รีวิวรองเท้า Decathlon Kiprun Trail Race 4 รองเท้าวิ่งเทรลตัวแข่งระยะสั้น

Related Articles

Decathlon Kiprun Trail Race 4 หรือ EVADICT RACE 4 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ทาง Decathlon โฆษณาว่าเป็นรองเท้าสำหรับใช้ในการแข่งขันระยะสั้นตั้งแต่ 0 กม. จนถึง 60 กม. และเหมาะกับนักวิ่งที่มีน้ำหนักตัวไม่มาก (น้ำหนักไม่เกิน 75 กก.)

EVADICT RACE 4 ถูกออกแบบอยู่บนวัตถุประสงค์สำหรับนักวิ่งที่ต้องการรองเท้าวิ่งเทรลน้ำหนักเบาและตอบสนองได้ดี เพื่อใช้ในการแข่งขันเท่านั้น ฉะนั้นวัสดุที่นำมาใช้จึงมีน้ำหนักที่เบากว่ารุ่นอื่น ๆ ของทาง Decathlon โดยจะมาพร้อมกับหน้าผ้าชั้นเดียว (Single Layer Mesh Upper) และพื้นชั้นกลาง (Midsole) เป็นวัสดุ EVA น้ำหนักเบา รวมทั้งมาพร้อมกับเทคโนโลยี K-Only ซึ่งเป็นโฟมที่แยกความหนาแน่นบริเวณปลายเท้าเป็น 2 ส่วน เพื่อแก้อาการเท้าล้มที่เกิดขึ้นในนักวิ่งเท้าแบน (Overpronators) นอกจากนี้ยังมีการใส่เทคโนโลยี Circular System (CS) หรือรูอากาศในโฟมบริเวณส้นเท้า ซึ่งทำหน้าที่ช่วยซับแรงกระแทก

โดย Decathlon EVADICT RACE 4 ถูกจัดเป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภท Training and Racing (0-50K)

ความรู้เพิ่มเติม รองเท้าวิ่งเทรลประเภท Training and Racing (0-50K) เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับแข่งขันระยะสั้น (0 – 50 กม.) โดยมีคุณลักษณะเด่นในด้านการทำความเร็ว ส่วนใหญ่มีพื้นโฟมชั้นกลาง (Midsole) ที่ค่อนข้างบางและหน้าผ้าที่โปร่งระบายอากาศได้ดี ทำให้รองเท้าประเภทนี้มีน้ำหนักที่เบาที่สุดในบรรดารองเท้าวิ่งเทรลทุกประเภท (240 – 290 กรัม) ดังนั้นรองเท้าประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับการซ้อมทั่วไป (Daily Run), ซ้อมทำความเร็ว เช่น การซ้อม Tempo และ Interval, และใส่แข่งขันวิ่งเทรลระยะสั้น (Race Day) โดยเหมาะกับระยะทางตั้งแต่ 0 – 50 กม.

ข้อมูลที่ควรรู้

น้ำหนัก: 260 กรัม (9.5US) และใส่ตรงตามไซต์ของ Decathlon (คู่มือการเลือกขนาด)

Stack Height: Drop 6 มม.

แผ่นรองรองเท้า (Insole): ยาว 28.5 ซม. และบริเวณปลายเท้ากว้าง 9.4 ซม. (ไซต์ 9.5US)

เหมาะกับการวิ่งแบบ:

  • ซ้อมทั่วไป (Daily Run)
  • ซ้อมทำความเร็ว เช่น การซ้อม Tempo และ Interval
  • ใส่แข่งขันวิ่งเทรลระยะสั้น (Race Day)

เหมาะกับระยะการวิ่ง (กม.): 0 กม. – 50 กม.

เหมาะกับเส้นทางแบบ:

  • ทางเทรลที่ไม่ทรุกันดารมากนัก เช่น ทางดินเรียบและแห้ง
  • ทางเทรลที่ขรุขระทรุกันดาร (Technical Terrain) เช่น ทางหิน และทางในป่า

ข้อดี:

  • หน้าผ้าใส่สบาย ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม และจับเท้าได้ดี
  • น้ำหนักเบา
  • พื้นชั้นกลาง (Midsole) มีความนุ่มค่อนข้างมาก
  • ควบคุมการเคลื่อนไหวได้ง่าย เช่น เวลาเข้าโค้งหรือข้ามอุปสรรค
  • บริเวณส้นเท้ามีเทคโนโลยี Circular System (CS) สามารถซับแรงกระแทกเวลาเดินและวิ่งลงเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ดอกยางเกาะพื้นได้ดีทุกสภาพพื้นผิว และมีความทนทานต่อการสึกสูง
  • เทคโนโลยี K-Only เป็นทั้งการแก้เท้าล้มของนักวิ่งเท้าแบน และเป็นเสมือนแผ่นรองกันหิน (Rock Plate)

ข้อเสีย:

  • พื้นชั้นกลาง (Midsole) เป็นโฟม EVA ความหนาแน่นต่ำ ทำให้ตอบสนองและทำความเร็วได้ไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น (Energy Return ต่ำ)
  • โฟม EVA ความหนาแน่นต่ำยังส่งผลทำให้ไม่เหมาะกับนักวิ่งน้ำหนักเยอะ (น้ำหนักเกิน 75 กก.) เนื่องจากโฟม EVA จะมีอัตราการยุบตัว (Compression rate) หรือหมดอายุการใช้งานที่รวดเร็ว

ความรู้สึกครั้งแรกหลังใส่ EVADICT RACE 4

ความรู้สึกแรกที่ใส่คือ น้ำหนักเบามาก หน้าผ้าใส่สบายและจับเท้าได้เป็นอย่างดี ในส่วนพื้นชั้นกลาง (Midsole) ในครั้งแรกที่วิ่งมีความเฟิร์มเล็กน้อย อย่างไรก็ตามเมื่อวิ่งรันอินผ่านไป 2 – 3 กม. พื้นชั้นกลางจะมีความนุ่มเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

หน้าผ้า (Upper)

สำหรับความกระชับของรองเท้าของรุ่นนี้ ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ไม่รัดเท้าจนเกินไปหรือหลวมเกินไป และไม่มีอาการเท้าขยับไปมาในรองเท้า ให้ความรู้สึกเหมือนรองเท้าเป็นส่วนหนึ่งของเท้า เหมาะสำหรับการทำความเร็วเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามลิ้นรองเท้าไม่ได้เชื่อมเป็นส่วนเดียวกับหน้าผ้า ทำให้มีอาการลิ้นรองเท้าล้มซ้ายขวาได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสบายลดลง (หากไม่ชอบสามารถแก้ไขได้โดยการเย็บลิ้นรองเท้ากับหน้าผ้าด้านใดด้านหนึ่ง)

สำหรับในส่วนของเนื้อผ้าและโครงรองเท้าจะใช้ผ้า Mesh ชั้นเดียวแบบธรรมดา และบริเวณลิ้นรองเท้ามีช่องเก็บเชือก เพื่อป้องกันไม่ให้เชือกรองเท้าหลุดออกขณะวิ่ง รวมทั้งมีการสกรีนยาง Polyurethane (PU Overlays) รอบตัวรองเท้าและ Toe Bumper แทนการเสริมโครงแข็งรอบตัว ทำให้รองเท้ามีน้ำหนักที่เบามาก ทั้งยังระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม

สำหรับขอบบริเวณส้นเท้า จะมีการบุฟองน้ำที่ไม่หนามากนัก ซึ่งสามารถปกป้องเศษหินและเศษดินที่จะเข้าไปในรองเท้าได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงล็อคบริเวณส้นเท้าได้อย่างดีเยี่ยม ไม่มีอาการส้นรูด

พื้นชั้นกลาง (Midsole)

EVADICT RACE 4 มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับการแข่งขัน ทำให้ทางทีมออกแบบ เลือกใช้วัสดุที่เน้นความเบาเป็นหลัก โดยพื้นชั้นกลาง (Midsole) เป็นวัสดุ EVA ความหนาแน่นต่ำ ทำให้รองเท้ามีความเบาและความนุ่มที่ค่อนข้างมาก และบริเวณส้นเท้ามีการใส่เทคโนโลยี Circular System (CS) หรือรูอากาศในโฟมบริเวณส้นเท้า แทนที่การใส่ K-Ring ที่มีน้ำหนักมากกว่า โดย CS ทำหน้าที่ช่วยซับแรงกระแทกเวลาลงส้นเท้า เช่น การเดินและการวิ่งลงเขา

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี K-Only ซึ่งเป็นโฟมที่แยกความหนาแน่นบริเวณปลายเท้าเป็น 2 ส่วน (Dual Density Zone) คือ ปลายเท้าด้านในจะเป็นโฟมที่มีความหนาแน่นสูง ในส่วนปลายเท้าด้านนอกจะเป็นโฟมที่มีความหนาแน่นต่ำกว่า ทำให้เท้าเอียงเป็นธรรมชาติ เพื่อแก้อาการเท้าล้มที่เกิดขึ้นในนักวิ่งเท้าแบน (Overpronators)

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในทีมออกแบบรองเท้าวิ่งเทรลของ Decathlon อย่าง Thierry Breuil ได้แนะนำเกี่ยวกับรองเท้ารุ่นนี้ว่า “ไม่ควรใส่วิ่งซ้อมทุกวัน (Daily Run) แต่ควรเก็บไว้ใส่สำหรับวันแข่งขัน (Race Day) เท่านั้น” นอกจากนี้ยังแนะนำอีกว่า “อายุการใช้งานของรองเท้าคู่นี้อยู่ที่ประมาณ 400 กม.”

เหตุผลที่ Thierry Breuil ต้องแนะนำว่าไม่ควรใช้วิ่งในทุกวัน ก็เนื่องมาจากพื้นโฟมชั้นกลางที่ทำมาจากวัสดุ EVA ความหนาแน่นต่ำ ซึ่งจะทำให้อัตราการยุบตัว (Compression Rate) ของโฟมเกิดได้รวดเร็วมากขึ้น โดยการยุบตัวของโฟม (Compression) ในที่นี้หมายถึง โฟม EVA เกิดการสูญเสียคุณสมบัติของการคืนตัว หรือโฟมจะไม่คืนรูปกลับมาเหมือนเดิมเวลายุบตัว หรือพูดง่าย ๆ ว่า โฟมหมดอายุการใช้งาน

ความรู้เพิ่มเติม โดยปกติโฟม EVA ทั่วไปจะมีคุณสมบัติได้อย่างเสียอย่าง คือ หากต้องการ ความนุ่ม (Cushioning)” ต้องเสีย การคืนพลังงาน (Energy Return) ” และ หากต้องการ ความเบา (Lightweight)” ก็ต้องเสีย ความทนทาน (Durable) หรือโฟมยุบตัว (Compression)” นอกจากนี้โดยส่วนใหญ่โฟม EVA จะมีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400 – 500 กม. ก่อนที่โฟมจะหมดอายุการใช้งาน

รวมทั้งนักวิ่งที่มีน้ำหนักตัวมาก ก็จะทำให้อัตราการยุบตัวของโฟมเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน จึงเป็นที่มาว่าทำไมทาง Decathlon ต้องออกมาเขียนแนะนำว่าไม่เหมาะกับนักวิ่งที่มีน้ำหนักเกิน 75 กก.

หลังจากการนำไปวิ่งทดสอบ พบว่า พื้นบริเวณปลายเท้าค่อนข้างเฟิร์มกว่าบริเวณกลางเท้าและส้นเท้า เนื่องจากเทคโนโลยีแก้เท้าล้ม K-Only บริเวณปลายเท้า ทำให้สามารถยันตัวเพื่อทำความเร็วโดยใช้ปลายเท้า (Forefoot) ได้ แต่โดยรวมแล้วพื้นยังคงค่อนข้างนุ่ม อย่างไรก็ตาม พื้นโฟมความหนาแน่นต่ำส่งผลทำให้ตอบสนองและทำความเร็วได้ไม่ดีนัก เพราะขณะที่พื้นชั้นกลางมีการยุบตัวเวลาลงเท้า แต่ตัวโฟมกลับไม่ได้คืนตัวทันที (หรือส่งแรงคืนกลับมาได้ไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น) จึงให้ความรู้สึกคล้ายกับ Memory Foam

นอกจากนี้หลังจากผ่านการใช้งานเกือบ 170 กม. พื้นโฟมมีการยุบตัว (Compression) อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณกลางเท้าและส้นเท้า ส่งผลให้เทคโนโลยีแก้เท้าล้ม K-Only ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จนทำให้นักวิ่งเท้าแบน (Overpronators) มีอาการเท้าล้มเข้าด้านในอย่างชัดเจน แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับนักวิ่งเท้าปกติ

ดอกยางและพื้นยาง (Outsole)

EVADICT RACE 4 ไม่มีแผ่นรองกันหิน (Rock Plate) แต่จะใช้ดอกยางและพื้นโฟมที่เฟิร์มจาก K-Only ทำหน้าที่เสมือนเป็นแผ่นรองกันหินแทน ทำให้สามารถปกป้องฝ่าเท้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนของดอกยางจะมีลักษณะที่ค่อนข้างแข็ง แต่ไม่ได้แข็งมาก ซึ่งสามารถยึดเกาะพื้นได้ดีในทุกสภาพพื้นผิว รวมทั้งยังทนทานต่อการสึกอีกด้วย

ลักษณะลายดอกยางของ EVADICT RACE 4 เป็นดอกยางประเภท All types of terrain หรือดอกยางเอนกประสงค์ที่วิ่งได้ทุกสภาพถนน โดยแต่ละดอกจะหนาและสูง 5 มม. จากการทดสอบวิ่งในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น ทางดินเรียบ ทางหิน ทางในป่า ขึ้นเขาและลงเขา ดอกยางสามารถเกาะพื้นและทำความเร็วได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของการวิ่งบนถนนลาดยาง (ถนนยางมะตอยและถนนคอนกรีต) สามารถวิ่งได้เหมือนรองเท้าถนนทั่วไป เนื่องจาก พื้นโฟมชั้นกลาง (Midsole) ที่ค่อนข้างนุ่มและน้ำหนักที่เบา จึงทำให้สามารถวิ่งบนถนนลาดยางได้อย่างไม่มีปัญหา

สรุปแล้วใส่วิ่งเป็นอย่างไรบ้าง

Decathlon EVADICT RACE 4 เป็นเหมือนรองเท้าตัวซ้อมในอุดมคติของทาง Running Profiles เลยก็ว่าได้ เนื่องจากหน้าผ้าที่จับเท้าได้เป็นอย่างดี น้ำหนักเบาและระบายอากาศ ในส่วนพื้นชั้นกลาง (Midsole) บริเวณปลายเท้ามีความเฟิร์มเพียงพอที่จะตอบสนองและทำความเร็วได้ระดับหนึ่ง ทั้งยังมีความนุ่มมากพอที่จะใส่ซ้อมวิ่งในทุก ๆ วัน (Daily Run) นอกจากนี้ดอกยางยังสามารถเกาะพื้นได้ดีในทุกสภาพพื้นผิว

อย่างไรก็ตาม พื้นโฟม EVA ความหนาแน่นต่ำ ทำให้ความทนทานของพื้นโฟมลดน้อยลง และแม้ว่าจะถูกออกแบบให้ใช้สำหรับการแข่งขันโดยเน้นการทำความเร็วเป็นหลัก แต่การตอบสนองและทำความเร็วเป็นไปได้ไม่ดีเท่าที่ควรนัก นอกจากนี้นักวิ่งเท้าแบน (Overpronators) จะมีปัญหาเท้าล้มเพิ่มมากขึ้น หากผ่านการใช้งานไปจนโฟมเริ่มยุบตัว

ดังนั้น Decathlon EVADICT RACE 4 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภท Training and Racing (0-50K) ที่เหมาะสำหรับการซ้อมทำความเร็ว เช่น การซ้อม Tempo และ Interval, และใส่แข่งขันวิ่งเทรลระยะสั้น (Race Day) โดยเหมาะกับระยะทางตั้งแต่ 0 – 50 กม. นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับนักวิ่งเท้าปกติและนักวิ่งที่มีน้ำหนักไม่เกิน 75 กก.

หมายเหตุ ถ้าหากนักวิ่งเทรลท่านใด ไม่สนใจเรื่องความทนทานของพื้นโฟมที่จะเกิดการยุบตัว (Compression) สามารถใช้ Decathlon EVADICT RACE 4 เป็นรองเท้าซ้อมทั่วไป (Daily Run) ได้

เปรียบเทียบกับรองเท้าวิ่งเทรลสาย Training and Racing (0-50K) ตัวอื่น

Nike Terra Kiger 5 (อ่านรีวิว)

Nike Terra Kiger 5 มีน้ำหนักที่มากกว่า (294 กรัม) แต่มาพร้อมกับพื้นโฟม React ที่เฟิร์มกว่า ทำให้สามารถส่งแรงและทำความเร็วได้ดีกว่า เหมาะกับการใช้ในการแข่งขันมากกว่า Race 4 นอกจากนี้พื้นโฟม React ทำมาจากวัสดุ TPE (Thermoplastic Elastomer) หรือยางสังเคราะห์ จึงทำให้ตอบสนองและส่งแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าพื้นโฟม EVA รวมทั้งมีความทนทานและอายุในการใช้งานมากกว่า อย่างไรก็ตามข้อเสียหลัก ๆ ของ Nike Terra Kiger 5 คือดอกยางที่สึกไวเป็นพิเศษและพื้นโฟมที่ค่อนข้างบาง ทำให้ไม่เหมาะกับการนำไปวิ่งซ้อมทั่วไป (Daily Run) เท่าไหร่นัก ซึ่ง Race 4 ตอบโจทย์ในการเป็นรองเท้าซ้อมได้ดีกว่า

แอดมินหวังว่าบทความนี้เป็นจะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่งหรือผู้ที่สนใจในการวิ่งหลาย ๆ ท่าน ถ้าหากท่านใดมีคำถามหรืออยากจะแชร์ประสบการณ์ในการวิ่งสามารถเข้าไปคอมเม้นได้ในเพจ FB: Running Profiles ได้เลยครับ ฝากกดไลน์และติดตามเพจด้วยครับ ขอให้วิ่งให้สนุกครับ

More on this topic

Popular stories

5 ประเภทรองเท้าวิ่งที่นักวิ่งควรรู้ก่อนเป็นโปร

การวิ่งเป็นกีฬาที่เข้าถึงง่ายที่สุดในโลก การวิ่งไม่ต้องการอุปกรณ์ที่พิเศษหรือสิ่งของราคาแพงในการเริ่มที่จะออกไปวิ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั้นก็คือ “รองเท้าวิ่งที่ดีสักคู่หนึ่ง” ท่านเคยรู้สึกไหมว่ารองเท้าบางคู่พื้นแข็งจนใส่วิ่งได้แค่ในระยะสั้น ๆ ส่วนอีกคู่พื้นนุ่ม แต่ทำความเร็วได้ยาก หรือ จะต้องซ้อมตามแผน 10k, 21k, 42k ที่มีการฝึก Easy days, Long run, Interval และ Tempo...

กำจัดกลิ่นพลาสติกในขวดน้ำของนักวิ่ง

ขวดน้ำพลาสติกสำหรับนักวิ่งไม่ว่าจะเป็นขวดแบบแข็งหรือแบบอ่อนก็มักจะพบเจอปัญหาเรื่องกลิ่นพลาสติกที่ปะปนเข้าไปในน้ำดื่ม วันนี้เราจะมาอธิบายวิธีการลดกลิ่นพลาสติกในขวดน้ำของนักวิ่งและวิธีการทำความสะอาดไม่ให้กลิ่นเหล่านี้กลับมารบกวนใจเราอีก ติดตามได้เลยครับ ขวดน้ำแบบนิ่ม (Soft Flask) โดยส่วนใหญ่จะผลิตจากพลาสติก TPU (Thermoplastic Polyurethanes) เกรดอุตสาหกรรมอาหาร หรือขวดน้ำแบบแข็ง ก็มักจะผลิตจาก PE...

คาเฟอีนในชาหรือกาแฟ เหมาะกับนักวิ่งแค่ไหน?

นักวิ่งหลายท่านคงสงสัยว่า คาเฟอีนในชาหรือกาแฟ มันช่วยให้เราวิ่งได้ดีขึ้นจริงหรือ ? นอกจากข้อดี ยังมีข้อเสียอีกไหม ? และควรดื่มก่อนวิ่งกี่นาที ? รวมทั้งต้องดื่มปริมาณเท่าไรดีล่ะ ? วันนี้เราจะมาตอบคำถามเหล่านี้กันโดยเริ่มจาก ข้อดี...

ประวัติแบรนด์ COROS นาฬิกาสำหรับการวิ่งที่มาแรงที่สุดในโลก ฉบับสมบูรณ์

วันนี้เราจะมาเล่าถึง ประวัติแบรนด์นาฬิกาสำหรับการวิ่งที่มาแรงที่สุด ณ ตอนนี้ อย่าง COROS Wearables กัน ประวัติจะร้อนแรงและตื่นเต้นน่าสนใจเพียงใดเชิญติดตามได้เลยครับ ณ งาน GeekWire Summit...

โฟม Zoom X ของทาง Nike คืออะไร และวัสดุ PEBAX คืออะไร

นักวิ่งหลายท่านคงสงสัยว่า โฟม Zoom X ของทาง Nike ที่ถูกใช้ในรองเท้าตัวแข่งอย่าง Nike ZoomX Vaporfly NEXT% และตัวใหม่อย่าง Nike Air Zoom Alphafly NEXT% นั่นเป็นวัสดุอะไร และมันดียังไง วันนี้เราจะมาไขคำตอบกันครับ

รองเท้าวิ่งเทรลของ Decathlon แต่ละรุ่น แตกต่างกันยังไง แล้วเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ?

รองเท้าวิ่งเทรลของ Decathlon จะมีอยู่ 5 รุ่นหลัก โดยแต่ละรุ่นจะมีการออกแบบเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาอธิบายกันว่าแต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้งานแบบไหน และเหมาะกับนักวิ่งประเภทไหน ติดตามได้เลยครับ ความรู้เพิ่มเติม แบรนด์ Decathlon (อ่านว่า ดี-แคท-ลอน)...

Training Plan

แผนการซ้อม 10K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 10K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม 5K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 5K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Marathon ใน 18 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Marathon ภายใน 18 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Half Marathon ใน 14 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Half Marathon ภายใน 14 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett