รีวิวรองเท้า Asics Fujilyte XT รองเท้าเทรลสาย Technical Terrain จากทาง Asics

Related Articles

Asics Fujilyte XT ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการทำความเร็วในทางเทรลที่ทรุกันดาร โดยคงความเสถียรของรองเท้าซึ่งเอกลักษณ์ของรองเท้าวิ่งประเภท Technical Terrain ได้เป็นอย่างดี

ซึ่งทาง Asics ได้ใส่เทคโนโลยีที่ดีที่สุดไว้ในรองเท้ารุ่นนี้ได้ โดยจะมาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง (Midsole) เป็นโฟม Flytefoam Lyte ซึ่งมีการผสมเส้นใยนาโนเข้าไป ทำให้น้ำหนักเบากว่า Flytefoam รุ่นปกติ และแผ่นรองกันหิน (Rock Plate) แบบเต็มแผ่นบริเวณปลายเท้า เพื่อปกป้องเท้าจากเศษหินหรือเศษไม้ที่คม ทั้งยังเสริมความเสถียรและความนุ่มด้วยแผ่นรองพื้น SpEVA 45 lasting รวมทั้งมาพร้อมกับหน้าผ้าที่ทนทานต่อการขีดข่วนและกันฝุ่นได้ดีอย่าง Open trail mesh

ข้อมูลที่ควรรู้

น้ำหนัก: 316 กรัม (10US) และ ใส่ตรงไซต์

Stack Height: ปลายเท้าสูง 10 มม. และส้นเท้าสูง 18 มม.  (Drop 8 มม.)

เหมาะกับการวิ่งแบบ:

  • เน้นทำความเร็ว เช่น การซ้อม Tempo และ Interval
  • ใส่ซ้อมเป็นประจำทุกวัน
  • ใส่แข่งเทรลระยะสั้นถึงกลาง (25K ถึง 50K)

เหมาะกับเส้นทางแบบ:

  • ทางดินเรียบและแห้ง
  • ทางเทรลที่ขรุขระทรุกันดาร (Technical Terrain) เช่น ทางหิน ทางในป่า

ข้อดี:

  • ทำความเร็วได้ดี สามารถเร่งความเร็วได้ตามที่ต้องการ
  • หน้าผ้าจับเท้าได้ดีเยี่ยม
  • พื้นชั้นกลาง (Midsole) มีความเสถียร ไม่บิดตัว และมีความนุ่มระดับหนึ่ง (ออกไปทางเฟิร์ม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรองเท้าประเภท Technical Terrain) รวมทั้งตอบสนองดีเยี่ยม
  • ดอกยางเกาะพื้นได้ดีทุกสภาพพื้นผิว
  • การซับพอร์ทบริเวณอุ้งเท้าเล็กน้อยสำหรับนักวิ่งเท้าแบน
  • มีแผ่นกันหิน (Rock Plate) แบบเต็มแผ่นบริเวณปลายเท้า ให้ความเสถียรและป้องกันเศษหินและกิ่งไม้คม ๆ 
  • งานออกแบบและงานประกอบควบคุมคุณภาพดีมาก ๆ น้ำหนักสองข้างเท่ากัน

ข้อเสีย:

  • หน้าผ้ากระชับเท้ามาก อาจไม่เหมาะกับนักวิ่งเท้าบาน (แผ่นรองกว้าง 9.7 ซม.)
  • ระบายอากาศไม่ดี ทำให้เหมาะสำหรับวิ่งในป่าหรือที่ร่ม (บนถนนหรือทางดินร้อน ๆ ไม่เหมาะเป็นอย่างมาก)
  • (อาจไม่ใช่ข้อเสีย) บริเวณกลางและส้นเท้าไม่ได้นุ่มมาก เน้นความเสถียรของพื้น ตามสไตล์รองเท้าเทรลประเภท Technical Terrain

ความรู้สึกหลังใส่ Asics Fujilyte XT

ความรู้สึกแรกที่ใส่คือ หน้าผ้ามันกระซับ ไม่ยืดและจับเท้าได้ดีมาก ค่อนข้างบีบหน้าเท้าทีเดียวแต่ให้ความรู้สึกเหมือนรองเท้าแข่ง ในส่วนของพื้นชั้นกลาง (Midsole) ให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างแข็งในครั้งแรกที่ใส่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรองเท้าประเภท Technical Terrain ที่ต้องวิ่งในทางหินและทางในป่าที่มีอุปสรรคมาก ทำให้การออกแบบเน้นไปที่ความเสถียรและการปกป้องเท้า รองเท้าจึงบิดตัวได้น้อย เพราะช่วยไม่ให้เท้าเราพลิกเมื่อเราเผลอเหยียบไปโดนหิน และพอวิ่งไปได้สักระยะ จะรู้สึกได้ว่าบริเวณปลายเท้า (Forefoot) ตอบสนองได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถกระโดดข้ามอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งมีการเสริมซับพอร์ทบริเวณอุ้งเท้าเล็กน้อยโดยแผ่นรองพื้น (Insole) สำหรับนักวิ่งเท้าแบน ซึ่งรองเท้าคู่นี้จัดอยู่ในหมวดของ Training and Racing หรือรองเท้าที่เหมาะสำหรับซ้อมทำความเร็ว เช่น ซ้อม Tempo และ Interval หรือใช้ใส่วิ่งในวันแข่ง

หน้าผ้า (Upper)

สำหรับความกระชับของรองเท้าของรุ่นนี้ ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เท้าไม่มีการขยับไปมาในรองเท้า ให้ความรู้สึกเหมือนรองเท้าเป็นส่วนหนึ่งของเท้า แต่อย่างไรก็ตาม หน้าผ้าค่อนข้างรัดหน้าเท้ามาก ซึ่งทำให้นักวิ่งที่หน้าเท้าบานอาจจะต้องเพิ่มไซต์

สำหรับในส่วนของเนื้อผ้าจะใช้ผ้าที่ทาง Asics เรียกว่า Open Trail Mesh เป็นหน้าผ้าที่หนาและทนทานต่อรอยขีดข่วนจากหินและกิ่งไม้ รวมทั้งกันเศษฝุ่นและเศษดินเล็ก ๆ ที่จะหลุดลอดเข้าไปในรองเท้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งแลกมาด้วยการระบายอากาศที่ไม่ดีนัก แต่ยังคงระบายน้ำได้ดี

Open Trail Mesh เป็นหน้าผ้าที่หนาและทนทานต่อรอยขีดข่วนจากหินและกิ่งไม้ รวมทั้งกันเศษฝุ่นและเศษดินเล็ก ๆ

สำหรับขอบบริเวณส้นเท้า จะมีการบุฟองน้ำที่ไม่หนามากนัก ซึ่งสามารถปกป้องเศษหินและเศษดินที่จะเข้าไปในรองเท้าได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงล็อคบริเวณส้นเท้าได้อย่างดีเยี่ยม ไม่มีอาการส้นรูด

มีแทบสะท้อนสีบริเวณส้นเท้า

พื้นชั้นกลาง (Midsole)

Asics Fujilyte XT มาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง (Midsole) เป็นโฟม Flytefoam Lyte (ซึ่งถูกใช้ในรองเท้าทำความเร็วของทาง Asics อย่าง Asics Dynaflyte 4) ที่มีการผสมเส้นใยนาโนเข้าไป ทำให้น้ำหนักเบากว่า Flytefoam รุ่นปกติ รวมทั้งมีการใช้แผ่นรองปิดด้านบน (Lasting) เป็นแผ่น EVA พิเศษที่มีความนุ่มและการตอบสนอง (Energy Return) ที่สูง ซึ่งทาง Asics เรียกว่าแผ่นรองนี้ว่า SpEVA 45 Lasting (เสริม รหัส 45 หมายถึงมีความนุ่มสูงที่สุด, รหัส 55 หมายถึงมีความแข็งและกระด้างขึ้นมาอีกหน่อย, และ รหัส 65 หมายถึงมีความแข็งและกระด้างที่สุด)

เมื่อถอดแผ่นรอง (Insole) ออกจะเห็น แผ่นรองพื้น (Lasting) เรียกว่าแผ่นรองนี้ว่า SpEVA 45 Lasting

พอนำมารวมกันแล้วทำให้พื้นชั้นกลางไม่ได้นุ่มมาก ออกไปทางเฟิร์มมากกว่า ตามสไตล์รองเท้าเทรลประเภท Technical Terrain และพื้นบริเวณปลายเท้าที่สูงเพียง 10 มม. ส่งผลให้สามารถทรงตัวและข้ามอุปสรรคได้อย่างมั่นใจว่าเท้าจะไม่ผลิก ทำให้เหมาะกับทางหินก้อนลอย และทางที่ขรุขระทรุกันดารเป็นอย่างมาก และมีการซับพอร์ทบริเวณอุ้งเท้าเล็กน้อยสำหรับนักวิ่งเท้าแบนหรือนักวิ่งที่วิ่งระยะไกลแล้วกล้ามเนื้อล้ามาก ๆ

ดอกยางและพื้นยาง (Outsole)

Asics Fujilyte XT มาพร้อมกับแผ่นกันหิน (Rock Plate) แบบเต็มแผ่นบริเวณปลายเท้า (Forefoot) สามารถปกป้องเท้าจากหินหรือกิ่งไม้ที่คม ๆ ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งทำให้ปลายเท้ามีความเสถียรมากยิ่งขึ้น และใช้ดอกยางลิขสิทธิ์เฉพาะของทาง Asics ที่มีชื่อว่า Asics Grip (ถูกใช้ในรองเท้าคาร์บอนตัวแข่งอย่าง Asics Meta Racer) ที่มีลักษณะอ่อน นิ่ม ทำให้ยึดเกาะพื้นได้ดีในทุกสภาพพื้นผิว แม้พื้นเปียกน้ำ รวมทั้งยังทนทานต่อการสึกอีกด้วย

แผ่นกันหิน (Rock Plate) แบบเต็มแผ่นบริเวณปลายเท้า (Forefoot) (สีน้ำเงิน)

Asics Fujilyte XT เป็นดอกยางประเภท Technical terrains หรือดอกยางที่เหมาะกับทางขรุขระทรุกันดาร ทางป่าและทางหิน รวมทั้งยังสามารถวิ่งบนทางดินที่แน่น แห้งและทางทั่ว ๆ ไปได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเกาะพื้นได้ดีในกับทุกสภาพถนน

ในส่วนของการวิ่งบนถนนลาดยาง (ถนนยางมะตอยและถนนคอนกรีต) สามารถวิ่งได้เหมือนรองเท้าถนนทั่วไป ดอกยางค่อนข้างทนทาน เวลาวิ่งบนถนนให้ความรู้สึกว่า นุ่มกว่าตอนวิ่งบนทางเทรล คาดว่ามาจากดอกยางที่นิ่ม อย่างไรก็ตามเวลาวิ่งบนถนนให้ความรู้สึกว่าปลายเท้า (Forefoot) ยกขึ้นจากพื้น แม้ว่าจะ Drop 8 มม. ก็ตาม เนื่องจากบริเวณปลายเท้ามีดอกที่สูงกว่าบริเวณส้นเท้า ทำให้รู้สึกวิ่งแล้วไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร ดังนั้นรองเท้าเทรลก็ควรวิ่งบนทางเทรลจะดีที่สุด

สรุปแล้วใส่วิ่งเป็นอย่างไรบ้าง

Asics Fujilyte XT เป็นรองเท้าเทรลที่มีความเสถียร ตอบสนองและข้ามอุปสรรคได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงมีความทนทานของหน้าผ้าที่จะกันการขีดข่วนจากหินหรือกิ่งไม้คม ๆ และแผ่นรองกันหินแบบเต็มแผ่นในการปกป้องบริเวณปลายเท้า นอกจากนี้ยังมีดอกยางที่ทนทานและยึดเกาะได้ทุกสภาพพื้นผิว ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการใส่ซ้อมหรือใส่แข่งบนทางเทรลที่ทรุกันดาร เช่น ทางหินหรือทางในป่า มีข้อสังเกตอีกอย่างคือ การระบายอากาศที่ไม่ดี ซึ่งจะเหมาะกับวิ่งในป่าหรือในที่ร่มเท่านั้น และหน้าผ้าที่ค่อนข้างรัดหน้าเท้า ทำให้นักวิ่งที่เท้าบาน อาจจะต้องเพิ่มไซต์ หรือไปลองใส่ให้แน่ใจก่อน

ดังนั้น Asics Fujilyte XT เป็นรองเท้าเทรลประเภท Technical Terrain ที่เหมาะสำหรับการใส่ซ้อมทำความเร็ว ใส่ซ้อมเป็นประจำทุกวัน หรือใส่แข่ง ในทางที่ขรุขระและทรุกันดาร เช่น ทางหินและทางป่า

แอดหวังว่าบทความนี้เป็นจะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่งเทรลหรือผู้ที่สนใจในการวิ่งเทรลหลาย ๆ ท่าน ถ้าหากท่านใดมีคำถามสามารถเข้าไปถามได้ในเพจ FB: Running Profiles ได้เลยครับ ฝากกดไลน์และติดตามเพจด้วยครับ ขอให้วิ่งให้สนุกครับ

More on this topic

Popular stories

5 ประเภทรองเท้าวิ่งที่นักวิ่งควรรู้ก่อนเป็นโปร

การวิ่งเป็นกีฬาที่เข้าถึงง่ายที่สุดในโลก การวิ่งไม่ต้องการอุปกรณ์ที่พิเศษหรือสิ่งของราคาแพงในการเริ่มที่จะออกไปวิ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั้นก็คือ “รองเท้าวิ่งที่ดีสักคู่หนึ่ง” ท่านเคยรู้สึกไหมว่ารองเท้าบางคู่พื้นแข็งจนใส่วิ่งได้แค่ในระยะสั้น ๆ ส่วนอีกคู่พื้นนุ่ม แต่ทำความเร็วได้ยาก หรือ จะต้องซ้อมตามแผน 10k, 21k, 42k ที่มีการฝึก Easy days, Long run, Interval และ Tempo...

โฟม Zoom X ของทาง Nike คืออะไร และวัสดุ PEBAX คืออะไร

นักวิ่งหลายท่านคงสงสัยว่า โฟม Zoom X ของทาง Nike ที่ถูกใช้ในรองเท้าตัวแข่งอย่าง Nike ZoomX Vaporfly NEXT% และตัวใหม่อย่าง Nike Air Zoom Alphafly NEXT% นั่นเป็นวัสดุอะไร และมันดียังไง วันนี้เราจะมาไขคำตอบกันครับ

รีวิวรองเท้า Saucony Peregrine ISO หนึ่งในรองเท้าเทรลที่ดีที่สุด

Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าเทรลที่ดีสุดที่ติดอันดับในหมวดชื่นชอบตลอดกาล (Best Longtime Favorite) จากเว็บไซต์เกี่ยวกับการวิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Runner’s World Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าเทรลที่สานต่อความสำเร็จของรุ่น...

เผยภาพอย่างเป็นทางการของ Nike Zoom Pegasus 37

รองเท้าวิ่งรุ่นยอดนิยมตระกูล Pegasus ได้เปิดเผยภาพโมเดลรุ่นใหม่ นั้นคือ Nike Zoom Pegasus 37  โดยครั้งนี้ Nike Zoom Pegasus 37...

ความแตกต่างระหว่าง New Balance Hierro v5 กับ 850 All Terrain แฝดคนละฝา

คงมีนักวิ่งเทรลหลายท่านสงสัยว่า New Balance Hierro v5 กับ 850 All terrain มันแตกต่างกันอย่างไร แล้วตัวไหนเหมาะกับการใช้งานอะไร งั้นเรามาไขข้อสงสัยกันครับ โดยเริ่มจาก New Balance 850 All...

นุ่ม และเด้ง คืออะไร วัดจากอะไรและทำไมมันจึงสำคัญ

เมื่อหลายคนเริ่มต้นเข้าสู่วงการการวิ่ง สิ่งที่นักวิ่งจะพบเป็นสิ่งแรก ๆ ก็คือ คำศัพท์แปลก ๆ เช่น Fartlek, Interval, Tempo, Split, PB, PR, Taper, Cushion, Responsiveness, Energy return สิ่งเหล่านี้เหมือนเป็นการเรียนภาษาใหม่สำหรับนักวิ่งทั้งหลาย ฉะนั้นวันนี้เราจะมาเริ่มทำความรู้จักกับคำศัพท์ 2 คำเกี่ยวกับรองเท้าที่นักวิ่งมือโปรต้องรู้

Training Plan

แผนการซ้อม 10K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 10K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม 5K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 5K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Half Marathon ใน 14 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Half Marathon ภายใน 14 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Marathon ใน 18 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Marathon ภายใน 18 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett