รีวิวรองเท้า Adidas Terrex Agravic TR

Related Articles

Adidas Terrex Agravic TR เป็นรองเท้าวิ่งเทรลตัวเริ่มต้นจากทาง Adidas ซึ่งถูกโฆษณาว่าเป็น “รองเท้าวิ่งเทรลที่เหมาะกับพื้นผิวทุกประเภท มาพร้อมการยึดเกาะ การซัพพอร์ต และความสบาย เพื่อให้คุณเคลื่อนไหวอย่างว่องไวได้ทั้งบนทางเรียบและทางหินขรุขระ” แม้ว่าคำโฆษณาออกจะเกินจริงอยู่บ้างโดยเฉพาะคำว่า “เคลื่อนไหวอย่างว่องไว” แต่ทางเรา Running Profiles มองว่ารองเท้าคู่นี้เหมาะกับการเดินในทางเทรลที่ทรุกันดารเพียงอย่างเดียวมากกว่า โดย Adidas Terrex Agravic TR มีความเสถียรของรองเท้าและมั่นคงบริเวณกลางเท้าถึงส้นเท้า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรองเท้าวิ่งเทรลประเภท Technical Terrain

ความรู้เพิ่มเติม รองเท้าวิ่งเทรลประเภท Technical Terrain เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในทางเทรลที่ทรุกันดาร เช่น ทางหินหรือทางในป่า ทำให้รองเท้าประเภทนี้จะมีพื้นชั้นกลาง (Midsole) ที่ค่อนข้างแข็งและโฟมบริเวณปลายเท้าถูกออกแบบให้บาง เพื่อให้นักวิ่งสามารถปีนป่ายและยันตัวไปบนเส้นทางที่มีอุปสรรค ทั้งยังมีการเสริมบริเวณกลางเท้าและส้นเท้าไม่ให้สามารถบิดตัวได้ เพื่อความมั่นคงขณะเดิน ลักษณะเด่นอีกประการของรองเท้าวิ่งเทรลประเภท Technical Terrain คือ หน้าผ้าที่หนาและทนทาน ใช้ปกป้องเท้าจากหินหรือกิ่งไม้ที่คม ทำให้รองเท้าประเภทนี้มีน้ำหนักที่มากกว่ารองเท้าวิ่งเทรลปกติ ฉะนั้นรองเท้าประเภทนี้จะมีความใกล้เคียงกับรองเท้าเดินป่า (Hiking Shoes) มากที่สุดในบรรดารองเท้าวิ่งเทรลทุกประเภท ดังนั้นโดยทั่วไปรองเท้าประเภทนี้จะเหมาะกับการซ้อมวิ่งสลับเดินที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก เช่น การไปท่องเที่ยวตามอุทยานป่าเขา (Hiking) ในระยะทางตั้งแต่ 0 – 50 กม. บนเส้นทางเทรลที่ขรุขระทรุกันดาร (Technical Terrain)

Adidas Terrex Agravic TR มาพร้อมกับหน้าผ้าที่ทนทาน (Abrasion-resistant open mesh upper) และพื้นชั้นกลาง (Midsole) ใช้วัสดุ EVA รวมทั้งพื้นยาง (Outsole) ลิขสิทธ์เฉพาะของ Adidas อย่าง Traxion

ข้อมูลที่ควรรู้

น้ำหนัก:  359 กรัม (10US) และ ใส่ตรงไซต์

Stack Height: ปลายเท้าสูง 17 มม. และส้นเท้าสูง 24 มม.  (Drop 7 มม.)

แผ่นรองรองเท้า (Insole): ยาว 28.5 ซม. และบริเวณปลายเท้ากว้าง 9.8 ซม. (ไซต์ 10US)

เหมาะกับการวิ่งแบบ:

  • ซ้อมวิ่งสลับเดินที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก เช่น การไปท่องเที่ยวตามอุทยานป่าเขา (Hiking)

เหมาะกับระยะการวิ่ง (กม.): 0 กม. – 50 กม.

เหมาะกับเส้นทางแบบ:

  • ทางเทรลที่ไม่ทรุกันดารมากนัก เช่น ทางดินเรียบและแห้ง
  • ทางเทรลที่ขรุขระทรุกันดาร (Technical Terrain) เช่น ทางหิน และทางในป่า

ข้อดี:

  • หน้าผ้าทนทานและปกป้องเท้าได้อย่างดีเยี่ยม
  • พื้นชั้นกลาง (Midsole) มีความเสถียร ไม่บิดตัว และไม่นุ่ม (ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรองเท้าประเภท Technical Terrain) ทำให้ตอบสนองและส่งตัวบนเส้นทางที่มีอุปสรรคได้อย่างดีเยี่ยม
  • มีซัพพอร์ทบริเวณอุ้งเท้า สำหรับนักวิ่งเท้าแบน (Overpronators)
  • ดอกยางเกาะพื้นได้ดีทุกสภาพพื้นผิว และมีความทนทานต่อการสึกสูง

ข้อเสีย:

  • หน้าผ้าไม่ระบายอากาศ และเนื้อผ้าค่อนข้างแข็ง
  • โครงหนังสังเคราะห์บริเวณกลางเท้า มีการกดหน้าเท้า ในกรณีมัดเชือกแน่นหรือในกรณีนักวิ่งอุ้งเท้าสูง โดยเฉพาะรูร้อยเชือกรูแรก
  • สำหรับนักวิ่งเท้าเรียว รองเท้าขาดความกระชับ แม้ว่ามัดเชือกแน่นแล้ว แต่เท้าและส้นเท้ายังสามารถขยับไปมาในรองเท้าได้อย่างอิสระ รวมทั้งเท้าจมลงไปในรองเท้าค่อนข้างมาก
  • พื้นชั้นกลางแข็งกระด้าง รวมทั้งน้ำหนักที่หนัก ทำให้ไม่เหมาะกับการวิ่ง
  • แผ่นรอง (Insole) ค่อนข้างบาง

ความรู้สึกครั้งแรกหลังใส่ Adidas Terrex Agravic TR

ความรู้สึกแรกที่ใส่คือ หน้าผ้าแข็งกระด้างและพื้นชั้นกลาง (Midsole) ที่แข็งทั้งตัว นอกจากนี้น้ำหนักที่ค่อนข้างมาก โดยรวมให้ความรู้สึกเหมือนรองเท้าเดินป่า (Hiking Shoes) มากกว่ารองเท้าวิ่งเทรล

หน้าผ้า (Upper)

สำหรับความกระชับของรองเท้าของรุ่นนี้ รองเท้ามี Toe Box ค่อนข้างกว้าง ซึ่งจะเกิดปัญหากับนักวิ่งเท้าเรียว ทำให้รองเท้าขาดความกระชับและเท้ายังสามารถขยับไปมาในรองเท้าได้อย่างอิสระ แม้ว่ามัดเชือกแน่นแล้ว อย่างไรก็ตามนักวิ่งที่มีเท้าอวบ หน้าผ้าจะกระชับพอดีกับรูปเท้า

สำหรับในส่วนของเนื้อผ้าและโครงรองเท้าจะใช้ผ้า Mesh ที่มีรูระบายอากาศใหญ่ด้านนอกและมีหน้าผ้าด้านในอีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันเศษฝุ่นเข้าไปในรองเท้า รวมทั้งมีการเสริมโครงหนังสังเคราะห์บริเวณกลางเท้าจนถึง Toe Bumper เพื่อเน้นความทนทานและปกป้องเท้าจากหินและกิ่งไม้ อย่างไรก็ตาม โครงหนังสังเคราะห์ตัวนี้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นรูร้อยเชือกด้วย มีการกดหน้าเท้าจนเจ็บ ในกรณีมัดเชือกแน่นหรือในกรณีนักวิ่งอุ้งเท้าสูง โดยเฉพาะรูร้อยเชือกรูแรก นอกจากนี้สิ่งเหล่านี้ยังทำให้รองเท้ามีน้ำหนักที่มากขึ้นและไม่สามารถระบายอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงหนังสังเคราะห์ตัวนี้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นรูร้อยเชือกด้วย มีการกดหน้าเท้าจนเจ็บ โดยเฉพาะรูร้อยเชือกรูแรก

สำหรับขอบบริเวณส้นเท้า จะมีการบุฟองน้ำที่ค่อนข้างหนาและโครงรอบส้นเท้าที่สูง ซึ่งสามารถปกป้องส้นเท้าจากหินและกิ่งไม้คม ๆ ได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับนักวิ่งเท้าเรียว เท้าจมลงไปในรองเท้าค่อนข้างมาก ทำให้รู้สึกถึงขอบ Heel Counter เสียดสีกับเอ็นร้อยหวายและมีอาการส้นเท้าขยับขึ้นลงในรองเท้าตลอดเวลา (การใส่แผ่นรอง (Insole) แบบบาง 2 แผ่น สามารถแก้ปัญหานี้ได้บ้าง) แต่ปัญหานี้ไม่เกิดขึ้นกับนักวิ่งเท้าอวบ

พื้นชั้นกลาง (Midsole)

Adidas Terrex Agravic TR ใช้พื้นชั้นกลาง (Midsole) เป็นโฟม EVA ธรรมดา ซึ่งไม่มีความนุ่มมากนัก ไม่เพียงพอต่อการวิ่ง แต่นุ่มเพียงพอที่จะใส่เดินและปีนป่ายข้ามอุปสรรคต่าง ๆ ได้ รวมทั้งพื้นบริเวณกลางเท้าและส้นเท้าที่เสถียร ทำให้รู้สึกมั่นคงมากขณะเดิน นอกจากนี้พื้นยังมีการเสริมอุ้งเท้าสำหรับนักวิ่งเท้าแบน (Overpronators)

พื้นมีการเสริมอุ้งเท้าสำหรับนักวิ่งเท้าแบน (Overpronators)

ดอกยางและพื้นยาง (Outsole)

Adidas Terrex Agravic TR ไม่มีแผ่นรองกันหิน (Rock Plate) แต่พื้นชั้นกลาง (Midsole) ที่ค่อนข้างแข็ง ทำหน้าที่เปรียบเสมือนเป็นแผ่นรองกันหินแทน

ในส่วนของดอกยางจะใช้เป็นดอกยางลิขสิทธิ์เฉพาะของทาง Adidas ที่มีชื่อว่า Traxion (ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกนำมาใช้ในรองเท้ารุ่นเริ่มต้นของทาง Adidas) โดยมีลักษณะค่อนข้างแข็งและเหนียว ทำให้ยึดเกาะพื้นได้ดีในทุกสภาพพื้นผิว แม้พื้นเปียกน้ำ รวมทั้งยังทนทานต่อการสึกอีกด้วย

ลักษณะลายดอกยางของ Adidas Terrex Agravic TR เป็นดอกยางประเภท All types of terrain หรือดอกยางเอนกประสงค์ที่วิ่งได้ทุกสภาพถนน โดยแต่ละดอกจะหนาและสูง 4 มม. จากการทดสอบวิ่งในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น ทางดินเรียบ ทางหิน ทางในป่า ขึ้นเขาและลงเขา ดอกยางสามารถเกาะพื้นได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของการวิ่งบนถนนลาดยาง (ถนนยางมะตอยและถนนคอนกรีต) สามารถวิ่งสลับเดินได้ อย่างไรก็ตามพื้นโฟมชั้นกลาง (Midsole) ที่ค่อนข้างแข็งและน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก ทำให้ไม่เหมาะกับการวิ่งบนถนนแข็ง ๆ เท่าไหร่นัก

สรุปแล้วใส่วิ่งเป็นอย่างไรบ้าง

Adidas Terrex Agravic TR เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่มีความทนทานของหน้าผ้า สามารถป้องกันการขีดข่วนจากหินหรือกิ่งไม้คม ๆ รวมทั้งพื้นมีความมั่นคงและมีซัพพอร์ทบริเวณอุ้งเท้า ทำให้สามารถเดินบนเส้นทางที่มีอุปสรรคได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีดอกยางที่ทนทานต่อการสึกและยึดเกาะได้ดีทุกสภาพพื้นผิว

อย่างไรก็ตาม หน้าผ้าที่ระบายอากาศไม่ดีและพื้นโฟมชั้นกลางที่แข็ง รวมทั้งยังมีน้ำหนักที่มาก ทำให้ Adidas Terrex Agravic TR เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่เหมาะกับการใช้งานเฉพาะกรณีเท่านั้น เช่น การไปเดินป่า (Hiking)

ดังนั้น Adidas Terrex Agravic TR เป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภท Technical Terrain ที่เหมาะสำหรับการซ้อมวิ่งสลับเดินที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก เช่น การไปท่องเที่ยวตามอุทยานป่าเขา (Hiking) ในระยะทางตั้งแต่ 0 – 50 กม. บนเส้นทางเทรลที่ขรุขระทรุกันดาร (Technical Terrain) เช่น ทางหิน และทางในป่า

แอดมินหวังว่าบทความนี้เป็นจะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่งหรือผู้ที่สนใจในการวิ่งหลาย ๆ ท่าน ถ้าหากท่านใดมีคำถามหรืออยากจะแชร์ประสบการณ์ในการวิ่งสามารถเข้าไปคอมเม้นได้ในเพจ FB: Running Profiles ได้เลยครับ ฝากกดไลน์และติดตามเพจด้วยครับ ขอให้วิ่งให้สนุกครับ

More on this topic

Popular stories

5 ประเภทรองเท้าวิ่งที่นักวิ่งควรรู้ก่อนเป็นโปร

การวิ่งเป็นกีฬาที่เข้าถึงง่ายที่สุดในโลก การวิ่งไม่ต้องการอุปกรณ์ที่พิเศษหรือสิ่งของราคาแพงในการเริ่มที่จะออกไปวิ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั้นก็คือ “รองเท้าวิ่งที่ดีสักคู่หนึ่ง” ท่านเคยรู้สึกไหมว่ารองเท้าบางคู่พื้นแข็งจนใส่วิ่งได้แค่ในระยะสั้น ๆ ส่วนอีกคู่พื้นนุ่ม แต่ทำความเร็วได้ยาก หรือ จะต้องซ้อมตามแผน 10k, 21k, 42k ที่มีการฝึก Easy days, Long run, Interval และ Tempo...

โฟม Zoom X ของทาง Nike คืออะไร และวัสดุ PEBAX คืออะไร

นักวิ่งหลายท่านคงสงสัยว่า โฟม Zoom X ของทาง Nike ที่ถูกใช้ในรองเท้าตัวแข่งอย่าง Nike ZoomX Vaporfly NEXT% และตัวใหม่อย่าง Nike Air Zoom Alphafly NEXT% นั่นเป็นวัสดุอะไร และมันดียังไง วันนี้เราจะมาไขคำตอบกันครับ

รีวิวรองเท้า Saucony Peregrine ISO หนึ่งในรองเท้าวิ่งเทรลที่ดีที่สุด

Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ดีสุดที่ติดอันดับในหมวดชื่นชอบตลอดกาล (Best Longtime Favorite) จากเว็บไซต์เกี่ยวกับการวิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Runner’s World Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่สานต่อความสำเร็จของรุ่น...

รองเท้าวิ่งเทรลของ Decathlon แต่ละรุ่น แตกต่างกันยังไง แล้วเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ?

รองเท้าวิ่งเทรลของ Decathlon จะมีอยู่ 5 รุ่นหลัก โดยแต่ละรุ่นจะมีการออกแบบเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาอธิบายกันว่าแต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้งานแบบไหน และเหมาะกับนักวิ่งประเภทไหน ติดตามได้เลยครับ ความรู้เพิ่มเติม แบรนด์ Decathlon (อ่านว่า ดี-แคท-ลอน)...

ประวัติและที่มาของรองเท้าวิ่งคาร์บอน ฉบับสมบูรณ์

รองเท้าวิ่งคาร์บอนที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่จะเป็น Nike Air Zoom Alphafly NEXT%, New Balance FuelCell TC, Brooks Hyperion Elite, ASICS Metaracer, HOKA Rocket X, Saucony Endorphin Pro,...

รองเท้าคาร์บอน เหมาะกับนักวิ่งทุกคนจริงหรือ ?

วันนี้เราจะมาแปลบทความน่าสนใจบทความหนึ่งที่ทาง Runner World ได้เขียนไว้เกี่ยวกับสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับรองเท้าคาร์บอนที่กำลังเป็นกระแสฮิตอยู่ในตอนนี้ โดยมีชื่อว่า Will Magic Shoes Work for You?  (รองเท้าคาร์บอนสุดวิเศษณ์เหล่านั้น เหมาะกับคุณจริงหรือ? ) เนื้อหาจะเป็นอย่างไรติดตามได้เลยครับ

Training Plan

แผนการซ้อม 10K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 10K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม 5K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 5K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Marathon ใน 18 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Marathon ภายใน 18 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Half Marathon ใน 14 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Half Marathon ภายใน 14 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett