สานตำนานบทใหม่กับ Nike Air Zoom Pegasus 37 กับรองเท้าที่ไม่ได้เป็นแค่รองเท้า

Related Articles

Nike Pegasus ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 1983 ในฐานะของรองเท้าสำหรับนักวิ่งทุกคน และได้รับความไว้ใจจากนักวิ่งให้เป็นรองเท้าใส่ซ้อมที่เชื่อถือได้ จนมีสำนวนในหมู่นักวิ่งว่า “You can’t go wrong with the Pegasus” ซึ่งแปลว่า “เลือก Pegasus ไม่เคยผิดหวังหรอก” 

Nike Pegasus ใช้นักออกแบบรองเท้าถึง 15 คนในการพัฒนาดีไซต์และเทคโนโลยี เพื่อให้ออกมาเป็นรองเท้าที่ดีขึ้นในทุก ๆ ปี โดยการฟังเสียงของนักวิ่งไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือโปร ซึ่งชื่อ Pegasus นั่นไม่ได้มีความหมายทางวิทยาศาสตร์หรอก แต่มันเป็นสัญลักษณ์ของจินตนาการที่สูงส่ง โดยในตำนานกรีก Pegasus เป็นสัตว์ที่ครึ่งหนึ่งเป็นม้า และอีกครึ่งหนึ่งเป็นสัตว์มีปีก ซึ่งรองเท้า Nike Pegasus ก็เหมือนกันคือ ครึ่งหนึ่งเป็นแผ่น Air และอีกครึ่งหนึ่งเป็นรองเท้าวิ่งทั่วไป

การเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่นคือความมหัศจรรย์ของการออกแบบ ซึ่งการพัฒนา Nike Pegasus จะพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป ให้นักวิ่งรู้สึกว่ารองเท้าคู่นี้คล้ายกับรองเท้าคู่เดิมที่เขาเคยใส่ ทำให้นักวิ่งรู้สึกผูกพันธ์กับรองเท้าเหมือนดั่งเพื่อนคู่ใจของเขา และในปีนี้เพื่อนคนดีคนเดิมคนนี้กลับมาอีกครั้งใน Nike Air Zoom Pegasus 37

Joan Benoit Samuelson นักวิ่งผู้เชื่อมั่นในรองเท้า Nike Pegasus กว่าใคร

Joan Benoit Samuelson เป็นนักวิ่งหญิงมาราธอนคนแรกของอเมริกาที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกในปี 1984

เธอเริ่มการเป็นนักวิ่งในปี 1979 ที่บอสตัน โดยเธอทำผลงานมาแล้วมากมายไม่ว่าจะเป็น การคว้าเหรียญทองโอลิมปิกมาราธอนในปี 1984 ด้วยระยะเวลา 2:24:52  ชั่วโมง และชนะงานแข่ง Chicago Marathon ในปี 1985 ด้วยระยะเวลา 2:21:21 ชั่วโมง ซึ่งเป็นสถิติมาราธอนหญิงที่ดีที่สุดของอเมริกา ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 13 ปีกว่าจะมีนักวิ่งหญิงคนอื่นมาทำลายได้ในปี 2003

ในปี 2008 Joan Benoit Samuelson ในวัย 50 ปี ต้องการที่จะวางมือจากการลงแข่ง ณ งานแข่งคัดตัวทีมชาติสหรัฐ (US Olympic Team trials) โดยเธอเลือกที่จะใส่รองเท้า Nike Pegasus ลงแข่งแทนที่รองเท้าตัวแข่งคู่อื่น เพราะเธอให้เหตุผลว่า เธอใส่รองเท้า Nike Pegasus มาเป็นเวลา 30 กว่าปีแล้ว มันเป็นดั่งเพื่อนที่รู้ใจ มันไม่เคยทำให้ฉันผิดหวัง ฉันเชื่อมั่นใน Pegs ในงานแข่งครั้งนั้นเธอเข้าเส้นชัยด้วยระยะเวลา 2:49:08  ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาที่ดีที่สุดของนักวิ่งมาราธอนหญิงของสหรัฐอเมริกาที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป

Nike Air Zoom Pegasus 37

Nike Zoom Pegasus 37 จะมาพร้อมกับพื้นโฟม React แบบยาวเต็มเท้า และถุงลม Zoom Air บริเวณปลายเท้าที่มีความหนาเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากรุ่นเดิม ทาง Nike กล่าวว่า มันไม่ได้หมายความว่าคุณจะวิ่งได้เร็วขึ้น 2 เท่า แต่มันทำให้รองเท้าตอบสนองดีขึ้น

Nike Zoom Pegasus 37 จะมาพร้อมกับพื้นโฟม React แบบยาวเต็มเท้า
ถุงลม Zoom Air บริเวณปลายเท้าที่มีความหนาเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากรุ่นเดิม

ความแตกต่างระหว่างรองเท้าของผู้ชายและผู้หญิงคือ ถุงลม Zoom Air ของผู้หญิงอัดแรงดันเพียง 15 psi ซึ่งน้อยกว่าของผู้ชายที่อัดแรงดันอยู่ที่ 20 psi ซึ่งทาง Nike ได้รับฟังความต้องการของนักวิ่งหญิง ที่ไม่ต้องการให้รองเท้ามีพื้นที่แข็ง ดังนั้น การลดแรงดันลงใน ถุงลม Zoom Air ของผู้หญิงทำให้รองเท้ามีความนุ่มมากขึ้น ทำให้เหมาะกับผู้หญิงมากกว่าเดิม

(ซ้าย) ถุงลม Zoom Air ของผู้หญิงอัดแรงดันเพียง 15 psi ซึ่งน้อยกว่าของผู้ชายที่อัดแรงดันอยู่ที่ 20 psi (ขวา)

ข้อดีอีกประการของ Zoom Air แบบใหม่ใน Pegasus 37 คือการซับแรงกระแทก รวมทั้งยังส่งแรงคืนได้ดี โดยทาง Nike ได้ทดสอบจากการโยนไข่ลงบน Zoom Air ผลปรากฏว่า ไข่ไม่แตก ทั้งยังเด้งกลับคืนมาอีก

สรุปมีอะไรใหม่บ้างใน Nike Air Zoom Pegasus 37

  • เปลี่ยนถุงลม Zoom Air แบบเต็มแผ่น มาไว้บริเวณปลายเท้า (Forefoot)
  • Zoom Air แบบใหม่หน้าขึ้นกว่าเดิม 2 เท่า ให้ Energy Return มากกว่าเดิม
  • ใช้พื้นชั้นกลางเป็น React แบบยาวเต็มเท้า แทนที่พื้นโฟม Cushlon จากรุ่นเดิม
  • หน้าผ้าแบบใหม่ โปร่งแสง น้ำหนักเบา และระบายอากาศได้ดี
  • เปลี่ยนเทคโนโลยีร้อยเชือกจาก Flywire ไปเป็นการร้อยสายผ่านรูขนาดใหญ่ที่เป็นสายชิ้นเดียวที่เชื่อมกับพื้นรองเท้า
  • เปลี่ยนสีไปด้านข้างของรองเท้าบริเวณปลายเท้า เพื่อโชว์ตำแหน่งของถุงลม Zoom Air

มีอะไรบ้างที่เหมือนเดิมใน Nike Air Zoom Pegasus 37

  • ขอบหน้าผ้าบริเวณส้นเท้า (Heel Collar) ที่เหมือนกับรุ่นเดิม เพื่อลดการเสียดสีบริเวณเอ็นร้อยหวาย
  • พื้นยางรองเท้า (Outsole) รูปวาฟเฟิล
  • ความกระชับและใส่สบายที่ไม่เปลี่ยนแปลง

ทาง Nike ประกาศวันวางจำหน่ายแล้วทั่วโลก ในวันที่ 28 เมษายน 2020 ในราคาเดิมคือ $120 หรือราคาไทยประมาณ 4,600 บาท

แอดหวังว่าบทความนี้เป็นจะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่งหรือผู้ที่สนใจในการวิ่งหลาย ๆ ท่าน ถ้าหากท่านใดมีคำถามสามารถเข้าไปถามได้ในเพจ FB: Running Profiles ได้เลยครับ ฝากกดไลค์และติดตามเพจด้วยครับ ขอให้วิ่งให้สนุกครับ

ข้อมูลอ้างอิง:

More on this topic

Popular stories

5 ประเภทรองเท้าวิ่งที่นักวิ่งควรรู้ก่อนเป็นโปร

การวิ่งเป็นกีฬาที่เข้าถึงง่ายที่สุดในโลก การวิ่งไม่ต้องการอุปกรณ์ที่พิเศษหรือสิ่งของราคาแพงในการเริ่มที่จะออกไปวิ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั้นก็คือ “รองเท้าวิ่งที่ดีสักคู่หนึ่ง” ท่านเคยรู้สึกไหมว่ารองเท้าบางคู่พื้นแข็งจนใส่วิ่งได้แค่ในระยะสั้น ๆ ส่วนอีกคู่พื้นนุ่ม แต่ทำความเร็วได้ยาก หรือ จะต้องซ้อมตามแผน 10k, 21k, 42k ที่มีการฝึก Easy days, Long run, Interval และ Tempo...

โฟม Zoom X ของทาง Nike คืออะไร และวัสดุ PEBAX คืออะไร

นักวิ่งหลายท่านคงสงสัยว่า โฟม Zoom X ของทาง Nike ที่ถูกใช้ในรองเท้าตัวแข่งอย่าง Nike ZoomX Vaporfly NEXT% และตัวใหม่อย่าง Nike Air Zoom Alphafly NEXT% นั่นเป็นวัสดุอะไร และมันดียังไง วันนี้เราจะมาไขคำตอบกันครับ

รีวิวรองเท้า Saucony Peregrine ISO หนึ่งในรองเท้าเทรลที่ดีที่สุด

Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าเทรลที่ดีสุดที่ติดอันดับในหมวดชื่นชอบตลอดกาล (Best Longtime Favorite) จากเว็บไซต์เกี่ยวกับการวิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Runner’s World Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าเทรลที่สานต่อความสำเร็จของรุ่น...

เผยภาพอย่างเป็นทางการของ Nike Zoom Pegasus 37

รองเท้าวิ่งรุ่นยอดนิยมตระกูล Pegasus ได้เปิดเผยภาพโมเดลรุ่นใหม่ นั้นคือ Nike Zoom Pegasus 37  โดยครั้งนี้ Nike Zoom Pegasus 37...

ความแตกต่างระหว่าง New Balance Hierro v5 กับ 850 All Terrain แฝดคนละฝา

คงมีนักวิ่งเทรลหลายท่านสงสัยว่า New Balance Hierro v5 กับ 850 All terrain มันแตกต่างกันอย่างไร แล้วตัวไหนเหมาะกับการใช้งานอะไร งั้นเรามาไขข้อสงสัยกันครับ โดยเริ่มจาก New Balance 850 All...

นุ่ม และเด้ง คืออะไร วัดจากอะไรและทำไมมันจึงสำคัญ

เมื่อหลายคนเริ่มต้นเข้าสู่วงการการวิ่ง สิ่งที่นักวิ่งจะพบเป็นสิ่งแรก ๆ ก็คือ คำศัพท์แปลก ๆ เช่น Fartlek, Interval, Tempo, Split, PB, PR, Taper, Cushion, Responsiveness, Energy return สิ่งเหล่านี้เหมือนเป็นการเรียนภาษาใหม่สำหรับนักวิ่งทั้งหลาย ฉะนั้นวันนี้เราจะมาเริ่มทำความรู้จักกับคำศัพท์ 2 คำเกี่ยวกับรองเท้าที่นักวิ่งมือโปรต้องรู้

Training Plan

แผนการซ้อม 10K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 10K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม 5K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 5K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Half Marathon ใน 14 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Half Marathon ภายใน 14 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Marathon ใน 18 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Marathon ภายใน 18 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett