รีวิวรองเท้า Decathlon EVADICT XT 7 รองเท้าวิ่งเทรลสาย Technical Terrain จากทาง Decathlon

Related Articles

Decathlon EVADICT XT 7 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ทาง Decathlon โฆษณาว่าเป็นรองเท้าที่เหมาะกับการวิ่งทางโคลนหรือทางเปียกแฉะ และเหมาะกับวิ่งระยะไม่เกิน 80 กม. แต่ทางเรา Running Profiles มองว่ารองเท้าคู่นี้เหมาะกับการใช้งานในทางเทรลที่ทรุกันดารมากกว่า เช่น ทางหินหรือทางในป่า โดย EVADICT XT 7 มีความเสถียรของรองเท้าและลักษณะดอกยางที่ยาวและวางชิดกัน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรองเท้าวิ่งเทรลประเภท Technical Terrain

ความรู้เพิ่มเติม รองเท้าวิ่งเทรลประเภท Technical Terrain เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในทางเทรลที่ทรุกันดาร เช่น ทางหินหรือทางในป่า ทำให้รองเท้าประเภทนี้จะมีพื้นชั้นกลาง (Midsole) ที่ค่อนข้างแข็งและโฟมบริเวณปลายเท้าถูกออกแบบให้บาง เพื่อให้นักวิ่งสามารถปีนป่ายและยันตัวไปบนเส้นทางที่มีอุปสรรค ทั้งยังมีการเสริมบริเวณกลางเท้าและส้นเท้าไม่ให้สามารถบิดตัวได้ เพื่อความมั่นคงขณะเดิน ลักษณะเด่นอีกประการของรองเท้าวิ่งเทรลประเภท Technical Terrain คือ หน้าผ้าที่หนาและทนทาน ใช้ปกป้องเท้าจากหินหรือกิ่งไม้ที่คม ทำให้รองเท้าประเภทนี้มีน้ำหนักที่มากกว่ารองเท้าวิ่งเทรลปกติ ฉะนั้นรองเท้าประเภทนี้จะมีความใกล้เคียงกับรองเท้าเดินป่า (Hiking Shoes) มากที่สุดในบรรดารองเท้าวิ่งเทรลทุกประเภท ดังนั้นโดยทั่วไปรองเท้าประเภทนี้จะเหมาะกับการซ้อมวิ่งสลับเดินที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก เช่น การไปท่องเที่ยวตามอุทยานป่าเขา (Hiking) ในระยะทางตั้งแต่ 0 – 50 กม. บนเส้นทางเทรลที่ขรุขระทรุกันดาร (Technical Terrain)

ทาง Decathlon ได้นำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดใส่ไว้ในรองเท้ารุ่นนี้ โดยจะมาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง (Midsole) เป็นโฟม Kalensole ซึ่งเป็นโฟม EVA ที่มี Energy Return สูง และมาพร้อมกับเทคโนโลยี K-Only ซึ่งเป็นโฟมที่แยกความหนาแน่นเป็น 2 ส่วน เพื่อแก้อาการเท้าล้มที่เกิดขึ้นในนักวิ่งเท้าแบน (Overpronators) รวมทั้ง K-Ring โฟมซับแรงกระแทกรูปวงแหวน โดยจะติดตั้งอยู่บริเวณส้นเท้า ทั้งยังมีหน้าผ้า 2 ชั้นและเสริมโครงแข็งรอบตัวรองเท้า ให้มีความทนทานและปกป้องเท้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลที่ควรรู้

น้ำหนัก: 339 กรัม (9.5US) และ ใส่ตรงตามไซต์ของ Decathlon (คู่มือการเลือกขนาด)

Stack Height: Drop 10 มม.

แผ่นรองรองเท้า (Insole): ยาว 28.5 ซม. และบริเวณปลายเท้ากว้าง 9.2 ซม. (ไซต์ 9.5US)

เหมาะกับการวิ่งแบบ:

  • ซ้อมวิ่งสลับเดินที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก เช่น การไปท่องเที่ยวตามอุทยานป่าเขา (Hiking)

เหมาะกับระยะการวิ่ง (กม.): 0 กม. – 50 กม.

เหมาะกับเส้นทางแบบ:

  • ทางเทรลที่ไม่ทรุกันดารมากนัก เช่น ทางดินเรียบและแห้ง
  • ทางเทรลที่ขรุขระทรุกันดาร (Technical Terrain) เช่น ทางหิน และทางในป่า

ข้อดี:

  • หน้าผ้าใส่สบาย จับเท้าและปกป้องเท้าได้อย่างดีเยี่ยม
  • พื้นชั้นกลาง (Midsole) มีความเสถียร ไม่บิดตัว และไม่นุ่ม (ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรองเท้าประเภท Technical Terrain) ทำให้ตอบสนองและส่งตัวบนเส้นทางที่มีอุปสรรคได้อย่างดีเยี่ยม
  • ส้นเท้ามี K-Ring สามารถซับแรงกระแทกเวลาเดินและวิ่งลงเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ดอกยางเกาะพื้นได้ดีทุกสภาพพื้นผิว
  • เทคโนโลยี K-Only เป็นทั้งการแก้เท้าล้มของนักวิ่งเท้าแบน และเป็นเสมือนแผ่นรองกันหิน (Rock Plate)

ข้อเสีย:

  • พื้นชั้นกลางที่บางและไม่ได้นุ่ม รวมทั้งน้ำหนักที่หนัก ทำให้ไม่เหมาะกับการวิ่งต่อเนื่องในระยะไกล
  • ดอกยางไม่เหมาะกับทางโคลน เนื่องจากดอกชิดและค่อนข้างกว้าง ทำให้รองเท้าสไลด์ลื่นออกไปด้านข้าง ดอกยางไม่ได้จิกพื้นทันที และไม่สามารถสลัดโคลนออกได้อย่างมีประสิทธิเท่าที่ควร รวมทั้งหน้าผ้าที่ไม่กันน้ำ
  • ระบายอากาศได้ปานกลาง เนื่องจากมีหน้าผ้า 2 ชั้น

ความรู้สึกครั้งแรกหลังใส่ EVADICT XT 7

ความรู้สึกแรกที่ใส่คือ หน้าผ้าใส่สบายและจับเท้าได้เป็นอย่างดี โดยพื้นชั้นกลาง (Midsole) บริเวณปลายเท้าค่อนข้างบางและเฟิร์ม ซึ่งคาดว่ามาจากการออกแบบให้รองเท้าคู่นี้เหมาะกับการวิ่งบนภูเขาหินที่มีโคลนและดินนุ่ม ทำให้สามารถปีนป่ายและยันตัวข้ามอุปสรรคได้เป็นอย่างดี

หน้าผ้า (Upper)

สำหรับความกระชับของรองเท้าของรุ่นนี้ ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ใส่สบายและไม่รัดเท้าจนเกินไปหรือหลวมเกินไป ให้ความรู้สึกเหมือนรองเท้าเป็นส่วนหนึ่งของเท้า

สำหรับในส่วนของเนื้อผ้าและโครงรองเท้าจะใช้ผ้า Mesh ทอละเอียดและมีหน้าผ้าด้านในอีกชั้นหนึ่ง บริเวณลิ้นรองเท้ามีช่องเก็บเชือก เพื่อป้องกันไม่ให้เชือกรองเท้าหลุดออกขณะวิ่ง รวมทั้งมีการเสริมโครงแข็งและมี Toe Bumper ที่ค่อนข้างหนา เน้นความทนทานและการปกป้องเท้าจากหินและกิ่งไม้ แต่ยังคงระบายอากาศได้ดีระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ทำให้รองเท้ามีน้ำหนักที่มากขึ้นตามมา

สำหรับขอบบริเวณส้นเท้า จะมีการบุฟองน้ำที่ไม่หนามากนักและโครงแข็งรอบส้นเท้า ซึ่งสามารถปกป้องส้นเท้าและป้องกันเศษหินและเศษดินที่จะเข้าไปในรองเท้าได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงล็อคบริเวณส้นเท้าได้อย่างดีเยี่ยม ไม่มีอาการส้นรูด

พื้นชั้นกลาง (Midsole)

EVADICT XT 7 ใช้พื้นชั้นกลาง (Midsole) เป็นโฟม Kalensole ซึ่งเป็นโฟม EVA โดยทาง Decathlon โฆษณาว่ามี Energy Return สูงกว่า EVA ทั่วไป 25% และคงคุณสมบัติของโฟมในอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปได้ดี ทั้งยังมีความทนทานในการใช้งานมากขึ้น รวมทั้งบริเวณส้นเท้าได้มีการฝัง K-Ring เพื่อซับแรงกระแทกเวลาลงส้นเท้า เช่น การเดินและการวิ่งลงเขา แต่ส้นเท้าก็ไม่ได้มีความนุ่มมากนัก

นอกจากนี้ สิ่งที่ขาดไปไม่ได้ในรองเท้าทุกคู่ของ Decathlon ก็คือ เทคโนโลยี K-Only เป็นโฟมที่แยกความหนาแน่นเป็น 2 ส่วน (Dual Density Zone) คือ ปลายเท้าด้านในจะเป็นโฟมที่มีความหนาแน่นสูง ในส่วนปลายเท้าด้านนอกจะเป็นโฟมที่มีความหนาแน่นต่ำกว่า ทำให้เท้าเอียงเป็นธรรมชาติ เพื่อแก้อาการเท้าล้มที่เกิดขึ้นในนักวิ่งเท้าแบน (Overpronators) ทั้งยังไม่ทำให้รู้สึกเจ็บอุ้งเท้าสำหรับนักวิ่งเท้าปกติอีกด้วย (ซึ่งรองเท้าวิ่งสำหรับนักวิ่งเท้าแบนส่วนใหญ่ของแบรนด์หลักจะเป็นการเสริมโฟมแข็งบริเวณอุ้งเท้า เมื่อนักวิ่งเท้าปกติใส่จะรู้สึกเจ็บบริเวณอุ้งเท้า) โดย K – Only ยังรวมไปถึงแผ่น PEBAX ที่ฝังอยู่บริเวณกลางเท้า เพื่อเพิ่มความเสถียรและกันการหักงอหรือบิดตัวบริเวณกลางเท้าให้กับรองเท้า

เทคโนโลยี K-Only ปลายเท้าด้านในจะเป็นโฟมที่มีความหนาแน่นสูงกว่าปลายเท้าด้านนอก โดยไม่ละทิ้งความยืดหยุ่นของบริเวณปลายเท้า

อย่างไรก็ตาม เมื่อนำมารวมกันแล้วให้ความรู้สึกที่ไม่ได้นุ่ม ออกไปทางเฟิร์มมากกว่า และพื้นบริเวณปลายเท้าที่บาง ทำให้สามารถทรงตัวและปีนป่ายข้ามอุปสรรคได้อย่างมั่นใจ รวมทั้งสามารถทำความเร็วบนเส้นทางที่มีอุปสรรค เช่น ทางหินได้เป็นอย่างดี

ดอกยางและพื้นยาง (Outsole)

EVADICT XT 7 ไม่มีแผ่นรองกันหิน (Rock Plate) แต่จะใช้ดอกยางและพื้นโฟมที่เฟิร์มจาก K-Only ทำหน้าที่เสมือนเป็นแผ่นรองกันหินแทน อย่างไรก็ตาม พื้นโฟมบริเวณปลายเท้าที่บาง ทำให้เวลาเหยียบไปโดนหินก้อนเล็ก ๆ เท้ายังรู้สึกถึงหินเหล่านั้นได้ (ซึ่งขึ้นอยู่กับความชอบของนักวิ่งแต่ละท่าน นักวิ่งเทรลบางท่านชอบที่จะสัมผัสถึงพื้นผิวต่าง ๆ ขณะวิ่ง)

ในส่วนของดอกยางจะมีลักษณะที่ค่อนข้างอ่อน แต่ไม่ได้นิ่มมาก ซึ่งสามารถยึดเกาะพื้นได้ดีในทุกสภาพพื้นผิว รวมทั้งยังทนทานต่อการสึกอีกด้วย

ลักษณะลายดอกยางของ EVADICT XT 7 เป็นดอกยางประเภท All types of terrain ผสมกับ Technical terrain เนื่องจากดอกยางมีการเสริมความยาวด้านข้าง (ลักษณะคล้ายปีก) และแต่ละดอกวางค่อนข้างชิดติดกัน ซึ่งเป็นจุดเด่นของดอกยางประเภท Technical terrain ที่จะใช้ในการเกาะหินก้อน หรือผาหิน รวมทั้งดอกยางที่สูงถึง 5 มม. ทำให้สามารถวิ่งได้ในทุกสภาพถนน จากการทดสอบวิ่งในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น ทางดินเรียบ ทางหิน ทางในป่า ขึ้นเขาและลงเขา ดอกยางสามารถเกาะพื้นและทำความเร็วได้ดี

อย่างไรก็ตาม ทาง Decathlon ได้โฆษณาว่ารองเท้าคู่นี้เหมาะกับการวิ่งทางโคลนหรือทางเปียกแฉะ แต่หลังจากทดสอบวิ่งในทางโคลนแล้ว มีอาการรองเท้าลื่นออกไปด้านข้าง ซึ่งดอกยางไม่ได้จิกพื้นโคลนในทันที เนื่องมาจากดอกยางที่ชิดและค่อนข้างกว้าง รวมทั้งดอกยางไม่สามารถสลัดโคลนออกจากพื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งคาดว่ามาจากโคลนในภูมิประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นดินเหนียว

แม้ว่าจะวิ่งต่อไปอีก 2 – 3 กม. แล้วก็ตาม โคลนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหลุดออกจากพื้น

ในส่วนของการวิ่งบนถนนลาดยาง (ถนนยางมะตอยและถนนคอนกรีต) สามารถวิ่งได้เหมือนรองเท้าถนนทั่วไป เนื่องจาก Drop 10 มม. ที่เท่ากับรองเท้าวิ่งถนนส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามพื้นโฟมชั้นกลาง (Midsole) ที่ค่อนข้างเฟิร์มและน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก ทำให้ไม่เหมาะกับการวิ่งบนถนนแข็ง ๆ เท่าไหร่นัก ดังนั้นรองเท้าวิ่งเทรลก็ควรวิ่งบนทางเทรลจะดีที่สุด

สรุปแล้วใส่วิ่งเป็นอย่างไรบ้าง

Decathlon EVADICT XT 7 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่มีความทนทานของหน้าผ้า สามารถป้องกันการขีดข่วนจากหินหรือกิ่งไม้คม ๆ และยังสามารถระบายอากาศได้ดี เมื่อเทียบกับรองเท้าหน้าผ้าหนาขนาดนี้ รวมทั้งพื้นมีความเสถียร ตอบสนองและข้ามอุปสรรคได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีการใส่ K-Ring บริเวณส้นเท้า ซึ่งช่วยซับแรงกระแทกเวลาลงส้นเท้า นอกจากนี้ยังมีดอกยางที่ทนทานและยึดเกาะได้ดีทุกสภาพพื้นผิว

อย่างไรก็ตาม พื้นโฟมชั้นกลาง (Midsole) และ K-Ring ที่เฟิร์ม รวมทั้งน้ำหนักของรองเท้าที่ค่อนข้างมาก ทำให้ EVADICT XT 7 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่เหมาะกับการใช้งานเฉพาะกรณีเท่านั้น เช่น ทางเทรลที่ทรุกันดารมาก ๆ ที่ต้องมีการปีนป่ายและยันตัวบนหินอยู่ตลอดเวลา (ซึ่งเป็นปกติของรองเท้าวิ่งเทรลประเภท Technical Terrain)

ดังนั้น Decathlon EVADICT XT 7 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภท Technical Terrain ที่เหมาะสำหรับการซ้อมวิ่งสลับเดินที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก เช่น การไปท่องเที่ยวตามอุทยานป่าเขา (Hiking) ในระยะทางตั้งแต่ 0 – 50 กม. บนเส้นทางเทรลที่ขรุขระทรุกันดาร (Technical Terrain) เช่น ทางหิน และทางในป่า

เปรียบเทียบกับรองเท้าวิ่งเทรลสาย Technical Terrain ตัวอื่น

Asics Fujilyte XT (อ่านรีวิว)

Asics Fujilyte XT มีพื้นชั้นกลาง (Midsole) ที่เฟิร์มกว่าและมาพร้อมกับแผ่นรองกันหิน (Rock Plate) แบบเต็มแผ่น รวมทั้งดอกยางลิขสิทธิ์เฉพาะของทาง Asics อย่าง Asics Grip ที่เกาะพื้นผิวต่าง ๆ ได้ดีกว่าและเป็นดอกยาว ชิดและเตี้ย (เป็นดอกยาง Technical Terrain แท้) ทั้งยังมีน้ำหนักที่เบากว่า (316 กรัม) ทำให้เหมาะกับทางเทรลที่ขรุขระทรุกันดาร (Technical Terrain) เช่น ทางหิน และทางในป่ามากกว่า อย่างไรก็ตามข้อเสียของ Asics Fujilyte XT คือหน้าผ้าที่ระบายอากาศได้ไม่ดี และโฟมบริเวณส้นเท้าที่เฟิร์มมาก (ทำให้ขาล้าจากการรับแรงกระแทกเวลาวิ่งลงเขา) โดยในส่วนของ EVADICT XT 7 หน้าผ้าระบายอากาศได้ดีกว่ามาก รวมทั้งพื้นโฟมของ EVADICT XT 7 มีความนุ่มกว่า ทำให้มีความเอนกประสงค์ในการใช้งานมากกว่า ถ้าเทียบกันแล้ว EVADICT XT 7 จะเหมาะกับระยะทางที่ไกลกว่า

แอดมินหวังว่าบทความนี้เป็นจะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่งหรือผู้ที่สนใจในการวิ่งหลาย ๆ ท่าน ถ้าหากท่านใดมีคำถามหรืออยากจะแชร์ประสบการณ์ในการวิ่งสามารถเข้าไปคอมเม้นได้ในเพจ FB: Running Profiles ได้เลยครับ ฝากกดไลน์และติดตามเพจด้วยครับ ขอให้วิ่งให้สนุกครับ

More on this topic

Popular stories

5 ประเภทรองเท้าวิ่งที่นักวิ่งควรรู้ก่อนเป็นโปร

การวิ่งเป็นกีฬาที่เข้าถึงง่ายที่สุดในโลก การวิ่งไม่ต้องการอุปกรณ์ที่พิเศษหรือสิ่งของราคาแพงในการเริ่มที่จะออกไปวิ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั้นก็คือ “รองเท้าวิ่งที่ดีสักคู่หนึ่ง” ท่านเคยรู้สึกไหมว่ารองเท้าบางคู่พื้นแข็งจนใส่วิ่งได้แค่ในระยะสั้น ๆ ส่วนอีกคู่พื้นนุ่ม แต่ทำความเร็วได้ยาก หรือ จะต้องซ้อมตามแผน 10k, 21k, 42k ที่มีการฝึก Easy days, Long run, Interval และ Tempo...

โฟม Zoom X ของทาง Nike คืออะไร และวัสดุ PEBAX คืออะไร

นักวิ่งหลายท่านคงสงสัยว่า โฟม Zoom X ของทาง Nike ที่ถูกใช้ในรองเท้าตัวแข่งอย่าง Nike ZoomX Vaporfly NEXT% และตัวใหม่อย่าง Nike Air Zoom Alphafly NEXT% นั่นเป็นวัสดุอะไร และมันดียังไง วันนี้เราจะมาไขคำตอบกันครับ

รีวิวรองเท้า Saucony Peregrine ISO หนึ่งในรองเท้าวิ่งเทรลที่ดีที่สุด

Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ดีสุดที่ติดอันดับในหมวดชื่นชอบตลอดกาล (Best Longtime Favorite) จากเว็บไซต์เกี่ยวกับการวิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Runner’s World Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่สานต่อความสำเร็จของรุ่น...

เผยภาพอย่างเป็นทางการของ Nike Zoom Pegasus 37

รองเท้าวิ่งรุ่นยอดนิยมตระกูล Pegasus ได้เปิดเผยภาพโมเดลรุ่นใหม่ นั้นคือ Nike Zoom Pegasus 37  โดยครั้งนี้ Nike Zoom Pegasus 37...

Saucony เลื่อนการวางจำหน่ายรองเท้าตระกูล Endorphin และรายละเอียดทั้ง 3 รุ่น

- ทาง SAUCONY กล่าวว่า มันเป็นความรับผิดชอบของพวกเขาที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อพนักงานของ SAUCONY และสังคมนักวิ่ง - Saucony ประกาศว่าได้เลื่อนการวางจำหน่ายของรองเท้า 3 รุ่นในตระกูล Endorphin นั่นคือ...

รองเท้าคาร์บอน เหมาะกับนักวิ่งทุกคนจริงหรือ ?

วันนี้เราจะมาแปลบทความน่าสนใจบทความหนึ่งที่ทาง Runner World ได้เขียนไว้เกี่ยวกับสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับรองเท้าคาร์บอนที่กำลังเป็นกระแสฮิตอยู่ในตอนนี้ โดยมีชื่อว่า Will Magic Shoes Work for You?  (รองเท้าคาร์บอนสุดวิเศษณ์เหล่านั้น เหมาะกับคุณจริงหรือ? ) เนื้อหาจะเป็นอย่างไรติดตามได้เลยครับ

Training Plan

แผนการซ้อม 10K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 10K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม 5K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 5K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Marathon ใน 18 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Marathon ภายใน 18 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Half Marathon ใน 14 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Half Marathon ภายใน 14 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett