รีวิวรองเท้า Nike Terra Kiger 5 รองเท้าเทรลสายทำความเร็วจากทาง Nike

Related Articles

Nike Terra Kiger 5 (ปี 2019) เป็นรองเท้าเทรลที่ถูกออกแบบเพื่อใช้ในการทำความเร็ว เหมาะสำหรับระยะทางที่ไม่ไกลมาก เช่น 25 ถึง 50 กม. ในส่วน Nike Terra Kiger 5 (ปี 2019) นั้น ได้ถูกปรับเปลี่ยนจาก Terra Kiger 4 (ปี 2018) ไปอย่างสิ้นเชิง

โดยจะมาพร้อมกับพร้อมกับพื้นชั้นกลาง (Midsole) เป็นโฟม React ที่ให้การตอบสนองที่ดี และบริเวณส้นเท้ามี Zoom air ไว้สำหรับซับแรงกระแทก รวมทั้งมาพร้อมกับหน้าผ้าแบบ Flymesh ที่มีน้ำหนักเบา

ข้อมูลที่ควรรู้

น้ำหนัก: 294 กรัม (10US) และ ใส่ตรงไซต์

Stack Height: ปลายเท้าสูง 10.5 มม. และส้นเท้าสูง 14.5 มม.  (Drop 4 มม.)

เหมาะกับการวิ่งแบบ:

  • เน้นทำความเร็ว เช่น การซ้อม Tempo และ Interval
  • ใส่แข่งเทรลระยะสั้นถึงกลาง (25K ถึง 50K)

เหมาะกับเส้นทางแบบ:

  • ทางดินเรียบที่นุ่มและแห้ง
  • ทางเทรลที่ไม่ทรุกันดารมากนัก

ข้อดี:

  • น้ำหนักเบา
  • ทำความเร็วได้ดี สามารถเร่งความเร็วได้ตามที่ต้องการ
  • ควบคุมการเคลื่อนไหวได้ง่าย เช่น เวลาเข้าโค้งหรือข้ามอุปสรรค
  • หน้าผ้าใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี และจับเท้าได้ดี
  • พื้นชั้นกลาง (Midsole) มีความนุ่มปานกลาง และตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยม
  • บริเวณส้นเท้ามี Zoom air ซับแรงกระแทก

ข้อเสีย:

  • ดอกยางและพื้นยาง (Outsole) บริเวณส่วนปลายเท้าสึกไวมาก
  • ไม่เหมาะกับการวิ่งบนทางหิน หรือทางเทรลที่ทรุกันดารมาก ๆ

ความรู้สึกหลังใส่ Nike Terra Kiger 5

ความรู้สึกแรกที่ใส่คือ มันให้ความรู้สึกเหมือนใส่รองเท้า Minimalist เพราะพื้นที่บางและเตี้ย ทำให้เท้ารู้สึกถึงพื้นถนนอยู่ตลอดเวลาและด้วยความที่รองเท้าคู่นี้เป็นประเภท Neutral ทำให้ไม่มีการซับพอร์ทบริเวณอุ้งเท้า ดังนั้น คนเท้าแบน (Overpronation) อาจจะไม่เหมาะเท่าไหรนัก ในส่วนของหน้าผ้านั้นระบายอากาศและน้ำได้อย่างดีเยี่ยม รวมไปถึงไม่มีอาการบีบหน้าเท้า ซึ่งรองเท้าคู่นี้จัดอยู่ในหมวดของ Training and Racing หรือรองเท้าที่เหมาะสำหรับซ้อมทำความเร็ว เช่น ซ้อม Tempo และ Interval หรือใช้ใส่วิ่งในวันแข่ง

หน้าผ้า (Upper)

สำหรับความกระชับของรองเท้าของรุ่นนี้ ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ไม่มีอาการเท้าขยับไปมาในรองเท้า ให้ความรู้สึกเหมือนรองเท้าเป็นส่วนหนึ่งของเท้า เหมาะสำหรับการทำความเร็วเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับในส่วนของเนื้อผ้าจะใช้ผ้าที่ทาง Nike เรียกว่า Flymesh เป็นผ้า Mesh ที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแรง โดยจะเจาะรูทั่วหน้าผ้าให้ระบายน้ำและอากาศได้ดี โดยข้างในจะมีผ้ารองอีกชั้น ไม่ให้ฝุ่นเข้าไปในรองเท้า

สำหรับขอบบริเวณส้นเท้า จะมีการบุฟองน้ำที่ไม่หนามากนัก ซึ่งสามารถปกป้องเศษหินและเศษดินที่จะเข้าไปในรองเท้าได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงล็อคบริเวณส้นเท้าได้อย่างดีเยี่ยม ไม่มีอาการส้นรูด

พื้นชั้นกลาง (Midsole)

Nike Terra Kiger 5 มาพร้อมพื้นชั้นกลาง (Midsole) เป็นโฟม React ให้การตอบสนอง (Energy Return) และความนุ่มที่ดีเยี่ยม รวมทั้งมี Zoom air บริเวณส้นเท้าที่ช่วยซับแรงกระแทกเวลาลงกลางเท้าหรือส้นเท้าได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่พื้นบริเวณปลายเท้ามีความบางเพียง 10.5 มม. อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวมาก ๆ หรือคนที่ต้องการการซับพอร์ทและความนุ่มมาก ๆ ซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของรองเท้ารุ่นนี้ ดังนั้น Nike Terra Kiger 5 จึงเหมาะสำหรับการใส่วิ่งซ้อมทำความเร็วหรือใส่แข่งในระยะสั้นถึงกลาง (25 – 50 กม.)

ดอกยางและพื้นยาง (Outsole)

Nike Terra Kiger 5 มาพร้อมกับแผ่นกันหินแบบแบ่งส่วน (Segmented rock plate) ที่บริเวณปลายเท้า (Forefoot) ทำให้บริเวณปลายเท้ามีความเสถียรเป็นอย่างมาก และยังปกป้องเท้าจากหินหรือกิ่งไม้ที่คม ๆ อย่างไรก็ตาม แผ่นกันหินครอบคลุมไม่ทั่วทั้งปลายเท้า เนื่องมาจากวัตถุประสงค์คือเพื่อลดน้ำหนัก

แผ่นกันหินแบบแบ่งส่วน (Segmented rock plate) ที่บริเวณปลายเท้า (Forefoot) สีเหลือง

ในส่วนของดอกยางจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน

  • ส่วนปลายเท้าจะใช้ดอกยางรหัส OG/RS 003 เป็นดอกยางที่มีความอ่อนและนุ่ม ยึดเกาะได้อย่างดีเยี่ยมในทุกสภาพถนน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยกับการสึกที่ไวเป็นพิเศษ
  • ส่วนกลางเท้าจะใช้ดอกยางรหัส OG/RS 004 Sticky เป็นดอกยางรูปข้าวหลามตัด ที่ทาง Nike กล่าวว่า เกาะพื้นที่เปียกได้เป็นอย่างดี
  • ส่วนส้นเท้าจะใช้ดอกยางรหัส OG/RS 002 เป็นดอกยางที่มีความแข็งและทนทานต่อการสึก เหมาะกับการวิ่งลงเขา
ดอกยางจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ OG/RS 003, OG/RS 004 Sticky, และ OG/RS 002

โดยรวมดอกยางของ Nike Terra Kiger 5 เป็นดอกยางประเภท All types of terrain หรือดอกยางเอนกประสงค์ที่วิ่งได้ทุกสภาพถนน แต่โดยหลักแล้วจะเหมาะกับการวิ่งในทางดินที่นุ่ม แห้งและทางที่มีอุปสรรคไม่มาก จากการทดสอบวิ่งในทางดิน ดอกยางสามารถเกาะพื้นและทำความเร็วได้ดี รวมทั้งไม่มีอาการลื่นในทางลูกรังที่มีเม็ดหินศิลาแลงลอยอยู่บนผิวหน้า แต่ไม่เหมาะกับการวิ่งบนทางที่มีหินลอยหรือทางที่ทรุกันดาร เพราะพื้นชั้นกลางที่บางและแผ่นกันหินที่ไม่ครอบคลุมทั่วปลายเท้า ทำให้เวลาเหยียบไปโดนหิน จะทำให้รู้สึกเหมือนกับเท้าเราเหยียบกับหินโดยตรง

ดอกยางที่ค่อนข้างอ่อนและนุ่ม ทำให้เกาะพื้นและทำความเร็วได้ดี แต่แลกมาด้วยความทนทานที่น้อยลง (สภาพดอกยางหลังวิ่งไป 15 กม. ในทางดินที่เรียบแข็งและแห้ง)

ในส่วนของการวิ่งบนถนนลาดยาง (ถนนยางมะตอยและถนนคอนกรีต) ก็สามารถวิ่งได้ และทำเวลาได้ดีด้วย ซึ่งน่าจะมาจากน้ำหนักที่ไม่มากและพื้นโฟม React แต่ดอกยางบริเวณหน้าเท้าค่อนข้างอ่อนและนุ่ม เมื่อนำมาวิ่งบนถนน ทำให้ดอกยางสึกไวมากเป็นพิเศษ ดังนั้นรองเท้าเทรลก็ควรวิ่งบนทางเทรลจะดีที่สุด

สรุปแล้วใส่วิ่งเป็นอย่างไรบ้าง

Nike Terra Kiger 5 เป็นรองเท้าเทรลที่เน้นการทำความเร็วเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นซ้อม Tempo, Interval, หรือ วันแข่งก็เหมาะที่จะเลือกใส่คู่นี้ ซึ่งจุดเด่นของรองเท้าคู่นี้คือ การตอบสนอง ความเบา และความติดเท้าที่สามารถเร่งความเร็วได้ตามที่เราต้องการ รวมไปถึงความเอนกประสงค์ของดอกยางที่สามารถวิ่งเกาะพื้นได้ดีทุกสภาพพื้นผิว แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความทนทานดอกยางที่จะสึกไวเป็นพิเศษ และจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับนักวิ่งที่วิ่งลงปลายเท้า (Forefoot) ในส่วนของระยะทำการที่เหมาะสมที่สุด คือ 25 – 50 กม. ถ้าหากระยะทางไกลกว่านั้นอาจจะไม่เหมาะ เพราะความบางของพื้น ทำให้เวลาที่ต้องอยู่บนรองเท้าเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดอาการล้าของกล้ามเนื้อมาก

ดังนั้น Nike Terra Kiger 5 จึงเหมาะสำหรับการซ้อมทำความเร็ว เช่น ซ้อม Tempo และ Interval หรือใช้ในงานแข่งเทรลระยะสั้นถึงกลาง (25 – 50 กม.) และจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการวิ่งเทรลที่ค่อนข้างเรียบหรือทางที่มีอุปสรรคไม่มากนัก

แอดหวังว่าบทความนี้เป็นจะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่งเทรลหรือผู้ที่สนใจในการวิ่งเทรลหลาย ๆ ท่าน ถ้าหากท่านใดมีคำถามสามารถเข้าไปถามได้ในเพจ FB: Running Profiles ได้เลยครับ ฝากกดไลน์และติดตามเพจด้วยครับ ขอให้วิ่งให้สนุกครับ

More on this topic

Popular stories

5 ประเภทรองเท้าวิ่งที่นักวิ่งควรรู้ก่อนเป็นโปร

การวิ่งเป็นกีฬาที่เข้าถึงง่ายที่สุดในโลก การวิ่งไม่ต้องการอุปกรณ์ที่พิเศษหรือสิ่งของราคาแพงในการเริ่มที่จะออกไปวิ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั้นก็คือ “รองเท้าวิ่งที่ดีสักคู่หนึ่ง” ท่านเคยรู้สึกไหมว่ารองเท้าบางคู่พื้นแข็งจนใส่วิ่งได้แค่ในระยะสั้น ๆ ส่วนอีกคู่พื้นนุ่ม แต่ทำความเร็วได้ยาก หรือ จะต้องซ้อมตามแผน 10k, 21k, 42k ที่มีการฝึก Easy days, Long run, Interval และ Tempo...

โฟม Zoom X ของทาง Nike คืออะไร และวัสดุ PEBAX คืออะไร

นักวิ่งหลายท่านคงสงสัยว่า โฟม Zoom X ของทาง Nike ที่ถูกใช้ในรองเท้าตัวแข่งอย่าง Nike ZoomX Vaporfly NEXT% และตัวใหม่อย่าง Nike Air Zoom Alphafly NEXT% นั่นเป็นวัสดุอะไร และมันดียังไง วันนี้เราจะมาไขคำตอบกันครับ

รีวิวรองเท้า Saucony Peregrine ISO หนึ่งในรองเท้าเทรลที่ดีที่สุด

Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าเทรลที่ดีสุดที่ติดอันดับในหมวดชื่นชอบตลอดกาล (Best Longtime Favorite) จากเว็บไซต์เกี่ยวกับการวิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Runner’s World Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าเทรลที่สานต่อความสำเร็จของรุ่น...

เผยภาพอย่างเป็นทางการของ Nike Zoom Pegasus 37

รองเท้าวิ่งรุ่นยอดนิยมตระกูล Pegasus ได้เปิดเผยภาพโมเดลรุ่นใหม่ นั้นคือ Nike Zoom Pegasus 37  โดยครั้งนี้ Nike Zoom Pegasus 37...

ความแตกต่างระหว่าง New Balance Hierro v5 กับ 850 All Terrain แฝดคนละฝา

คงมีนักวิ่งเทรลหลายท่านสงสัยว่า New Balance Hierro v5 กับ 850 All terrain มันแตกต่างกันอย่างไร แล้วตัวไหนเหมาะกับการใช้งานอะไร งั้นเรามาไขข้อสงสัยกันครับ โดยเริ่มจาก New Balance 850 All...

นุ่ม และเด้ง คืออะไร วัดจากอะไรและทำไมมันจึงสำคัญ

เมื่อหลายคนเริ่มต้นเข้าสู่วงการการวิ่ง สิ่งที่นักวิ่งจะพบเป็นสิ่งแรก ๆ ก็คือ คำศัพท์แปลก ๆ เช่น Fartlek, Interval, Tempo, Split, PB, PR, Taper, Cushion, Responsiveness, Energy return สิ่งเหล่านี้เหมือนเป็นการเรียนภาษาใหม่สำหรับนักวิ่งทั้งหลาย ฉะนั้นวันนี้เราจะมาเริ่มทำความรู้จักกับคำศัพท์ 2 คำเกี่ยวกับรองเท้าที่นักวิ่งมือโปรต้องรู้

Training Plan

แผนการซ้อม 10K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 10K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม 5K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 5K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Half Marathon ใน 14 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Half Marathon ภายใน 14 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Marathon ใน 18 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Marathon ภายใน 18 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett