รีวิว Reebok Floatride Energy 4 Adventure ความลงตัวของรองเท้าวิ่งกึ่งถนนกึ่งเทรลสำหรับซ้อมประจำวัน

Related Articles

วันนี้เรามารีวิวความคิดเห็นหลังใช้งานรองเท้าวิ่ง Reebok Floatride Energy 4 Adventure รองเท้าวิ่งเอนกประสงค์กึ่งถนนถึ่งเทรลสำหรับซ้อมประจำวันรุ่นใหม่ในปี 2022 ที่กำลังเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยกันนะครับ ซึ่งจะน่าสนใจแค่ไหนและเหมาะกับการใช้ในการฝึกซ้อมแบบใด เชิญติดตามได้เลยครับ

รีวิว Reebok Floatride Energy 4 Adventure ความลงตัวของรองเท้าวิ่งกึ่งถนนกึ่งเทรลสำหรับซ้อมประจำวัน

ประวัติและข้อมูลของ Reebok Floatride Energy ซีรีส์ Adventure

รองเท้าวิ่ง Reebok Floatride Energy ซีรีส์ Adventure เป็นซีรีส์ที่ทางแบรนด์ Reebok ตั้งใจออกแบบมาให้กับนักวิ่งถนนที่ต้องการรองเท้าวิ่งเอนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งบนถนนทางเรียบและทางเทรล

โดยมีแนวคิดการออกแบบว่า “แม้ว่าจะสิ้นสุดถนนทางเรียบ ก็เพียงแค่วิ่งต่อไปข้างหน้า ค้นหาเส้นทางและเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ของความสนุกในเส้นทางที่คุณยังไม่เคยได้สัมผัส”

“แม้ว่าจะสิ้นสุดถนนทางเรียบ ก็เพียงแค่วิ่งต่อไปข้างหน้า ค้นหาเส้นทางและเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ของความสนุกในเส้นทางที่คุณยังไม่เคยได้สัมผัส” – แนวคิดการออกแบบของ Reebok Floatride Energy ซีรีส์ Adventure

และรุ่นแรกของซีรีส์ Adventure ถูกเปิดตัวในปี 2021 ในชื่อรุ่น Reebok Floatride Energy 3 Adventure โดยเป็นการนำเอาพื้นชั้นกลางและดอกยางของรองเท้าวิ่ง Reebok Floatride Energy 3 มาติดตั้งหน้าผ้าใหม่

ซึ่งหน้าผ้าของ Reebok Floatride Energy 3 Adventure จะเป็นการใช้หน้าผ้า Ripstop แบบตาข่ายยืด ที่มีการทอให้เป็นรูระบายอากาศและระบายน้ำทั่วทั้งหน้าผ้า โดยทางแบรนด์ Reebok จะเรียกว่า “เทคโนโลยี H2O Drain”

Reebok Floatride Energy 3 Adventure ในปี 2021

ความรู้เพิ่มเติม

  • เทคโนโลยี H2O Drain ของแบรนด์ Reebok ถูกเปิดตัวครั้งในปี 2014 ในรองเท้าวิ่งเทรลรุ่น “Reebok All Terrain Super” ซึ่งเป็นการเจาะรูพื้นชั้นกลางบริเวณปลายเท้า เพื่อระบายน้ำออกจากตัวรองเท้า และเป็นรุ่นแรกที่มีการทำสีพิเศษที่ ณ เวลานั้น แบรนด์ Reebok ยังเป็นสปอนเซอร์หลักของการแข่งขัน Spartan Race โดยใช้ชื่อรุ่นว่า “Reebok All Terrain Super Spartan”
  • และในปัจจุบัน เทคโนโลยี H2O Drain ถูกเปลี่ยนหน้าตาไปจากเดิมมากและไม่ได้เป็นการเจาะรูที่พื้นชั้นกลางอีกต่อไป แต่จะเป็นการติดตั้งผ้าตาข่ายในจุดที่ต้องการระบายน้ำแทน
เทคโนโลยี H2O Drain ของแบรนด์ Reebok ในรองเท้าวิ่งเทรลรุ่น Reebok All Terrain Super Spartan ในปี 2014

และตัวของหน้าผ้าจะมีการเสริมเพิ่มความทนทานในจุดสำคัญ เช่น บริเวณ Toe Bumper ที่มีการสกรีนยางครอบคลุมทั่วทั้งบริเวณปลายนิ้วเท้า เพื่อช่วยปกป้องเท้าของนักวิ่ง

โดย Reebok Floatride Energy 3 Adventure ก็ถือเป็นรุ่นที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีอยู่ไม่น้อย และมีสีพิเศษตามออกมา เช่นสี National Geographic

Reebok Floatride Energy 3 Adventure สี National Geographic

อย่างไรก็ตาม หน้าผ้า Ripstop ของ Reebok Floatride Energy 3 Adventure ที่ถูกทอให้เป็นรูทั่วทั้งหน้าผ้า แม้ว่าจะสามารถระบายอากาศและระบายน้ำได้ดี แต่เศษฝุ่นหรือเศษดินก็สามารถเข้าไปภายในรองเท้าได้ง่ายเช่นกัน ประกอบกับลักษณะลายดอกยางที่ยังเป็นดอกยางของรองเท้าวิ่งถนน ทำให้การยึดเกาะพื้นบนทางดินไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

ทำให้ในปี 2022 นี้ ทางแบรนด์ Reebok ได้ทำการยกระดับซีรีส์ Adventure ขึ้นไปอีกขึ้น และเปิดตัวในชื่อรุ่น “Reebok Floatride Energy 4 Adventure” ที่ถือเป็นการเข้าสู่การเป็นรองเท้าวิ่งประเภทกึ่งถนนกึ่งเทรลอย่างแท้จริง

Reebok Floatride Energy 4 Adventure ในปี 2022

โดย Reebok Floatride Energy 4 Adventure จะมีการปรับปรุงหน้าผ้าขึ้นมาใหม่ทั้งหมดให้สามารถปกป้องเท้าได้ดียิ่งขึ้น และมีการออกแบบลักษณะลายดอกยางใหม่และเพิ่มความสูงของดอกยาง ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาในรุ่นเดิมทั้งหมด

ข้อมูลจำเพาะของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure

  • น้ำหนัก: 272 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 227 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • น้ำหนักชั่งจริง: 302 กรัม ในไซส์ 11US ชาย
  • Offset: 9 มม. (ปลายเท้าสูง 26 มม. และส้นเท้าสูง 35 มม.)
  • ความกว้างหน้าเท้าแบบปกติ
  • ราคา: 3,990 บาท
Reebok Floatride Energy 4 Adventure สีของผู้หญิง

และทางแบรนด์ Reebok ได้ให้นิยามของกิจกรรมกลางแจ้ง (Outdoor Activities) ไว้ว่า “กิจกรรมกลางแจ้ง เช่น วิ่งเทรล เดินป่า ตั้งแคมป์ คือ ความสนุกและการพักผ่อน ซึ่งเป็นเหมือนกับสวนสนุกที่คุณจะได้ออกผจญภัยและได้พบกับสิ่งใหม่ๆ ซึ่งเราได้ออกแบบอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับกิจกรรมเหล่านี้ ฉะนั้น ขอให้โชคดีในการเดินทาง”

ซึ่งทำให้ทางแบรนด์ Reebok ได้มีการก่อตั้งแผนกพิเศษที่รับหน้าที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ Outdoor ขึ้นมา ในชื่อที่ถูกเรียกว่า “Reebok Dept. of Outdoor Amusement” และ Reebok Floatride Energy 4 Adventure ก็ได้รับการปรับปรุงจากแผนกนี้

“Reebok Dept. of Outdoor Amusement” แผนกพิเศษที่รับหน้าที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ Outdoor กึ่งแฟชั่น

และหลังจากทราบประวัติความเป็นมาของ Reebok Floatride Energy ซีรีส์ Adventure กันไปแล้ว เรามารีวิวความคิดเห็นหลังใช้งานและการออกแบบของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure กันนะครับ

การออกแบบและรีวิวความคิดเห็นหลังใช้งาน Reebok Floatride Energy 4 Adventure

รีวิวความคิดเห็นหลังใช้งาน Reebok Floatride Energy 4 Adventure

และการออกแบบและรีวิว Reebok Floatride Energy 4 Adventure ในครั้งนี้จะสามารถแบ่งประเด็นได้ดังนี้

หน้าผ้า (Upper)

หน้าผ้าของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure

หน้าผ้าของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure มาพร้อมกับหน้าผ้า Mesh 2 ชั้น ที่มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิลขั้นต่ำ 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางแบรนด์ Reebok จะเรียกว่า หน้าผ้า [REE]CYCLED โดยจะประกอบไปด้วย

(1) เนื้อผ้าภายนอกที่เป็นผ้า Mesh แบบ Ripstop ที่มีการทอรูระบายอากาศเนื้อละเอียดขนาดเล็กทั่วทั้งหน้าผ้า ซึ่งสามารถช่วยป้องกันเศษฝุ่นหรือเศษดินที่จะหลุดรอดเข้าไปภายในรองเท้าได้ดียิ่งขึ้นกว่าในรุ่นเดิม และการทอแบบ Ripstop ยังทำให้หน้าผ้ามีความทนทานในการใช้งาน โดยเวลาโดนเกี่ยวหรือขาด รอยขาดจะไม่ลามกว้างขึ้น

เนื้อผ้าภายนอกเป็นผ้า Mesh แบบ Ripstop ที่มีการทอรูระบายอากาศเนื้อละเอียดขนาดเล็กทั่วทั้งหน้าผ้า ซึ่งช่วยป้องกันเศษฝุ่นหรือเศษดินที่จะหลุดรอดเข้าไปภายในรองเท้า

และเนื้อผ้าภายนอกจะมีการสกรีนยางรอบตัวรองเท้า เพื่อช่วยปกป้องเท้าและเพิ่มความทนทานของหน้าผ้า และการสกรีนยางจะมีการเปิดช่องไว้สำหรับการระบายน้ำ ณ บริเวณปลายเท้าด้านข้าง รวมทั้งทางแบรนด์ Reebok จะมีการติดตั้ง Toe Bumper แบบยางแข็งมาให้ เพื่อช่วยปกป้องนิ้วเท้าของนักวิ่ง

เนื้อผ้าภายนอกจะมีการสกรีนยางรอบตัวรองเท้า และการสกรีนยางจะมีการเปิดช่องไว้สำหรับการระบายน้ำ ณ บริเวณปลายเท้าด้านข้าง
การสกรีนยางรอบตัวรองเท้า เพื่อช่วยปกป้องเท้าและเพิ่มความทนทานของหน้าผ้า
Reebok Floatride Energy 4 Adventure มีการติดตั้ง Toe Bumper แบบยางแข็งมาให้ เพื่อช่วยปกป้องนิ้วเท้าของนักวิ่ง

(2) เนื้อผ้าภายในที่เป็นผ้า Engineered Mesh ตาข่าย ที่ระบายอากาศได้ดี และให้ผิวสัมผัสของเนื้อผ้าที่เรียบลื่นและอ่อนนุ่ม ซึ่งเนื้อผ้าภายในจะมีการตัดเย็บให้ลิ้นรองเท้าเชื่อมเป็นหนึ่งเดียวกันกับหน้าผ้า เสมือนเป็นผ้าชิ้นเดียว ซึ่งเรียกว่า Gusseted Tongue โดยที่ลิ้นรองเท้าจะไม่ได้มีการบุฟองน้ำ แต่ใช้เป็นวัสดุคล้ายผ้านีโอพรีนแบบบาง ที่มีความนุ่มแทน

เนื้อผ้าภายในเป็นผ้า Engineered Mesh ตาข่าย ที่มีการตัดเย็บให้ลิ้นรองเท้าเชื่อมเป็นหนึ่งเดียวกันกับหน้าผ้า ซึ่งเรียกว่า Gusseted Tongue

และในส่วนของรูร้อยเชือกจะมีความพิเศษคือ เป็นการใช้หนังเทียมพับทบให้เป็นรูสำหรับร้อยเชือก ซึ่งข้อดีของการออกแบบลักษณะนี้คือ ช่วยลดการกดทับของเชือกบริเวณหลังเท้า เนื่องจากระยะห่างระหว่างเชือกทั้งสองฝั่งที่สั้นลง ทำให้แม้ว่าลิ้นรองเท้าจะบาง แต่ก็จะสามารถช่วยลดอาการเชือกกดรัดบริเวณหลังเท้าขณะวิ่งลงเขาได้เป็นอย่างดี

รูร้อยเชือกเป็นการใช้หนังเทียมพับทบให้เป็นรูสำหรับร้อยเชือก
การออกแบบลักษณะนี้สามารถช่วยลดการกดทับของเชือกบริเวณหลังเท้า เนื่องจากระยะห่างระหว่างเชือกทั้งสองฝั่งที่สั้นลง

ในส่วนของ Heel Counter และขอบบริเวณส้นเท้าจะเป็นการออกแบบลักษณะเดียวกันกับในรุ่น Reebok Floatride Energy 4 โดยเป็นพลาสติกแข็งรอบบริเวณส้นเท้า และมีการบุขอบบริเวณส้นเท้าด้วยฟองน้ำที่หนากำลังดี รวมทั้งมีการออกแบบให้ขอบบริเวณส้นเท้าหลบบริเวณเอ็นร้อยหวาย เพื่อช่วยป้องกันอาการเสียดสีหรืออาการกัดเอ็นร้อยหวาย

Heel Counter เป็นพลาสติกแข็งรอบบริเวณส้นเท้าแบบเดียวกับในรุ่น Reebok Floatride Energy 4
ขอบบริเวณส้นเท้ามีการบุด้วยฟองน้ำที่หนากำลังดี รวมทั้งมีการออกแบบให้ขอบบริเวณส้นเท้าหลบบริเวณเอ็นร้อยหวาย

ในด้านความรู้สึกหลังสวมใส่ หน้าผ้าของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure เป็นหน้าผ้าที่กระชับและจับเท้าได้ดีมาก เนื้อผ้าด้านในมีความนุ่ม เชือกไม่มีอาการกดทับบริเวณหลังเท้าและไม่มีอาการหน้าผ้ากัดเท้าหรือ Blister ใดๆ ทำให้โดยรวมให้ความรู้สึกสวมใส่สบายเป็นอย่างมาก รวมทั้งหน้าผ้ายังสามารถระบายอากาศและน้ำได้ดี และมีความทนทานและสามารถปกป้องเท้าของนักวิ่งได้เป็นอย่างดี

และเมื่อเทียบกับหน้าผ้าในรุ่น Reebok Floatride Energy 4 เวอร์ชันปกติ: หน้าผ้าของรุ่น 4 Adventure จะมีความเป็นโครงล็อคเท้าและอยู่ทรง ทำให้มีความกระชับเท้าที่มากกว่า และหน้าผ้ายังมีความทนทานและปกป้องเท้าได้ดีกว่า รวมทั้งเนื้อผ้าภายในจะมีความนุ่มและสวมใส่สบายกว่า

หน้าผ้าของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure เป็นหน้าผ้าที่กระชับและจับเท้าได้ดีมาก เนื้อผ้าด้านในมีความนุ่ม และให้ความรู้สึกสวมใส่สบาย

และในด้านของการระบายอากาศและน้ำของหน้าผ้าทั้งสองรุ่นจะไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก โดยรุ่น 4 เวอร์ชันปกติจะระบายอากาศได้ดีกว่าเล็กน้อยจากการสกรีนยางรอบตัวรองเท้าที่น้อยกว่า และในส่วนของความกว้างของหน้าเท้าทั้งสองรุ่นจะมีความกว้างที่เท่ากัน

ซึ่งโดยรวม ส่วนตัวของทางเราจะชอบหน้าผ้าของรุ่น 4 Adventure มากกว่า ที่มีความกระชับเท้าและผิวสัมผัสที่นุ่มกว่า

หน้าผ้าของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure ยังสามารถระบายอากาศและน้ำได้ดีมาก
การระบายอากาศและน้ำไม่ต่างจากในรุ่น 4 เวอร์ชันปกติ

ในส่วนการเลือกไซส์ของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure สำหรับทางเราแล้วรองเท้าคู่นี้สวมใส่ตรงไซส์ ไม่ลดหรือเพิ่มไซส์ และสวมใส่ไซส์เดียวกับรุ่น Reebok Floatride Energy 4 เวอร์ชันปกติ แต่สำหรับนักวิ่งหน้าเท้ากว้าง นิ้วโป้งเท้าอาจจะไปสัมผัสกับ Toe Bumper ยางด้านหน้า ซึ่งทำให้อาจจะต้องมีการเพิ่มไซส์จากเดิมประมาณ 0.5 ไซส์

โดยรวม ส่วนตัวของทางเราจะชอบหน้าผ้าของรุ่น 4 Adventure มากกว่า ที่มีความกระชับเท้าและผิวสัมผัสที่นุ่มกว่า

พื้นชั้นกลาง (Midsole)

พื้นชั้นกลางของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure

ในส่วนพื้นชั้นกลางของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure จะมาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง Floatride Energy ซึ่งเป็นวัสดุ e-TPU หรือวัสดุ TPU แบบอัดเม็ด ที่โดดเด่นในเรื่องของการเด้งคืนตัวของโฟมที่สูง (หรือมี Energy Return ที่สูง) และมีความทนทาน ไม่เสียรูปได้ง่าย เมื่อถูกใช้งานเป็นระยะเวลายาวนาน

โดยพื้นชั้นกลางของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure จะมีรูปทรง ความสูง ความกว้างและองศาของพื้นชั้นกลางที่เหมือนกับในรุ่น Floatride Energy 4 เวอร์ชันปกติทุกประการ แต่จากที่ทางเราได้ทดสอบวัดค่าความนุ่มและนำไปทดสอบวิ่ง พบว่า “พื้นชั้นกลางของรุ่น 4 Adventure จะมีความนุ่มกว่าในรุ่น 4 เวอร์ชันปกติเล็กน้อย”

พื้นชั้นกลางของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure จะมาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง Floatride Energy ซึ่งเป็นวัสดุ e-TPU หรือวัสดุ TPU แบบอัดเม็ด

ซึ่งค่าความนุ่มที่วัดได้จากบริเวณผิวด้านข้างของพื้นชั้นกลาง มีดังนี้

รุ่นค่าความนุ่ม (Durometer Shore C: HC)ระดับความนุ่ม
Reebok Floatride Energy 4 Adventure37 – 40นุ่ม
Reebok Floatride Energy 442 – 45นุ่มน้อย

หมายเหตุ:

  • วิธีการอ่านค่า Durometer Shore C คือ ยิ่งตัวเลขน้อย พื้นโฟมจะยิ่งนุ่ม และตัวมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเฟิร์ม
  • ระดับความนุ่มแบ่งเป็น นุ่มมาก (30-35 HC) ➞ นุ่ม (35-40 HC) ➞ นุ่มน้อย (40-50 HC)
  • ระดับความเฟิร์มแบ่งเป็น เฟิร์ม (50-60 HC) ➞ เฟิร์มมาก (60-70 HC)
พื้นชั้นกลางของรุ่น 4 Adventure จะมีความนุ่มกว่าในรุ่น 4 เวอร์ชันปกติเล็กน้อย

ในส่วนของความสูงของพื้นชั้นกลางเมื่อวัดตามกฎของ World Athletic (รวมดอกยางและแผ่นรองรองเท้า) ทั้งสองรุ่นจะมีความสูงดังนี้

  • Reebok Floatride Energy 4 Adventure มีความสูงบริเวณปลายเท้า 26 มม. และส้นเท้าสูง 35 มม. (Drop: 9 มม.)
  • Reebok Floatride Energy 4 มีความสูงบริเวณปลายเท้า 25 มม. และส้นเท้าสูง 34 มม. (Drop: 9 มม.)

ซึ่งความสูงที่เพิ่มขึ้นมาของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure จะเป็นการเพิ่มจากดอกยางที่สูงขึ้นประมาณ 1 มม.

Reebok Floatride Energy 4 Adventure มีความสูงบริเวณปลายเท้า 26 มม. และส้นเท้าสูง 35 มม. (Drop: 9 มม.) เมื่อวัดตามกฎของ World Athletic (รวมแผ่นรอง พื้นชั้นกลางและดอกยาง)

และพื้นชั้นกลางเฉพาะเนื้อโฟมของทั้งสองรุ่นจะมีความสูงโดยประมาณบริเวณปลายเท้าอยู่ที่ 17.5 มม. และส้นเท้าสูง 26.5 มม. (Drop 9 มม.)

นอกจากนี้ Reebok Floatride Energy 4 Adventure จะมีการเพิ่มองศา Rocker บริเวณส้นเท้าให้ชันขึ้นอีกเล็กน้อย เพื่อช่วยลดโอกาสที่บริเวณส้นเท้าจะไปสัมผัสกับหินลอยหรืออุปสรรคต่างๆ โดยไม่ตั้งใจ ที่อาจนำไปสู่การเท้าพลิกในการวิ่งบนเส้นทางเทรลหรือบนเส้นทางที่ไม่เรียบ

Reebok Floatride Energy 4 Adventure มีการเพิ่มองศา Rocker บริเวณส้นเท้าให้ชันขึ้น เพื่อช่วยลดโอกาสที่บริเวณส้นเท้าจะไปสัมผัสกับหินลอยหรืออุปสรรคต่างๆ โดยไม่ตั้งใจ

ในส่วนของแผ่นรองรองเท้า (Insole) จะมาพร้อมกับแผ่นรองวัสดุ Open Cell PU ที่มีความหนาอยู่ที่ 4 มม. ที่ให้ความนุ่มและช่วยดูดซับความชื้น และเป็นแผ่นรองจากแบรนด์ OrthoLite โดยตรง ไม่ได้เป็นวัสดุเทียบ

แผ่นรองรองเท้า (Insole) เป็นแผ่นรองวัสดุ Open Cell PU ที่มีความหนาอยู่ที่ 4 มม. จากแบรนด์ OrthoLite โดยตรง

ในด้านความรู้สึกหลังสวมใส่ พื้นชั้นกลางของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure ให้ความรู้สึกที่นุ่ม ดูมีชีวิต เด้งคืนตัวได้ดีมาก วิ่งสนุกและลื่นไหล ไม่รู้สึกเสียแรง และสามารถรองรับแรงกระแทกในการวิ่งระยะไกลได้เป็นอย่างดี

และเมื่อเทียบกับในรุ่น Reebok Floatride Energy 4 เวอร์ชันปกติ: พื้นชั้นกลางของรุ่น 4 Adventure จะให้ความรู้สึกที่นุ่มกว่า รองรับแรงกระแทกในการวิ่งระยะทางไกลได้ดีกว่า ไม่มีความรู้สึกเฟิร์มแน่น โดยยังคงความเด้งและประสิทธิภาพในการส่งแรงที่ไม่แตกต่างกัน

พื้นชั้นกลางของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure ให้ความรู้สึกที่นุ่ม ดูมีชีวิต เด้งคืนตัวได้ดีมาก วิ่งสนุกและลื่นไหล

รวมทั้งพื้นชั้นกลางยังให้ความรู้สึกอยู่ทรงและคงรูป โดยเฉพาะบริเวณองศา Rocker ปลายเท้า ที่เกิดจากดอกยางที่มีความแข็ง ซึ่งช่วยควบคุมไม่ให้รองเท้ายืดหยุ่นและบิดตัวได้ง่าย และหน้าผ้าที่มีลักษณะเป็นโครงที่ช่วยประคองเท้า ทำให้นักวิ่งเท้าแบน (Overpronators) ไม่รู้สึกว่ามีอาการเท้าล้มเหมือนอย่างในรุ่น 4 เวอร์ชันปกติ

ซึ่งโดยรวม ส่วนตัวของทางเราก็จะชอบพื้นชั้นกลางของรุ่น 4 Adventure มากกว่า ที่มีความนุ่ม ไม่บิดตัวได้ง่ายและวิ่งสนุก ทำให้เหมาะกับการนำไปใช้ฝึกซ้อมประจำวันและซ้อมวิ่งระยะไกลของนักวิ่งถนนในทุกระยะ รวมทั้งสามารถนำไปใช้แข่งขันวิ่งเทรลระยะสั้น (0 – 50 กม.) บนเส้นทางที่ไม่ทรุกันดารมากนักได้เป็นอย่างดี

พื้นชั้นกลางของรุ่น 4 Adventure มีความนุ่ม ไม่บิดตัวได้ง่าย เหมาะกับการนำไปใช้ฝึกซ้อมประจำวันและซ้อมวิ่งระยะไกล รวมทั้งสามารถนำไปใช้แข่งขันวิ่งเทรลระยะสั้น (0 – 50 กม.) บนเส้นทางที่ไม่ทรุกันดารได้เป็นอย่างดี

ดอกยาง (Outsole)

ดอกยาง Reebok Floatride Energy 4 Adventure

Reebok Floatride Energy 4 Adventure จะมาพร้อมกับดอกยาง Rubber Outsole แบบเต็มทั้งพื้น โดยจะมีความสูงของดอกยางอยู่ที่ 3.5 มม.

และลักษณะลายดอกยาง ทางแบรนด์ Reebok อธิบายว่า ได้รับแรงบันดาลใจมาจากจักรยาน Gravel Bike (หรือจักรยานเสือหมอบสายผจญภัยที่สามารถท่องเที่ยวไปได้ทั้งบนถนนทางเรียบและทางวิบาก)

ดอกยางสูง 3.5 มม. โดยลักษณะลายดอกยางได้รับแรงบันดาลใจมาจากจักรยาน Gravel Bike

และแม้ว่าทางแบรนด์  Reebok จะไม่ได้มีการให้ข้อมูลว่า ดอกยางของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure จะเป็นดอกยาง Carbon Rubber เหมือนในรุ่น 4 เวอร์ชันปกติ แต่จากที่ทางเราได้ทดสอบประสิทธิภาพของการยึดเกาะพื้นของเนื้อดอกยางทั้งสองรุ่น พบว่า “มีประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นที่เท่ากันทุกประการทั้งพื้นผิวที่แห้งและเปียกน้ำ” ทำให้สามารถสรุปได้ว่าทั้งสองรุ่นใช้วัสดุเนื้อยางเดียวกัน

ดอกยางของทั้งรุ่น 4 Adventure และรุ่น 4 เวอร์ชันปกติ มีประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นที่เท่ากันทุกประการทั้งพื้นผิวที่แห้งและเปียกน้ำ

ในด้านประสิทธิภาพของการยึดเกาะพื้นของเนื้อดอกยาง สามารถแบ่งได้ดังนี้

  • ประสิทธิภาพการยึดเกาะบนพื้นผิวแห้ง ดอกยางของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure สามารถยึดเกาะพื้นได้ดีกว่าค่ามาตรฐาน โดยจะยึดเกาะอยู่ที่ 39.5 องศา (ค่ามาตรฐานการยึดเกาะพื้นผิวที่แห้งอยู่ 35 องศา)
  • ประสิทธิภาพการยึดเกาะบนพื้นผิวที่เปียกน้ำ ดอกยางของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure สามารถยึดเกาะพื้นได้ต่ำกว่าค่ามาตรฐาน โดยจะยึดเกาะอยู่ที่ 25.6 องศา (ค่ามาตรฐานการยึดเกาะพื้นผิวที่เปียกน้ำอยู่ 30 องศา)
ประสิทธิภาพของการยึดเกาะพื้นของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure

ซึ่งต้องอธิบายก่อนว่า ค่ามาตรฐานการยึดเกาะพื้นผิวที่เปียกน้ำ 30 องศา คือ ค่ามาตรฐานในรองเท้าวิ่งเทรลที่ทางเราทดสอบแล้วพบว่า “ให้ความรู้สึกที่มั่นคง ไม่ลื่นหรือไถลจนเกินไปบนเส้นทางที่เปียกน้ำ”

แต่ดอกยางในรองเท้าวิ่งถนนมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถผ่านเกณฑ์นี้ได้ โดยจะมีแบรนด์ Adidas กับดอกยาง Continental, แบรนด์ Asics กับดอกยาง Asics Grip, แบรนด์ Decathlon ในรองเท้าวิ่ง เช่นรุ่น KD800 และ KN500  ซึ่งสามารถยึดเกาะพื้นผิวที่เปียกน้ำได้อยู่ที่ 30 – 37 องศา

และในส่วนของรองเท้าวิ่งถนนแบรนด์อื่นๆ ส่วนใหญ่ การยึดเกาะพื้นผิวที่เปียกน้ำจะอยู่ระหว่าง 23 – 26 องศา ซึ่งดอกยางของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure ที่ยึดเกาะอยู่ที่ 25.6 องศา ก็ถือได้ว่ายึดเกาะพื้นผิวที่เปียกน้ำได้ตามมาตรฐานรองเท้าวิ่งถนนส่วนใหญ่

ดอกยางของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure ที่ยึดเกาะอยู่ที่ 25.6 องศา ก็ถือได้ว่ายึดเกาะพื้นผิวที่เปียกน้ำได้ตามมาตรฐานรองเท้าวิ่งถนนส่วนใหญ่

โดยรวม ดอกยางของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure เป็นดอกยางที่ใช้งานได้ดีมากทั้งบนถนนทางเรียบและทางเทรล โดยสามารถยึดเกาะพื้นผิวที่แห้งต่างๆ ได้ดี และด้วยความที่เป็นดอกยางแบบกึ่งเทรล ทำให้การวิ่งบนทางดินเรียบแห้งไม่มีอาการลื่น สามารถตะกุยพื้นและยันตัวได้ดีกว่ารองเท้าวิ่งถนน

และในส่วนการวิ่งบนพื้นผิวที่เปียกน้ำ นักวิ่งจำเป็นต้องมีความระมัดระวังในการวิ่งที่มากขึ้น เช่น การไปท่องเที่ยวน้ำตก หรือการวิ่งในพื้นที่เปียกแฉะหรือหินตะไคร่ที่ลาดชัน

และในส่วนของความทนทาน ถือได้ว่าเป็นดอกยางที่มีความทนทานมากและมีเนื้อดอกยางให้ใช้กันแบบยาวๆ ไม่ว่าจะวิ่งบนถนนทางเรียบหรือทางเทรล

ดอกยางของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure เป็นดอกยางที่ใช้งานได้ดีมากทั้งบนถนนทางเรียบและทางเทรล โดยสามารถยึดเกาะพื้นผิวที่แห้งต่างๆ ได้ดี

สรุปโดยรวมและการใช้งาน

สรุปโดยรวมและการใช้งานของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure

Reebok Floatride Energy 4 Adventure เป็นรองเท้าวิ่งกึ่งถนนกึ่งเทรลสำหรับนักวิ่งเท้าปกติ (Neutral) ที่ออกแบบมาได้เอนกประสงค์และลงตัวเป็นอย่างมาก จากทั้งหน้าผ้าที่สวมใส่สบาย ปกป้องเท้าได้ดีและทนทาน และพื้นชั้นกลางที่มีความนุ่มและเด้ง วิ่งสนุก รวมไปถึงดอกยางที่เอนกประสงค์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในรองเท้าวิ่งสำหรับซ้อมประจำวันที่ดีและคุ้มค่าที่สุดในตลาด ณ เวลานี้ เลยก็ว่าได้

Reebok Floatride Energy 4 Adventure เป็นรองเท้าวิ่งกึ่งถนนกึ่งเทรลสำหรับนักวิ่งเท้าปกติ (Neutral) ที่ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในรองเท้าวิ่งสำหรับซ้อมประจำวันที่ดีและคุ้มค่าที่สุดในตลาด ณ เวลานี้

ในส่วนน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของ Reebok Floatride Energy 4 Adventure เมื่อเทียบกับรุ่น 4 เวอร์ชันปกติ จะได้ดังนี้

  • Reebok Floatride Energy 4 Adventure มีน้ำหนัก: 272 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 227 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • Reebok Floatride Energy 4 มีน้ำหนัก 238 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 198 กรัม ในไซส์ 8US หญิง

ซึ่ง Reebok Floatride Energy 4 Adventure แม้ว่าจะมีหน้าผ้าที่มีการสกรีนยางเพิ่มความทนทาน และมีดอกยางที่สูงขึ้น แต่น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นถือว่าไม่มาก และยังอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับการซ้อมวิ่งประจำวันและซ้อมวิ่งระยะไกล

แม้ว่าจะมีหน้าผ้าที่มีการสกรีนยางและมีดอกยางที่สูงขึ้น แต่น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นถือว่าไม่มาก และยังอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสำหรับการซ้อมวิ่งประจำวันและซ้อมวิ่งระยะไกล

ฉะนั้น หากสรุปความเหมาะสมในใช้งานของทั้งสองรุ่นสำหรับนักวิ่งถนนจะได้ดังนี้

  • Reebok Floatride Energy 4 Adventure ให้ความรู้สึกนุ่ม วิ่งสนุก รองรับแรงกระแทกได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับนักวิ่งทุกกลุ่ม ตั้งแต่นักวิ่งมือใหม่ไปจนถึงนักวิ่งอาชีพ ที่ต้องการรองเท้าวิ่งสำหรับฝึกซ้อมประจำวันและซ้อมวิ่งระยะไกลในทุกระยะ (ตั้งแต่ระยะ 5 กม. ไปจนถึงระยะมาราธอน)
  • Reebok Floatride Energy 4 ให้ความรู้สึกนุ่มแน่น น้ำหนักเบา ติดเท้า สามารถเร่งได้ตามที่ต้องการ และรองเท้าค่อนข้างมีความยืดหยุ่น ซึ่งให้ความรู้สึกคล้ายกับรองเท้าประเภท Minimalist ทำให้เหมาะสำหรับนักวิ่งที่ต้องการความรู้สึกรวดเร็วและเร่งได้ในการฝึกซ้อมประจำวัน ซึ่งโดยรวมจะเหมาะกับนักวิ่งที่กำลังฝึกซ้อมในแผนแข่งขันในระยะ 5 กม. ถึง ฮาล์ฟมาราธอน แต่หากเป็นนักวิ่งที่แข็งแรงหรือเป็นนักวิ่งอาชีพก็สามารถใช้ในการซ้อมประจำวันในแผนมาราธอนได้
Reebok Floatride Energy 4 Adventure ให้ความรู้สึกนุ่ม วิ่งสนุก รองรับแรงกระแทกได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับนักวิ่งทุกกลุ่ม

ในด้านของการวิ่งเทรล ต้องอธิบายก่อนว่า โดยปกติแล้ว รองเท้าวิ่งประเภทกึ่งถนนกึ่งเทรลส่วนใหญ่ที่ได้รับพื้นชั้นกลางมาจากรองเท้าวิ่งถนน ก็จะโดดเด่นเป็นอย่างมากในเรื่องของความวิ่งสนุก ประหยัดแรง พื้นชั้นกลางส่งแรงได้ดีในการวิ่งบนทางดินเรียบ (Hard-packed trails)

ซึ่งแตกต่างจากรองเท้าวิ่งเทรลแท้ส่วนใหญ่ ที่พื้นชั้นกลางจะเน้นในด้านของการซับแรงกระแทก และความเสถียรและมั่นคงเป็นหลัก ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญในการวิ่งระยะทางไกล (ระยะ 0 – 170 กม.) ที่นักวิ่งเทรลไม่ได้มีการทำความเร็วสูงตลอดเวลา รวมไปถึงมีดอกยางที่เกาะพื้นได้ดีมาก เนื่องจากระยะทางที่ไกล นักวิ่งเทรลจะต้องพบเจอเส้นทางที่ทรุกันดารและอุปสรรคที่หลากหลาย

ทำให้รองเท้าวิ่งประเภทกึ่งถนนกึ่งเทรลส่วนใหญ่จะมีการแนะนำการใช้งานไว้ที่ระยะสั้น (ระยะ 0 – 50 กม.) เป็นหลัก 

รองเท้าวิ่งประเภทกึ่งถนนกึ่งเทรลส่วนใหญ่ที่ได้รับพื้นชั้นกลางมาจากรองเท้าวิ่งถนนจะโดดเด่นเป็นอย่างมากในเรื่องของความวิ่งสนุกและส่งแรงได้ดีในการวิ่งบนทางดินเรียบ

ซึ่งรองเท้าวิ่ง Reebok Floatride Energy 4 Adventure ก็จัดอยู่ในรองเท้าวิ่งประเภทนี้ ที่การวิ่งบนทางดินเรียบถือเป็นจุดเด่น สามารถทำความเร็วได้ดีและลื่นไหล รวมทั้งพื้นชั้นกลางยังสามารถยุบเก็บหินได้ ซึ่งช่วยลดโอกาสที่รองเท้าจะพลิกตัว เมื่อเหยียบหินก้อนลอยขนาดเล็กๆ

นอกจากนี้ การวิ่งบนทางดินเรียบ ดอกยางยังสามารถเกาะพื้นและตะกุยพื้นได้ดี ไม่มีลื่น และมีความทนทานในการใช้งาน อย่างไรก็ตาม ดอกยางที่สูง 3.5 มม. ที่แม้ว่าจะเริ่มพบเห็นได้มากขึ้นในรองเท้าวิ่งเทรลสำหรับทำความเร็วในปัจจุบัน แต่วัสดุเนื้อดอกยางจากรองเท้าถนน ที่เกาะพื้นผิวที่เปียกน้ำได้ไม่ดีเท่ากับในรองเท้าวิ่งเทรลแท้ ทำให้การวิ่งบนเส้นทางทรุกันดารที่เปียกแฉะจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น

การวิ่งบนทางดินเรียบ ดอกยางสามารถเกาะพื้นได้ดี และมีความทนทานในการใช้งาน แต่วัสดุเนื้อดอกยางจากรองเท้าถนน ทำให้เกาะพื้นผิวที่เปียกน้ำได้ไม่ดีเท่ากับในรองเท้าวิ่งเทรลแท้

และ Reebok Floatride Energy 4 Adventure จะให้ความรู้สึกที่คล้ายกับรองเท้าวิ่งในกลุ่มเดียวกันอย่าง Nike Air Zoom Pegasus 36 Trail ในปี 2019 เป็นอย่างมาก แต่พื้นชั้นกลางมีความหนา และให้ความนุ่มเด้ง ส่งแรงได้ดีกว่า Nike Air Zoom Pegasus 36 Trail รวมไปถึงมีหน้าผ้าที่กระชับเท้ากว่า

ซึ่งนักวิ่งชาวไทยที่เคยใส่และชื่นชอบความรู้สึกในการใช้งานของ Nike Air Zoom Pegasus 36 Trail รองเท้า Reebok Floatride Energy 4 Adventure ก็ถือเป็นรองเท้าวิ่งที่ให้ความรู้สึกที่คล้ายกัน แต่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าในทุกๆ ด้าน

ทำให้ในด้านของการวิ่งเทรลแล้ว รองเท้าวิ่ง Reebok Floatride Energy 4 Adventure สามารถใช้ในการฝึกซ้อมหรือแข่งขันวิ่งเทรลในระยะสั้น (ระยะ 0 – 50 กม.) รวมไปถึงรายการแข่งขันวิ่งครอสคันทรี่ได้เป็นอย่างดี

Reebok Floatride Energy 4 Adventure สามารถใช้ในการฝึกซ้อมหรือแข่งขันวิ่งเทรลในระยะสั้น (ระยะ 0 – 50 กม.) รวมไปถึงการแข่งขันวิ่งครอสคันทรี่ได้เป็นอย่างดี

โดยรวม Reebok Floatride Energy 4 Adventure และรุ่น 4 เวอร์ชันปกติ ทั้งสองรุ่นต่างก็เป็นรองเท้าวิ่งสำหรับซ้อมประจำวันที่ดีทั้งคู่ โดยรุ่น 4 Adventure จะเป็นรองเท้าวิ่งที่เข้าถึงและใช้งานได้ง่ายสำหรับนักวิ่งส่วนใหญ่ และถือเป็นรองเท้า Go-to Shoe หรือ รองเท้าวิ่งที่หยิบออกไปก็วิ่งได้เลย ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องกลัวพัง และสามารถใช้งานได้ดีในทุกสถานการณ์

Reebok Floatride Energy 4 Adventure ถือเป็นรองเท้า Go-to Shoe หรือ รองเท้าวิ่งที่หยิบออกไปก็วิ่งได้เลย ไม่ต้องคิดอะไรมากและสามารถใช้งานได้ดีในทุกสถานการณ์

และ Reebok Floatride Energy 4 Adventure มีวางจำหน่ายแล้วที่ Supersports ทั้งสีของผู้ชายและผู้หญิง ในราคา 3,990 บาท ท่านใดที่สนใจสามารถเข้าไปเลือกชมแบบออนไลน์ได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ

Reebok Floatride Energy 4 Adventure มีวางจำหน่ายแล้วที่ Supersports ทั้งสีของผู้ชายและผู้หญิง ในราคา 3,990 บาท

นอกจากนี้ Reebok Floatride Energy 4 ยังมีสีใหม่เพิ่มเข้ามาอย่างสีดำ (มีทั้งชายและหญิง) และสีส้ม (เฉพาะของผู้ชาย) ท่านใดที่สนใจก็สามารถเลือกชมได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ

Reebok Floatride Energy 4 ยังมีสีใหม่เพิ่มเข้ามาอย่างสีดำ (มีทั้งชายและหญิง) และสีส้ม (เฉพาะของผู้ชาย) วางจำหน่ายในราคา 3,790 บาท

นอกจากนี้ ทางแบรนด์ Reebok ยังได้จับมือกับแบรนด์เครื่องดื่มเบียร์สัญชาติอเมริกันอย่าง Harpoon Brewery ออกเป็น Rec. League X Reebok Floatride Energy 4 Adventure สีพิเศษ และเป็นการจับสลากแจกฟรี 10 คู่เท่านั้นในสหรัฐอเมริกา ซึ่งต้องรอดูกันต่อไปมาจะมีวางจำหน่ายโดยทั่วไปหรือไม่สำหรับสายสะสม

Harpoon x Reebok Floatride Energy 4 Adventure “Rec. League”

และในบทความรีวิว Reebok Floatride Energy 4 Adventure นี้ ต้องขอขอบคุณทาง Reebok Thailand ที่ส่งรองเท้าคู่นี้ รวมทั้งชุดเสื้อผ้ามาให้ทางเราทดสอบนะครับ

หวังว่าบทความนี้เป็นจะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่งหรือผู้ที่สนใจในการวิ่งหลาย ๆ ท่าน ขอให้วิ่งให้สนุกครับ

สามารถติดตาม Running Profiles ได้ทั้งใน

More on this topic

Popular stories

Training Plan