ความรู้สึกหลังใส่ Nike Pegasus 37 จากสำนักรีวิวต่างประเทศอย่าง Wear Testers

Related Articles

นักวิ่งหลายคนคงกำลังตัดสินใจว่าจะซื้อ Nike Pegasus 37 ดีหรือไม่ วันนี้เราจะมาแปล ความรู้สึกหลังใส่ Nike Pegasus 37 จากสำนักรีวิวต่างประเทศอย่าง Wear Testers ให้นักวิ่งได้ตัดสินใจกันว่า Nike Pegasus 37 น่าซื้อหรือไม่

“You can’t go wrong with the Pegasus”

You can’t go wrong with the Pegasus หรือเลือก “Pegasus ไม่เคยผิดหวังหรอก” เป็นคำกล่าวว่าจากหลายสำนักในต่างประเทศ ที่ยกย่องให้รองเท้าตระกูลนี้มีความน่าเชื่อถือและไม่ทำให้นักวิ่งผิดหวัง  ซึ่งการพัฒนา Nike Pegasus จะพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะต้องการให้นักวิ่งรู้สึกว่ารองเท้าคู่นี้คล้ายกับรองเท้าคู่เดิมที่เขาเคยใส่ จนก่อให้เกิดความรู้สึกผูกพันธ์กับรองเท้าเหมือนดั่งเพื่อนคู่ใจของนักวิ่ง

Nike Pegasus 37 มีอะไรที่เหมือนเดิมบ้าง ?

  • หน้าผ้าแบบ Engineered Mesh (แม้ว่าจะถูกทำให้โปร่งแสงมากกว่าเดิม แต่ก็ยังเป็นผ้า Mesh ตัวเดิมอยู่)
  • ขอบหน้าผ้าบริเวณส้นเท้า (Heel Collar) ที่เหมือนกับรุ่นเดิม เพื่อลดการเสียดสีบริเวณเอ็นร้อยหวาย
  • ลิ้นรองเท้าแบบบาง เหมือนเดิม
  • เชือกร้อยสายแบบเดิม
  • แผ่นรองชั้นใน (Insole) ตัวเดิม

แม้ว่าหน้าผ้าจะถูกทำให้โปร่งแสงมากขึ้น แต่ยังคงเป็นหน้าผ้าแบบ Engineered Mesh แบบเดิม ซึ่งให้ความกระซับและความรู้สึกเหมือนรุ่นเดิมอย่าง Pegasus 35 และ 36 รวมไปถึงบริเวณขอบหน้าผ้าบริเวณส้นเท้า (Heel Collar) และเชือกร้อยสายที่เหมือนกับรุ่นเดิม

โดย Heel counter ถูกผ่าแยกเหมือนกับรุ่นก่อน เพื่อปกป้องและลดการเสียดสีบริเวณเอ็นร้อยหวาย และแผ่นรองชั้นใน (Insole) มีการเปลี่ยนแปลงลวดลายใหม่ แต่ยังคงใช้วัสดุและรูปทรงเดิม

ในส่วนของการร้อยสาย Nike Pegasus 37 ไม่ได้เป็นแบบ Flywire อีกต่อไป และถูกปรับเปลี่ยนไปเป็น Evolved Fit ซึ่งเป็นสายขนาดใหญ่ที่รัดบริเวณกลางเท้าแทน โดยความกระซับและจับเท้าไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก แต่อาจจะช่วยให้กระชับขึ้นในทางถนนที่ขรุขระ และเชือกร้อยสายใช้แบบเดียวกับ Pegasus 36 รวมทั้งลิ้นรองเท้าที่เป็นชิ้นเดียวกับหน้าผ้าและมีความบางเท่าเดิม โดยทาง Wear Tester กล่าวว่า “ถ้าหากคุณต้องการลิ้นรองเท้าที่หนาและนุ่ม คงต้องมองหารุ่นอื่น แต่ดูเหมือน Nike จะละทิ้งการทำลิ้นรองเท้าแบบหนาไปเสียแล้ว”

หลังจากทดลองวิ่งในรองเท้า Pegasus 37 Wear Tester กล่าวว่า “ผมหลงรักในหน้าผ้ารุ่นก่อน ๆ ของ Pegasus มาโดยตลอด ซึ่งผมคาดหวังให้ Pegasus คงความรู้สึกของหน้าผ้าแบบนี้ไว้ตลอด และผมดีใจเป็นอย่างมากที่พวกเขาไม่ได้แก้ไขอะไรมาก ซึ่งมันเป็นหน้าผ้าที่ดีมากอยู่แล้ว”

Nike Pegasus 37 มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง ?

  • ความนุ่ม (ที่มาจากโฟม React และ Zoom Air บริเวณปลายเท้า)
  • รูปร่างของพื้นชั้นกลางที่เปลี่ยนไป (Midsole Shape)
  • พื้นชั้นนอก (Outsole) ที่รูปทรงของดอกยางเปลี่ยนไป

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงหลัก ๆ เลยใน Nike Pegasus 37 คือพื้นโฟมที่เปลี่ยนจาก Cushlon ST  ไปเป็นโฟม React รวมทั้งแผ่น Zoom Air แบบยาวเต็มเท้า ที่ถูกเปลี่ยนไปเป็นแผ่น Zoom Air ขนาดใหญ่เฉพาะบริเวณปลายเท้า

แผ่น Zoom Air ขนาดใหญ่ ใน Pegasus 37 มีความหนาที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนเกิน 2 เท่า (จาก 4 มม. เพิ่มเป็น 10 มม. ซึ่งคล้ายคลึงกับแผ่น Zoom Air ในรุ่น Pegasus 33 และ 34) แต่ในแผ่น Zoom Air ตัวใหม่จะมีความพิเศษในเรื่องแรงดันภายในถุงลม ซึ่งจะแตกต่างกันระหว่างของผู้ชายและผู้หญิง โดยแผ่น Zoom Air ของผู้หญิงจะมีแรงดันเพียง 15 psi ทำให้มีความนุ่มที่มากกว่าของผู้ชายที่จะอัดแรงดันมาถึง 20 psi ซึ่งน่าสนใจมาก ว่า นักวิ่งทั่วไปจะรู้สึกและบอกถึงความแตกต่างได้หรือไม่

จากการทดลองวิ่งครั้งแรกของ Wear Tester เขากล่าวว่า “ผมรู้สึกถึงขนาดแผ่น Zoom Air ที่ใหญ่ขึ้นบริเวณปลายเท้า และมันช่วยให้ส่งแรงกลับได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงทำให้เท้าไม่ล้าจนเกินไปขณะวิ่ง” อย่างไรก็ตามสิ่งที่ Wear Tester พบเจอคือ เมื่อเขาลองเปรียบเทียบความนุ่มของ Nike React Infinity Run และ Vomero 14 เขารู้สึกว่าพื้นโฟม React ของ Pegasus 37 มีความแข็งกว่ารุ่นอื่นเล็กน้อย ซึ่งเขากล่าวว่า “บางทีอาจจะต้องวิ่งไปสักพัก (Break in) ให้พื้นโฟมมันนุ่มขึ้น”

ในส่วนรูปร่างของพื้นชั้นกลางที่ถูกปรับให้คล้ายรองเท้าแข่งเรือธงของ Nike อย่าง Nike Vaporfly Next% โดยส่วนตัวแล้ว Wear Tester ค่อนข้างรูปทรงใหม่นี้  แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับการวิ่งเท่าไหร่นัก

ท้ายที่สุด พื้นชั้นนอก (Outsole) เปลี่ยนไปเล็กน้อย โดยเปลี่ยนรูปทรงของดอกยางจากดอก 5 เหลี่ยมไปเป็น ดอก 4 เหลี่ยมแทน แต่ยังคงใช้วัสดุตัวเดียวกัน (ยกเว้นตัว By You ที่สามารถเลือกเป็น Sticky Rubber ได้) รวมไปถึงมีการตัดแยกเนื้อยางบริเวณปลายเท้า (ช่วงบริเวณแผ่น Zoom Air) เพื่อให้ปลายเท้ายืดหยุ่นดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ทาง Wear Tester ก็ไม่ได้รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างดอกยางแบบใหม่และแบบเก่านัก ซึ่งมันก็เป็นเรื่องดี เพราะแบบเก่ามันก็เกาะได้ดีทุกสภาพพื้นผิวอยู่แล้ว

ส่งท้าย

Nike Pegasus 37 ใส่ตรงไซต์เหมือนเดิม และมี Offset อยู่ที่ 10 มม. เท่าเดิม โดยมีความสูงของพื้นสูงขึ้น 6 มม. และมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากรุ่นเดิม (ในไซต์ 10 US Pegasus 36 มีน้ำหนัก 275 กรัม แต่ใน Pegasus 37 จะมีน้ำหนัก 285 กรัม) อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดที่ว่ามานี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความรู้สึกที่คล้ายเดิมในการใส่รองเท้าคู่นี้

Wear Tester กล่าวสรุปว่า “Pegasus 37 ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับ 36 และ 35 เป็นอย่างมาก แม้ว่าจะไม่มีแผ่น Zoom Air แบบยาวเต็มเท้า ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาสักพักให้เคยชิน แต่โดยรวมแล้วมันยังคงเอกลักษณ์และกลิ่นอายของ Nike Pegasus ได้เป็นอย่างดี”

ข้อมูลอย่างเป็นทางการของ Nike Pegasus 37  มีดังนี้

  • Offset: 10 มม. (ปลายเท้าสูง 14 มม. และส้นเท้าสูง 24)
  • น้ำหนัก: 285 กรัม (ในไซต์ 10US ชาย) และ 235 กรัม (ในไซต์ 8US หญิง)

เพิ่มเติม ตอนนี้ที่ร้าน Nike ที่ Hong Kong ได้นำ Nike Pegasus 37 วางจำหน่ายแล้ว แถมยังเล่นโปร ลดราคา 20% ถึง 30 % ตั้งแต่วันแรกอีกด้วย จนราคาใน Hong Kong เหลือเพียง 2,6xx บาทเท่านั้น ส่วนในไทยนั้น Pegasus 37 ได้วางจำหน่ายแล้วในแบบ By You ในราคา 5,200 บาท ส่วนในแบบปกติจะเข้าเมื่อไหร่นั้นต้องต้องตามกันต่อไปครับ

ที่ร้าน Nike ฮ่องกง ในป้ายบอกว่าซื้อ 1 ชิ้น ลด 20 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 720 hkd (3,000 บาท) และซื้อ 2 ชิ้น ลด 30 เปอร์เซ็นต์ เหลือคู่ละ 630 hkd (2,600 บาท)

แอดมินหวังว่าบทความนี้เป็นจะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่งหรือผู้ที่สนใจในการวิ่งหลาย ๆ ท่าน ถ้าหากท่านใดมีคำถามสามารถเข้าไปถามได้ในเพจ FB: Running Profiles ได้เลยครับ ฝากกดไลค์และติดตามเพจด้วยครับ ขอให้วิ่งให้สนุกครับ

ข้อมูลอ้างอิง:

More on this topic

Popular stories

5 ประเภทรองเท้าวิ่งที่นักวิ่งควรรู้ก่อนเป็นโปร

การวิ่งเป็นกีฬาที่เข้าถึงง่ายที่สุดในโลก การวิ่งไม่ต้องการอุปกรณ์ที่พิเศษหรือสิ่งของราคาแพงในการเริ่มที่จะออกไปวิ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั้นก็คือ “รองเท้าวิ่งที่ดีสักคู่หนึ่ง” ท่านเคยรู้สึกไหมว่ารองเท้าบางคู่พื้นแข็งจนใส่วิ่งได้แค่ในระยะสั้น ๆ ส่วนอีกคู่พื้นนุ่ม แต่ทำความเร็วได้ยาก หรือ จะต้องซ้อมตามแผน 10k, 21k, 42k ที่มีการฝึก Easy days, Long run, Interval และ Tempo...

โฟม Zoom X ของทาง Nike คืออะไร และวัสดุ PEBAX คืออะไร

นักวิ่งหลายท่านคงสงสัยว่า โฟม Zoom X ของทาง Nike ที่ถูกใช้ในรองเท้าตัวแข่งอย่าง Nike ZoomX Vaporfly NEXT% และตัวใหม่อย่าง Nike Air Zoom Alphafly NEXT% นั่นเป็นวัสดุอะไร และมันดียังไง วันนี้เราจะมาไขคำตอบกันครับ

รีวิวรองเท้า Saucony Peregrine ISO หนึ่งในรองเท้าวิ่งเทรลที่ดีที่สุด

Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ดีสุดที่ติดอันดับในหมวดชื่นชอบตลอดกาล (Best Longtime Favorite) จากเว็บไซต์เกี่ยวกับการวิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Runner’s World Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่สานต่อความสำเร็จของรุ่น...

รองเท้าวิ่งเทรลของ Decathlon แต่ละรุ่น แตกต่างกันยังไง แล้วเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ?

รองเท้าวิ่งเทรลของ Decathlon จะมีอยู่ 5 รุ่นหลัก โดยแต่ละรุ่นจะมีการออกแบบเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาอธิบายกันว่าแต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้งานแบบไหน และเหมาะกับนักวิ่งประเภทไหน ติดตามได้เลยครับ ความรู้เพิ่มเติม แบรนด์ Decathlon (อ่านว่า ดี-แคท-ลอน)...

ประวัติและที่มาของรองเท้าวิ่งคาร์บอน ฉบับสมบูรณ์

รองเท้าวิ่งคาร์บอนที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่จะเป็น Nike Air Zoom Alphafly NEXT%, New Balance FuelCell TC, Brooks Hyperion Elite, ASICS Metaracer, HOKA Rocket X, Saucony Endorphin Pro,...

รองเท้าคาร์บอน เหมาะกับนักวิ่งทุกคนจริงหรือ ?

วันนี้เราจะมาแปลบทความน่าสนใจบทความหนึ่งที่ทาง Runner World ได้เขียนไว้เกี่ยวกับสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับรองเท้าคาร์บอนที่กำลังเป็นกระแสฮิตอยู่ในตอนนี้ โดยมีชื่อว่า Will Magic Shoes Work for You?  (รองเท้าคาร์บอนสุดวิเศษณ์เหล่านั้น เหมาะกับคุณจริงหรือ? ) เนื้อหาจะเป็นอย่างไรติดตามได้เลยครับ

Training Plan

แผนการซ้อม 10K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 10K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม 5K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 5K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Marathon ใน 18 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Marathon ภายใน 18 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Half Marathon ใน 14 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Half Marathon ภายใน 14 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett