้นชั้นกลางตัวเดียวกับรุ่น Zante Pursuit แต่มีการปรับเปลี่ยนในส่วนของหน้าผ้าและลักษณะลายดอกยางเท่านั้น รวมทั้งลดราคาในการวางจำหน่ายลงเหลือเพียง $89.99 หรือ ประมาณ 2,8xx บาท

ซึ่งเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับนักวิ่งที่ยังต้องความรู้สึกในการวิ่งแบบเดียวกับในรุ่นเดิมอย่าง Zante Pursuit

previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

Lifestyle & Walking Lineup

รองเท้าวิ่ง New Balance ตระกูล Fresh Foam ในกลุ่ม Lifestyle & Walking Lineup โดยแต่ละรุ่นจะมีรูปร่างลักษณะภายนอกของรองเท้าที่แตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล แต่มีวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่เหมือนกัน คือ “การใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน”

New Balance Fresh Foam Roav

ข้อมูลจำเพาะของ New Balance Fresh Foam Roav

  • น้ำหนัก: 280 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 247 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • ราคา: 3,090 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

New Balance Fresh Foam Arishi v3

ข้อมูลจำเพาะของ New Balance Fresh Foam Arishi v3

  • น้ำหนัก: 250 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 205 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • ราคา: 2,490 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

New Balance Fresh Foam Yaru

ข้อมูลจำเพาะของ New Balance Fresh Foam Yaru

  • น้ำหนัก: 258 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 212 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • ราคา: $89.99 (หรือประมาณ 2,8xx บาท)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

New Balance Fresh Foam Altoh

ข้อมูลจำเพาะของ New Balance Fresh Foam Altoh

  • น้ำหนัก: 266 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 208 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • ราคา: 160 NZD (หรือประมาณ 3,5xx บาท)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

New Balance Fresh Foam Evare

ข้อมูลจำเพาะของ New Balance Fresh Foam Evare

  • น้ำหนัก: 268 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 214 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • ราคา: 200 NZD (หรือประมาณ 4,4xx บาท)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

New Balance Fresh Foam 1165

ข้อมูลจำเพาะของ New Balance Fresh Foam 1165

  • น้ำหนัก: 278 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 223 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • ราคา: 170 NZD (หรือประมาณ 3,7xx บาท)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

New Balance Fresh Foam EVOZ

ข้อมูลจำเพาะของ New Balance Fresh Foam EVOZ

  • น้ำหนัก: 304 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 248 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • ราคา: 170 NZD (หรือประมาณ 3,7xx บาท)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

New Balance Fresh Foam Lazr v2

ข้อมูลจำเพาะของ New Balance Fresh Foam Lazr v2

  • น้ำหนัก: 272 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 202 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • ราคา: 3,990 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

New Balance Fresh Foam Vero Racer

ข้อมูลจำเพาะของ New Balance Fresh Foam Vero Racer

  • น้ำหนัก: 274 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 210 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • ราคา: 150 NZD (หรือประมาณ 3,3xx บาท)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

New Balance Fresh Foam 515 Sport v2

ข้อมูลจำเพาะของ New Balance Fresh Foam 515 Sport v2

  • น้ำหนัก: 228 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 190 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • ราคา: 2,490 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

New Balance Sport Slip 900

ข้อมูลจำเพาะของ New Balance Sport Slip 900

  • น้ำหนัก: 240 กรัม Unisex
  • ราคา: $99.99 (หรือประมาณ 3,1xx บาท)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

จบกันไปแล้วนะครับสำหรับ New Balance ตระกูล Fresh Foam ปี 2021 มีรุ่นอะไรบ้าง และแต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้งานอะไร? หวังว่าบทความนี้เป็นจะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่งหรือผู้ที่สนใจในการวิ่งหลาย ๆ ท่าน ขอให้วิ่งให้สนุกครับ

สามารถติดตาม Running Profiles ได้ทั้งใน

More on this topic

Popular stories

Training Plan