รีวิวรองเท้า Decathlon EVADICT XT 7 รองเท้าวิ่งเทรลสาย Technical Terrain จากทาง Decathlon

Related Articles

Decathlon EVADICT XT 7 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ทาง Decathlon โฆษณาว่าเป็นรองเท้าที่เหมาะกับการวิ่งทางโคลนหรือทางเปียกแฉะ และเหมาะกับวิ่งระยะไม่เกิน 80 กม. แต่ทางเรา Running Profiles มองว่ารองเท้าคู่นี้เหมาะกับการใช้งานในทางเทรลที่ทรุกันดารมากกว่า เช่น ทางหินหรือทางในป่า โดย EVADICT XT 7 มีความเสถียรของรองเท้าและลักษณะดอกยางที่ยาวและวางชิดกัน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรองเท้าวิ่งเทรลประเภท Technical Terrain

ความรู้เพิ่มเติม รองเท้าวิ่งเทรลประเภท Technical Terrain เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในทางเทรลที่ทรุกันดาร เช่น ทางหินหรือทางในป่า ทำให้รองเท้าประเภทนี้จะมีพื้นชั้นกลาง (Midsole) ที่ค่อนข้างแข็งและโฟมบริเวณปลายเท้าถูกออกแบบให้บาง เพื่อให้นักวิ่งสามารถปีนป่ายและยันตัวไปบนเส้นทางที่มีอุปสรรค ทั้งยังมีการเสริมบริเวณกลางเท้าและส้นเท้าไม่ให้สามารถบิดตัวได้ เพื่อความมั่นคงขณะเดิน ลักษณะเด่นอีกประการของรองเท้าวิ่งเทรลประเภท Technical Terrain คือ หน้าผ้าที่หนาและทนทาน ใช้ปกป้องเท้าจากหินหรือกิ่งไม้ที่คม ทำให้รองเท้าประเภทนี้มีน้ำหนักที่มากกว่ารองเท้าวิ่งเทรลปกติ ฉะนั้นรองเท้าประเภทนี้จะมีความใกล้เคียงกับรองเท้าเดินป่า (Hiking Shoes) มากที่สุดในบรรดารองเท้าวิ่งเทรลทุกประเภท ดังนั้นโดยทั่วไปรองเท้าประเภทนี้จะเหมาะกับการซ้อมวิ่งสลับเดินที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก เช่น การไปท่องเที่ยวตามอุทยานป่าเขา (Hiking) ในระยะทางตั้งแต่ 0 – 50 กม. บนเส้นทางเทรลที่ขรุขระทรุกันดาร (Technical Terrain)

ทาง Decathlon ได้นำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดใส่ไว้ในรองเท้ารุ่นนี้ โดยจะมาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง (Midsole) เป็นโฟม Kalensole ซึ่งเป็นโฟม EVA ที่มี Energy Return สูง และมาพร้อมกับเทคโนโลยี K-Only ซึ่งเป็นโฟมที่แยกความหนาแน่นเป็น 2 ส่วน เพื่อแก้อาการเท้าล้มที่เกิดขึ้นในนักวิ่งเท้าแบน (Overpronators) รวมทั้ง K-Ring โฟมซับแรงกระแทกรูปวงแหวน โดยจะติดตั้งอยู่บริเวณส้นเท้า ทั้งยังมีหน้าผ้า 2 ชั้นและเสริมโครงแข็งรอบตัวรองเท้า ให้มีความทนทานและปกป้องเท้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลที่ควรรู้

น้ำหนัก: 339 กรัม (9.5US) และ ใส่ตรงตามไซต์ของ Decathlon (คู่มือการเลือกขนาด)

Stack Height: Drop 10 มม.

แผ่นรองรองเท้า (Insole): ยาว 28.5 ซม. และบริเวณปลายเท้ากว้าง 9.2 ซม. (ไซต์ 9.5US)

เหมาะกับการวิ่งแบบ:

  • ซ้อมวิ่งสลับเดินที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก เช่น การไปท่องเที่ยวตามอุทยานป่าเขา (Hiking)

เหมาะกับระยะการวิ่ง (กม.): 0 กม. – 50 กม.

เหมาะกับเส้นทางแบบ:

  • ทางเทรลที่ไม่ทรุกันดารมากนัก เช่น ทางดินเรียบและแห้ง
  • ทางเทรลที่ขรุขระทรุกันดาร (Technical Terrain) เช่น ทางหิน และทางในป่า

ข้อดี:

  • หน้าผ้าใส่สบาย จับเท้าและปกป้องเท้าได้อย่างดีเยี่ยม
  • พื้นชั้นกลาง (Midsole) มีความเสถียร ไม่บิดตัว และไม่นุ่ม (ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรองเท้าประเภท Technical Terrain) ทำให้ตอบสนองและส่งตัวบนเส้นทางที่มีอุปสรรคได้อย่างดีเยี่ยม
  • ส้นเท้ามี K-Ring สามารถซับแรงกระแทกเวลาเดินและวิ่งลงเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ดอกยางเกาะพื้นได้ดีทุกสภาพพื้นผิว
  • เทคโนโลยี K-Only เป็นทั้งการแก้เท้าล้มของนักวิ่งเท้าแบน และเป็นเสมือนแผ่นรองกันหิน (Rock Plate)

ข้อเสีย:

  • พื้นชั้นกลางที่บางและไม่ได้นุ่ม รวมทั้งน้ำหนักที่หนัก ทำให้ไม่เหมาะกับการวิ่งต่อเนื่องในระยะไกล
  • ดอกยางไม่เหมาะกับทางโคลน เนื่องจากดอกชิดและค่อนข้างกว้าง ทำให้รองเท้าสไลด์ลื่นออกไปด้านข้าง ดอกยางไม่ได้จิกพื้นทันที และไม่สามารถสลัดโคลนออกได้อย่างมีประสิทธิเท่าที่ควร รวมทั้งหน้าผ้าที่ไม่กันน้ำ
  • ระบายอากาศได้ปานกลาง เนื่องจากมีหน้าผ้า 2 ชั้น

ความรู้สึกครั้งแรกหลังใส่ EVADICT XT 7

ความรู้สึกแรกที่ใส่คือ หน้าผ้าใส่สบายและจับเท้าได้เป็นอย่างดี โดยพื้นชั้นกลาง (Midsole) บริเวณปลายเท้าค่อนข้างบางและเฟิร์ม ซึ่งคาดว่ามาจากการออกแบบให้รองเท้าคู่นี้เหมาะกับการวิ่งบนภูเขาหินที่มีโคลนและดินนุ่ม ทำให้สามารถปีนป่ายและยันตัวข้ามอุปสรรคได้เป็นอย่างดี

หน้าผ้า (Upper)

สำหรับความกระชับของรองเท้าของรุ่นนี้ ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ใส่สบายและไม่รัดเท้าจนเกินไปหรือหลวมเกินไป ให้ความรู้สึกเหมือนรองเท้าเป็นส่วนหนึ่งของเท้า

สำหรับในส่วนของเนื้อผ้าและโครงรองเท้าจะใช้ผ้า Mesh ทอละเอียดและมีหน้าผ้าด้านในอีกชั้นหนึ่ง บริเวณลิ้นรองเท้ามีช่องเก็บเชือก เพื่อป้องกันไม่ให้เชือกรองเท้าหลุดออกขณะวิ่ง รวมทั้งมีการเสริมโครงแข็งและมี Toe Bumper ที่ค่อนข้างหนา เน้นความทนทานและการปกป้องเท้าจากหินและกิ่งไม้ แต่ยังคงระบายอากาศได้ดีระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ทำให้รองเท้ามีน้ำหนักที่มากขึ้นตามมา

สำหรับขอบบริเวณส้นเท้า จะมีการบุฟองน้ำที่ไม่หนามากนักและโครงแข็งรอบส้นเท้า ซึ่งสามารถปกป้องส้นเท้าและป้องกันเศษหินและเศษดินที่จะเข้าไปในรองเท้าได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงล็อคบริเวณส้นเท้าได้อย่างดีเยี่ยม ไม่มีอาการส้นรูด

พื้นชั้นกลาง (Midsole)

EVADICT XT 7 ใช้พื้นชั้นกลาง (Midsole) เป็นโฟม Kalensole ซึ่งเป็นโฟม EVA โดยทาง Decathlon โฆษณาว่ามี Energy Return สูงกว่า EVA ทั่วไป 25% และคงคุณสมบัติของโฟมในอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปได้ดี ทั้งยังมีความทนทานในการใช้งานมากขึ้น รวมทั้งบริเวณส้นเท้าได้มีการฝัง K-Ring เพื่อซับแรงกระแทกเวลาลงส้นเท้า เช่น การเดินและการวิ่งลงเขา แต่ส้นเท้าก็ไม่ได้มีความนุ่มมากนัก

นอกจากนี้ สิ่งที่ขาดไปไม่ได้ในรองเท้าทุกคู่ของ Decathlon ก็คือ เทคโนโลยี K-Only เป็นโฟมที่แยกความหนาแน่นเป็น 2 ส่วน (Dual Density Zone) คือ ปลายเท้าด้านในจะเป็นโฟมที่มีความหนาแน่นสูง ในส่วนปลายเท้าด้านนอกจะเป็นโฟมที่มีความหนาแน่นต่ำกว่า ทำให้เท้าเอียงเป็นธรรมชาติ เพื่อแก้อาการเท้าล้มที่เกิดขึ้นในนักวิ่งเท้าแบน (Overpronators) ทั้งยังไม่ทำให้รู้สึกเจ็บอุ้งเท้าสำหรับนักวิ่งเท้าปกติอีกด้วย (ซึ่งรองเท้าวิ่งสำหรับนักวิ่งเท้าแบนส่วนใหญ่ของแบรนด์หลักจะเป็นการเสริมโฟมแข็งบริเวณอุ้งเท้า เมื่อนักวิ่งเท้าปกติใส่จะรู้สึกเจ็บบริเวณอุ้งเท้า) โดย K – Only ยังรวมไปถึงแผ่น PEBAX ที่ฝังอยู่บริเวณกลางเท้า เพื่อเพิ่มความเสถียรและกันการหักงอหรือบิดตัวบริเวณกลางเท้าให้กับรองเท้า

เทคโนโลยี K-Only ปลายเท้าด้านในจะเป็นโฟมที่มีความหนาแน่นสูงกว่าปลายเท้าด้านนอก โดยไม่ละทิ้งความยืดหยุ่นของบริเวณปลายเท้า

อย่างไรก็ตาม เมื่อนำมารวมกันแล้วให้ความรู้สึกที่ไม่ได้นุ่ม ออกไปทางเฟิร์มมากกว่า และพื้นบริเวณปลายเท้าที่บาง ทำให้สามารถทรงตัวและปีนป่ายข้ามอุปสรรคได้อย่างมั่นใจ รวมทั้งสามารถทำความเร็วบนเส้นทางที่มีอุปสรรค เช่น ทางหินได้เป็นอย่างดี

ดอกยางและพื้นยาง (Outsole)

EVADICT XT 7 ไม่มีแผ่นรองกันหิน (Rock Plate) แต่จะใช้ดอกยางและพื้นโฟมที่เฟิร์มจาก K-Only ทำหน้าที่เสมือนเป็นแผ่นรองกันหินแทน อย่างไรก็ตาม พื้นโฟมบริเวณปลายเท้าที่บาง ทำให้เวลาเหยียบไปโดนหินก้อนเล็ก ๆ เท้ายังรู้สึกถึงหินเหล่านั้นได้ (ซึ่งขึ้นอยู่กับความชอบของนักวิ่งแต่ละท่าน นักวิ่งเทรลบางท่านชอบที่จะสัมผัสถึงพื้นผิวต่าง ๆ ขณะวิ่ง)

ในส่วนของดอกยางจะมีลักษณะที่ค่อนข้างอ่อน แต่ไม่ได้นิ่มมาก ซึ่งสามารถยึดเกาะพื้นได้ดีในทุกสภาพพื้นผิว รวมทั้งยังทนทานต่อการสึกอีกด้วย

ลักษณะลายดอกยางของ EVADICT XT 7 เป็นดอกยางประเภท All types of terrain ผสมกับ Technical terrain เนื่องจากดอกยางมีการเสริมความยาวด้านข้าง (ลักษณะคล้ายปีก) และแต่ละดอกวางค่อนข้างชิดติดกัน ซึ่งเป็นจุดเด่นของดอกยางประเภท Technical terrain ที่จะใช้ในการเกาะหินก้อน หรือผาหิน รวมทั้งดอกยางที่สูงถึง 5 มม. ทำให้สามารถวิ่งได้ในทุกสภาพถนน จากการทดสอบวิ่งในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น ทางดินเรียบ ทางหิน ทางในป่า ขึ้นเขาและลงเขา ดอกยางสามารถเกาะพื้นและทำความเร็วได้ดี

อย่างไรก็ตาม ทาง Decathlon ได้โฆษณาว่ารองเท้าคู่นี้เหมาะกับการวิ่งทางโคลนหรือทางเปียกแฉะ แต่หลังจากทดสอบวิ่งในทางโคลนแล้ว มีอาการรองเท้าลื่นออกไปด้านข้าง ซึ่งดอกยางไม่ได้จิกพื้นโคลนในทันที เนื่องมาจากดอกยางที่ชิดและค่อนข้างกว้าง รวมทั้งดอกยางไม่สามารถสลัดโคลนออกจากพื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งคาดว่ามาจากโคลนในภูมิประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นดินเหนียว

แม้ว่าจะวิ่งต่อไปอีก 2 – 3 กม. แล้วก็ตาม โคลนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหลุดออกจากพื้น

ในส่วนของการวิ่งบนถนนลาดยาง (ถนนยางมะตอยและถนนคอนกรีต) สามารถวิ่งได้เหมือนรองเท้าถนนทั่วไป เนื่องจาก Drop 10 มม. ที่เท่ากับรองเท้าวิ่งถนนส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามพื้นโฟมชั้นกลาง (Midsole) ที่ค่อนข้างเฟิร์มและน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก ทำให้ไม่เหมาะกับการวิ่งบนถนนแข็ง ๆ เท่าไหร่นัก ดังนั้นรองเท้าวิ่งเทรลก็ควรวิ่งบนทางเทรลจะดีที่สุด

สรุปแล้วใส่วิ่งเป็นอย่างไรบ้าง

Decathlon EVADICT XT 7 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่มีความทนทานของหน้าผ้า สามารถป้องกันการขีดข่วนจากหินหรือกิ่งไม้คม ๆ และยังสามารถระบายอากาศได้ดี เมื่อเทียบกับรองเท้าหน้าผ้าหนาขนาดนี้ รวมทั้งพื้นมีความเสถียร ตอบสนองและข้ามอุปสรรคได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีการใส่ K-Ring บริเวณส้นเท้า ซึ่งช่วยซับแรงกระแทกเวลาลงส้นเท้า นอกจากนี้ยังมีดอกยางที่ทนทานและยึดเกาะได้ดีทุกสภาพพื้นผิว

อย่างไรก็ตาม พื้นโฟมชั้นกลาง (Midsole) และ K-Ring ที่เฟิร์ม รวมทั้งน้ำหนักของรองเท้าที่ค่อนข้างมาก ทำให้ EVADICT XT 7 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่เหมาะกับการใช้งานเฉพาะกรณีเท่านั้น เช่น ทางเทรลที่ทรุกันดารมาก ๆ ที่ต้องมีการปีนป่ายและยันตัวบนหินอยู่ตลอดเวลา (ซึ่งเป็นปกติของรองเท้าวิ่งเทรลประเภท Technical Terrain)

ดังนั้น Decathlon EVADICT XT 7 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภท Technical Terrain ที่เหมาะสำหรับการซ้อมวิ่งสลับเดินที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก เช่น การไปท่องเที่ยวตามอุทยานป่าเขา (Hiking) ในระยะทางตั้งแต่ 0 – 50 กม. บนเส้นทางเทรลที่ขรุขระทรุกันดาร (Technical Terrain) เช่น ทางหิน และทางในป่า

เปรียบเทียบกับรองเท้าวิ่งเทรลสาย Technical Terrain ตัวอื่น

Asics Fujilyte XT (อ่านรีวิว)

Asics Fujilyte XT มีพื้นชั้นกลาง (Midsole) ที่เฟิร์มกว่าและมาพร้อมกับแผ่นรองกันหิน (Rock Plate) แบบเต็มแผ่น รวมทั้งดอกยางลิขสิทธิ์เฉพาะของทาง Asics อย่าง Asics Grip ที่เกาะพื้นผิวต่าง ๆ ได้ดีกว่าและเป็นดอกยาว ชิดและเตี้ย (เป็นดอกยาง Technical Terrain แท้) ทั้งยังมีน้ำหนักที่เบากว่า (316 กรัม) ทำให้เหมาะกับทางเทรลที่ขรุขระทรุกันดาร (Technical Terrain) เช่น ทางหิน และทางในป่ามากกว่า อย่างไรก็ตามข้อเสียของ Asics Fujilyte XT คือหน้าผ้าที่ระบายอากาศได้ไม่ดี และโฟมบริเวณส้นเท้าที่เฟิร์มมาก (ทำให้ขาล้าจากการรับแรงกระแทกเวลาวิ่งลงเขา) โดยในส่วนของ EVADICT XT 7 หน้าผ้าระบายอากาศได้ดีกว่ามาก รวมทั้งพื้นโฟมของ EVADICT XT 7 มีความนุ่มกว่า ทำให้มีความเอนกประสงค์ในการใช้งานมากกว่า ถ้าเทียบกันแล้ว EVADICT XT 7 จะเหมาะกับระยะทางที่ไกลกว่า

แอดมินหวังว่าบทความนี้เป็นจะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่งหรือผู้ที่สนใจในการวิ่งหลาย ๆ ท่าน ถ้าหากท่านใดมีคำถามหรืออยากจะแชร์ประสบการณ์ในการวิ่งสามารถเข้าไปคอมเม้นได้ในเพจ FB: Running Profiles ได้เลยครับ ฝากกดไลน์และติดตามเพจด้วยครับ ขอให้วิ่งให้สนุกครับ

More on this topic

Popular stories

5 ประเภทรองเท้าวิ่งที่นักวิ่งควรรู้ก่อนเป็นโปร

การวิ่งเป็นกีฬาที่เข้าถึงง่ายที่สุดในโลก การวิ่งไม่ต้องการอุปกรณ์ที่พิเศษหรือสิ่งของราคาแพงในการเริ่มที่จะออกไปวิ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั้นก็คือ “รองเท้าวิ่งที่ดีสักคู่หนึ่ง” ท่านเคยรู้สึกไหมว่ารองเท้าบางคู่พื้นแข็งจนใส่วิ่งได้แค่ในระยะสั้น ๆ ส่วนอีกคู่พื้นนุ่ม แต่ทำความเร็วได้ยาก หรือ จะต้องซ้อมตามแผน 10k, 21k, 42k ที่มีการฝึก Easy days, Long run, Interval และ Tempo...

โฟม Zoom X ของทาง Nike คืออะไร และวัสดุ PEBAX คืออะไร

นักวิ่งหลายท่านคงสงสัยว่า โฟม Zoom X ของทาง Nike ที่ถูกใช้ในรองเท้าตัวแข่งอย่าง Nike ZoomX Vaporfly NEXT% และตัวใหม่อย่าง Nike Air Zoom Alphafly NEXT% นั่นเป็นวัสดุอะไร และมันดียังไง วันนี้เราจะมาไขคำตอบกันครับ

รีวิวรองเท้า Saucony Peregrine ISO หนึ่งในรองเท้าวิ่งเทรลที่ดีที่สุด

Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ดีสุดที่ติดอันดับในหมวดชื่นชอบตลอดกาล (Best Longtime Favorite) จากเว็บไซต์เกี่ยวกับการวิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Runner’s World Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่สานต่อความสำเร็จของรุ่น...

รองเท้าวิ่งเทรลของ Decathlon แต่ละรุ่น แตกต่างกันยังไง แล้วเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ?

รองเท้าวิ่งเทรลของ Decathlon จะมีอยู่ 5 รุ่นหลัก โดยแต่ละรุ่นจะมีการออกแบบเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาอธิบายกันว่าแต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้งานแบบไหน และเหมาะกับนักวิ่งประเภทไหน ติดตามได้เลยครับ ความรู้เพิ่มเติม แบรนด์ Decathlon (อ่านว่า ดี-แคท-ลอน)...

ประวัติและที่มาของรองเท้าวิ่งคาร์บอน ฉบับสมบูรณ์

รองเท้าวิ่งคาร์บอนที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่จะเป็น Nike Air Zoom Alphafly NEXT%, New Balance FuelCell TC, Brooks Hyperion Elite, ASICS Metaracer, HOKA Rocket X, Saucony Endorphin Pro,...

รองเท้าคาร์บอน เหมาะกับนักวิ่งทุกคนจริงหรือ ?

วันนี้เราจะมาแปลบทความน่าสนใจบทความหนึ่งที่ทาง Runner World ได้เขียนไว้เกี่ยวกับสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับรองเท้าคาร์บอนที่กำลังเป็นกระแสฮิตอยู่ในตอนนี้ โดยมีชื่อว่า Will Magic Shoes Work for You?  (รองเท้าคาร์บอนสุดวิเศษณ์เหล่านั้น เหมาะกับคุณจริงหรือ? ) เนื้อหาจะเป็นอย่างไรติดตามได้เลยครับ

Training Plan

แผนการซ้อม 10K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 10K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม 5K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 5K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Marathon ใน 18 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Marathon ภายใน 18 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Half Marathon ใน 14 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Half Marathon ภายใน 14 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett