รีวิวรองเท้า Decathlon EVADICT MT 2 รองเท้าวิ่งเทรลสำหรับสันทนาการทั่วไป

Related Articles

EVADICT MT 2 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลสำหรับใส่ซ้อมและใช้งานทั่วไป ซึ่งทาง Decathlon โฆษณาว่าเป็นรองเท้าที่เหมาะกับการวิ่งระยะไกลตั้งแต่ 0 กม. จนถึง 170 กม. บนภูเขาและเส้นทางที่เต็มไปด้วยหิน รวมทั้งยังเหมาะกับนักวิ่งมีน้ำหนักตัวมาก(น้ำหนักเกิน 90 กก. สามารถใส่ได้)

โดย EVADICT MT2 ถูกออกแบบอยู่บนวัตถุประสงค์สำหรับนักวิ่งที่ต้องการความนุ่มและใส่สบายมากที่สุด ฉะนั้นพื้นชั้นกลาง (Midsole) จึงถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนปลายเท้าถึงกลางเท้าจะใช้โฟม EVA ที่มีความนุ่มเป็นพิเศษ และส้นเท้าจะใช้โฟม Kalensole ซึ่งเป็นโฟม EVA ที่มี Energy Return สูง รวมทั้งมีการฝัง K-Ring โฟมซับแรงกระแทกรูปวงแหวนบริเวณส้นเท้า

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี K-Only ซึ่งเป็นโฟมที่แยกความหนาแน่นบริเวณปลายเท้าเป็น 2 ส่วน เพื่อแก้อาการเท้าล้มที่เกิดขึ้นในนักวิ่งเท้าแบน (Overpronators) ทั้งยังมีหน้าผ้า 2 ชั้นและเสริม Toe Bumper แบบหนา ให้มีความทนทานและปกป้องเท้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย EVADICT MT2 จะถูกจัดเป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภทสันทนาการทั่วไป (Recreation หรือเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า Tank)

ความรู้เพิ่มเติม รองเท้าวิ่งเทรลประเภทสันทนาการทั่วไป (Recreational Trail Running Shoes, Tank, หรือ The Beast) เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่มีลักษณะเด่นในเรื่องของความนุ่มและการรับแรงกระแทกที่ดีที่สุด ทำให้เหมาะกับการวิ่งในระยะทางไกล จนในต่างประเทศเปรียบรองเท้าประเภทนี้ว่าเป็นดั่งสัตว์ป่าที่กระหายระยะทาง (The Beast) โดยส่วนใหญ่รองเท้าประเภทนี้จะมาพร้อมกับหน้าผ้าที่ค่อนข้างหนาและมีการเสริมโครงแข็งรอบตัว เพื่อเน้นความทนทานและการปกป้องเท้า อย่างไรก็ตามรองเท้าวิ่งเทรลประเภทนี้มักจะมีน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก (330 กรัมขึ้นไป) และไม่มีความคล่องตัวมากนัก ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับการซ้อมทั่วไป (Daily Run), ซ้อมด้วยเพซช้า (Recovery Run), ซ้อมวิ่งระยะไกล (Long Run) และการซ้อมวิ่งสลับเดินที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก เช่น การไปท่องเที่ยวตามอุทยานป่าเขา (Hiking) โดยเหมาะกับระยะทางตั้งแต่ 0 – 170 กม.

ข้อมูลที่ควรรู้

น้ำหนัก: 325 กรัม (9.5US) และ ควรเพิ่มครึ่งไซต์จากไซต์ของ Decathlon (คู่มือการเลือกขนาด)

Stack Height: ปลายเท้าสูง 18 มม. และส้นเท้าสูง 26 มม.  (Drop 8 มม.)

แผ่นรองรองเท้า (Insole): ยาว 28.5 ซม. และบริเวณปลายเท้ากว้าง 9.3 ซม. (ไซต์ 9.5US)

เหมาะกับการวิ่งแบบ:

  • ซ้อมทั่วไป (Daily Run)
  • ซ้อมด้วยเพซช้า (Recovery Run)
  • ซ้อมวิ่งสลับเดินที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก เช่น การไปท่องเที่ยวตามอุทยานป่าเขา (Hiking)

เหมาะกับระยะการวิ่ง (กม.): 0 กม. – 170 กม.

เหมาะกับเส้นทางแบบ:

  • ทางเทรลที่ไม่ทรุกันดารมากนัก เช่น ทางดินเรียบและแห้ง

ข้อดี:

  • หน้าผ้าใส่สบาย จับเท้าและปกป้องเท้าได้อย่างดีเยี่ยม
  • ดอกยางเกาะพื้นได้ดีทุกสภาพพื้นผิว และมีความทนทานต่อการสึกสูง
  • พื้นชั้นกลางบริเวณปลายเท้านุ่มมาก และมีองศาแบบ Rocker เหมาะกับการวิ่งสลับเดินที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก
  • ส้นเท้ามี K-Ring สามารถซับแรงกระแทกเวลาเดินและวิ่งลงเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อเสีย:

  • ระบายอากาศและความร้อนได้ไม่ดี เนื่องจากมีหน้าผ้า 2 ชั้น
  • ขอบ Toe Bumper ค่อนข้างแข็งและแคบ ทำให้นักวิ่งเท้าบาน ไม่เหมาะสมกับรองเท้ารุ่นนี้เท่าไหร่นัก
  • การนำไปวิ่งในทางเทรลที่ทรุกันดาร เช่น ทางที่มีหินก้อนลอยหรือหลุมบ่อ รองเท้าไม่สามารถปกป้องฝ่าเท้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากพื้นชั้นกลางบริเวณปลายเท้าที่บางและนุ่มมาก รวมทั้งไม่ได้มีแผ่นรองกันหิน (Rock Plate) ทำให้เวลาวิ่งแล้วเผลอเหยียบไปโดนหิน หินจะกระแทกเข้าเท้าทันที
  • บริเวณกลางตัวรองเท้าไม่ได้มีการใส่แผ่น PEBAX ทำให้สามารถงอได้ ส่งผลให้เอ็นฝ่าเท้าทำงานหนักเวลาวิ่งต่อเนื่องระยะทางไกล
  • เทคโนโลยีแก้เท้าล้ม K-Only ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากโฟมบริเวณปลายเท้าที่นุ่มเกินไป ทำให้นักวิ่งเท้าแบน (Overpronators) ยังเกิดอาการเท้าล้มอยู่ตลอดเวลา

ความรู้สึกครั้งแรกหลังใส่ EVADICT MT 2

ความรู้สึกแรกที่ใส่คือ หน้าผ้าใส่สบายและจับเท้าได้เป็นอย่างดี น้ำหนักค่อนข้างเบา (เมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งเทรลประเภทสันทนาการทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่จะหนัก 330 กรัมขึ้นไป) ในส่วนพื้นชั้นกลาง (Midsole) บริเวณปลายเท้ามีความนุ่มมาก รวมทั้งมีองศา Rocker ทำให้ช่วยในการวิ่งสลับเดินได้เป็นอย่างดี

หน้าผ้า (Upper)

สำหรับความกระชับของรองเท้าของรุ่นนี้ ทำออกมาได้อย่างดี ใส่สบายและไม่รัดเท้าจนเกินไปหรือหลวมเกินไป แต่บริเวณ Toe Bumper ค่อนข้างหนามาก ทำให้นิ้วเท้าชนกับปลายรองเท้า ฉะนั้นรองเท้าคู่นี้ควรต้องมีการเพิ่มครึ่งไซต์จากไซต์ที่ทาง Decathlon แนะนำ

สำหรับในส่วนของเนื้อผ้าและโครงรองเท้าจะใช้ผ้า Mesh ทอละเอียดและมีหน้าผ้าด้านในอีกชั้นหนึ่ง บริเวณลิ้นรองเท้ามีช่องเก็บเชือก เพื่อป้องกันไม่ให้เชือกรองเท้าหลุดออกขณะวิ่ง รวมทั้งมีการเสริม Toe Bumper ให้หนา และสกรีนยาง Polyurethane (PU Overlays) รอบตัวรองเท้า แทนการเสริมโครงแข็งรอบตัว ช่วยเพิ่มความทนทานและปกป้องเท้าจากหินและกิ่งไม้ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยให้มีน้ำหนักที่เบา ในส่วนการระบายอากาศทำออกมาได้ไม่ดีนัก การวิ่งทำความเร็วต่อเนื่องระยะไกล มีอาการเท้าร้อนอย่างเห็นได้ชัด เนื่องมาจากหน้าผ้า 2 ชั้นและคาดว่ามาจากสภาพอากาศที่ร้อนในประเทศไทยด้วยส่วนหนึ่ง (ซึ่งรองเท้าคู่นี้ถูกออกแบบที่ฝรั่งเศส ทำให้มีหน้าผ้าที่ค่อนข้างหนาสำหรับประเทศที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น)

มีการเสริม Toe Bumper ให้หนาเพื่อปกป้องนิ้วเท้าจากการเดินสะดุดหิน
สกรีนยาง Polyurethane (PU Overlays) รอบตัวรองเท้า แทนการเสริมโครงแข็งรอบตัว

สำหรับขอบบริเวณส้นเท้า จะมีการบุฟองน้ำที่ไม่หนามากนักและ Heel Counter ที่เป็นโครงแข็งรอบส้นเท้า ซึ่งสามารถปกป้องส้นเท้าและป้องกันเศษหินและเศษดินที่จะเข้าไปในรองเท้าได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงล็อคบริเวณส้นเท้าได้อย่างดีเยี่ยม ไม่มีอาการส้นรูด และมีแถบสะท้อนแสงบริเวณส้นเท้า

แถบสะท้อนแสงบริเวณส้นเท้า

พื้นชั้นกลาง (Midsole)

พื้นชั้นกลาง (Midsole) ของ EVADICT MT 2 ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนปลายเท้าถึงกลางเท้าจะใช้โฟม EVA ที่มีความนุ่มเป็นพิเศษ และส้นเท้าจะใช้โฟม Kalensole ที่ทาง Decathlon โฆษณาว่ามี Energy Return สูงกว่า EVA ทั่วไป 25% และคงคุณสมบัติของโฟมในอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปได้ดี ทั้งยังมีความทนทานในการใช้งานมากขึ้น รวมทั้งบริเวณส้นเท้าได้มีการฝัง K-Ring เพื่อซับแรงกระแทกเวลาลงส้นเท้า เช่น การเดินและการวิ่งลงเขา แต่ส้นเท้าก็ไม่ได้มีความนุ่มมากนัก ซึ่งเป็นการช่วยให้การเดินมีความเสถียรมากขึ้น

นอกจากนี้ สิ่งที่ขาดไปไม่ได้ในรองเท้าทุกคู่ของ Decathlon ก็คือ เทคโนโลยี K-Only เป็นโฟมที่แยกความหนาแน่นเป็น 2 ส่วน (Dual Density Zone) คือ ปลายเท้าด้านในจะเป็นโฟมที่มีความหนาแน่นสูง ในส่วนปลายเท้าด้านนอกจะเป็นโฟมที่มีความหนาแน่นต่ำกว่า ทำให้เท้าเอียงเป็นธรรมชาติ เพื่อแก้อาการเท้าล้มที่เกิดขึ้นในนักวิ่งเท้าแบน (Overpronators) อย่างไรก็ตาม K-Only ในรองเท้าคู่นี้ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากโฟมบริเวณปลายเท้าที่นุ่มเกินไป ทำให้บริเวณพื้นบริเวณปลายเท้ามีการบิดตัวได้ง่าย ส่งผลให้นักวิ่งเท้าแบน (Overpronators) ยังเกิดอาการเท้าล้มอยู่ตลอดเวลา

เทคโนโลยี K-Only หรือ โฟมที่แยกความหนาแน่นเป็น 2 ส่วน (Dual Density Zone) ในรองเท้าคู่นี้ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

สิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดในรองเท้าคู่นี้คงจะเป็นแผ่น PEBAX บริเวณกลางเท้าที่ถูกถอดออก ซึ่งโดยปกติรองเท้าของ Decathlon ทุกคู่จะมาพร้อมกับแผ่น PEBAX บริเวณกลางเท้า เพื่อช่วยไม่ให้รองเท้าเกิดการหักงอหรือบิดตัวบริเวณกลางเท้า ฉะนั้นเมื่อไม่มีแผ่น PEBAX บริเวณกลางเท้า ทำให้บริเวณกลางตัวรองเท้าสามารถหักงอได้ง่าย ส่งผลให้เวลาวิ่งทำความเร็วต่อเนื่องระยะทางไกลเอ็นฝ่าเท้าจะต้องทำงานหนักขึ้น

นอกจากนี้โฟมบริเวณปลายเท้าที่หนาและนุ่ม หากนำไปใช้วิ่งทำความเร็วระยะไกล จะทำให้โฟมยุบตัวและคืนตัวจนเกิดความร้อนสะสมบริเวณปลายเท้า ซึ่งปัญหานี้รองเท้าวิ่งเทรลที่หนาและนุ่มของแบรนด์อื่นอย่าง Hoka One One Speedgoat 4 ก็มีปัญหาความร้อนนี้เช่นกัน

EVADICT MT 2 ที่ไม่มีแผ่น PEBAX บริเวณกลางเท้า ทำให้บริเวณกลางตัวรองเท้าสามารถหักงอได้ง่าย
(ซ้าย) EVADICT RACE ULTRA, (กลาง) EVADICT RACE 4, และ (ขวา) EVADICT XT 7 ที่มีการเสริมแผ่น PEBAX บริเวณกลางเท้า

ดอกยางและพื้นยาง (Outsole)

แม้ว่าทาง Decathlon จะโฆษณาว่ารองเท้าคู่นี้เหมาะกับการวิ่งบนภูเขาและเส้นทางที่เต็มไปด้วยหิน แต่ EVADICT MT 2 ไม่ได้มาพร้อมกับแผ่นรองกันหิน (Rock Plate) รวมทั้งพื้นบริเวณปลายเท้าที่บางและนุ่มมาก ทำให้การวิ่งในทางเทรลที่ทรุกันดารมาก ๆ เช่น ทางที่มีหินก้อนลอยหรือหลุมบ่อ รองเท้าไม่สามารถปกป้องฝ่าเท้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เวลาวิ่งแล้วเผลอเหยียบไปโดนหิน หินจะกระแทกเข้าเท้าทันที จนอาจนำไปสู่อาการบาดเจ็บที่ฝ่าเท้าได้ (อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับความชอบของนักวิ่งแต่ละท่าน นักวิ่งเทรลบางท่านชอบที่จะสัมผัสถึงพื้นผิวต่าง ๆ ขณะวิ่ง เพราะมีนักวิ่งเทรลบางท่านใส่รองเท้า Minimalist วิ่งก็มี)

หมายเหตุ ทาง Running Profiles เข้าใจว่าคำโฆษณาที่บอกว่าเส้นทางที่เต็มไปด้วยหิน อาจจะหมายถึงหินก้อนขนาดใหญ่ ไม่ใช่หินก้อนลอยขนาดเล็ก

ในส่วนของดอกยางมีลักษณะค่อนข้างอ่อนและนิ่ม สามารถยึดเกาะพื้นได้ดีในทุกสภาพพื้นผิว โดยเฉพาะพื้นผิวที่เป็นหิน รวมทั้งยังทนทานต่อการสึกอีกด้วย

ลักษณะลายดอกยางของ EVADICT MT 2 เป็นดอกยางประเภท All types of terrain หรือดอกยางเอนกประสงค์ที่วิ่งได้ทุกสภาพถนน โดยแต่ละดอกจะหนาและสูง 5 มม. จากการทดสอบวิ่งในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น ทางดินเรียบ ทางหิน ทางในป่า ขึ้นเขาและลงเขา ดอกยางสามารถเกาะพื้นผิวแห้งและทำความเร็วได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของพื้นผิวที่เปียกน้ำ ดอกยางของ EVADICT MT 2 มีอากาศลื่นขึ้นมาเพียงเล็กน้อย และอยู่ในเกณท์การเกาะพื้นเปียกได้มาตรฐาน เมื่อเทียบกับดอกยางของรองเท้าวิ่งเทรลรุ่นอื่น

ในส่วนของการวิ่งบนถนนลาดยาง (ถนนยางมะตอยและถนนคอนกรีต) สามารถวิ่งได้เหมือนรองเท้าถนนทั่วไป เนื่องจาก Drop 8 มม. ซึ่งไม่แตกต่างจาก Drop ของรองเท้าวิ่งถนนส่วนใหญ่มากนัก และพื้นโฟมชั้นกลาง (Midsole) และดอกยางที่ค่อนข้างนุ่ม จึงทำให้สามารถวิ่งบนถนนลาดยางได้อย่างไม่มีปัญหา

สรุปแล้วใส่วิ่งเป็นอย่างไรบ้าง

Decathlon EVADICT MT 2 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่มีความทนทานของหน้าผ้า สามารถป้องกันการขีดข่วนจากหินหรือกิ่งไม้คม ๆ รวมทั้งพื้นบริเวณปลายเท้ามีความนุ่มมาก และมีการใส่ K-Ring บริเวณส้นเท้า ซึ่งช่วยซับแรงกระแทกเวลาลงส้นเท้า นอกจากนี้ยังมีดอกยางที่ทนทานและยึดเกาะได้ทุกสภาพพื้นผิว อย่างไรก็ตาม การที่ EVADICT MT 2 ไม่มีทั้งแผ่นรองกันหิน (Rock Plate) และแผ่น PEBAX บริเวณกลางเท้า

ฉะนั้น ด้วยเหตุผลที่ว่ามานี้ ทำให้ EVADICT MT 2 ไม่เหมาะกับการนำไปใช้วิ่งแข่งขันในระยะทางไกล (0 กม. – 170 กม.) และไม่เหมาะกับนักวิ่งเท้าแบน (Overpronators) โดยทาง Running Profiles ขอแนะนำว่า หากนักวิ่งต้องการรองเท้าวิ่งเทรลที่มีประสิทธิภาพสูงเหมาะกับการแข่งขัน ควรเลือกเป็นรุ่นอื่นจะเหมาะสมกว่า เช่น EVADICT RACE ULTRA หรือ EVADICT RACE 4

ดังนั้น Decathlon EVADICT MT 2 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภทสันทนาการทั่วไป ที่เหมาะสำหรับการซ้อมทั่วไป (Daily Run), ซ้อมด้วยเพซช้า (Recovery Run), และการซ้อมวิ่งสลับเดินที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก เช่น การไปท่องเที่ยวตามอุทยานป่าเขา (Hiking) โดยเหมาะกับระยะทางตั้งแต่ 0 – 170 กม. บนเส้นทางที่ไม่ทรุกันดารมากนัก เช่น ทางดินเรียบและแห้ง

แอดมินหวังว่าบทความนี้เป็นจะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่งหรือผู้ที่สนใจในการวิ่งหลาย ๆ ท่าน ถ้าหากท่านใดมีคำถามหรืออยากจะแชร์ประสบการณ์ในการวิ่งสามารถเข้าไปคอมเม้นได้ในเพจ FB: Running Profiles ได้เลยครับ ฝากกดไลน์และติดตามเพจด้วยครับ ขอให้วิ่งให้สนุกครับ

More on this topic

Popular stories

5 ประเภทรองเท้าวิ่งที่นักวิ่งควรรู้ก่อนเป็นโปร

การวิ่งเป็นกีฬาที่เข้าถึงง่ายที่สุดในโลก การวิ่งไม่ต้องการอุปกรณ์ที่พิเศษหรือสิ่งของราคาแพงในการเริ่มที่จะออกไปวิ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั้นก็คือ “รองเท้าวิ่งที่ดีสักคู่หนึ่ง” ท่านเคยรู้สึกไหมว่ารองเท้าบางคู่พื้นแข็งจนใส่วิ่งได้แค่ในระยะสั้น ๆ ส่วนอีกคู่พื้นนุ่ม แต่ทำความเร็วได้ยาก หรือ จะต้องซ้อมตามแผน 10k, 21k, 42k ที่มีการฝึก Easy days, Long run, Interval และ Tempo...

โฟม Zoom X ของทาง Nike คืออะไร และวัสดุ PEBAX คืออะไร

นักวิ่งหลายท่านคงสงสัยว่า โฟม Zoom X ของทาง Nike ที่ถูกใช้ในรองเท้าตัวแข่งอย่าง Nike ZoomX Vaporfly NEXT% และตัวใหม่อย่าง Nike Air Zoom Alphafly NEXT% นั่นเป็นวัสดุอะไร และมันดียังไง วันนี้เราจะมาไขคำตอบกันครับ

รีวิวรองเท้า Saucony Peregrine ISO หนึ่งในรองเท้าวิ่งเทรลที่ดีที่สุด

Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ดีสุดที่ติดอันดับในหมวดชื่นชอบตลอดกาล (Best Longtime Favorite) จากเว็บไซต์เกี่ยวกับการวิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Runner’s World Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่สานต่อความสำเร็จของรุ่น...

รองเท้าวิ่งเทรลของ Decathlon แต่ละรุ่น แตกต่างกันยังไง แล้วเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ?

รองเท้าวิ่งเทรลของ Decathlon จะมีอยู่ 5 รุ่นหลัก โดยแต่ละรุ่นจะมีการออกแบบเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาอธิบายกันว่าแต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้งานแบบไหน และเหมาะกับนักวิ่งประเภทไหน ติดตามได้เลยครับ ความรู้เพิ่มเติม แบรนด์ Decathlon (อ่านว่า ดี-แคท-ลอน)...

ประวัติและที่มาของรองเท้าวิ่งคาร์บอน ฉบับสมบูรณ์

รองเท้าวิ่งคาร์บอนที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่จะเป็น Nike Air Zoom Alphafly NEXT%, New Balance FuelCell TC, Brooks Hyperion Elite, ASICS Metaracer, HOKA Rocket X, Saucony Endorphin Pro,...

รองเท้าคาร์บอน เหมาะกับนักวิ่งทุกคนจริงหรือ ?

วันนี้เราจะมาแปลบทความน่าสนใจบทความหนึ่งที่ทาง Runner World ได้เขียนไว้เกี่ยวกับสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับรองเท้าคาร์บอนที่กำลังเป็นกระแสฮิตอยู่ในตอนนี้ โดยมีชื่อว่า Will Magic Shoes Work for You?  (รองเท้าคาร์บอนสุดวิเศษณ์เหล่านั้น เหมาะกับคุณจริงหรือ? ) เนื้อหาจะเป็นอย่างไรติดตามได้เลยครับ

Training Plan

แผนการซ้อม 10K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 10K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม 5K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 5K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Marathon ใน 18 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Marathon ภายใน 18 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Half Marathon ใน 14 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Half Marathon ภายใน 14 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett