รีวิวรองเท้าวิ่งเทรล Nike Wildhorse 6

Related Articles

ในปี 2020 นี้ สายการผลิตรองเท้าวิ่งเทรลของ Nike ถูกแบ่งประเภทรองเท้าอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งทาง Nike แบ่งรองเท้าวิ่งเทรลออกเป็น 3 รุ่นหลัก คือ Nike Terra Kiger 6 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภทแข่งขันทำความเร็วในระยะสั้น (Training and Racing 0-50K), Nike Wildhorse 6 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภทแข่งขันทำความเร็วในระยะไกล (Training and Racing 0-170K), และ Nike Pegasus Trail 2 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภทสันทนาการทั่วไป (Recreational Trail Running Shoes, Tank, หรือ The Beast)

ความรู้เพิ่มเติม รองเท้าวิ่งเทรลประเภท Training and Racing (0-170K) เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับใส่ซ้อมและแข่งขันในระยะทางไกล (0 – 170 กม.) โดยมีคุณลักษณะเด่นในด้านความสมดุลระหว่างความนุ่มและการตอบสนองทำความเร็ว ซึ่งส่วนใหญ่พื้นชั้นกลางของรองเท้าประเภทนี้จะไม่ได้มีความนุ่มมากนัก แต่ก็เพียงพอที่สำหรับการวิ่งในระยะทางไกล รวมทั้งมีน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา (280 – 320 กรัม) ดังนั้นรองเท้าประเภทนี้จึงสามารถนำไปใช้ซ้อมทั่วไป (Daily Run), ซ้อมด้วยเพซช้า (Recovery Run), ซ้อมวิ่งระยะไกล (Long Run), การซ้อมวิ่งสลับเดินที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก เช่น การไปท่องเที่ยวตามอุทยานป่าเขา (Hiking) และใส่แข่งขันวิ่งเทรลระยะไกล (Race Day) โดยเหมาะกับระยะทางตั้งแต่ 0 – 170 กม.

โดยในปีนี้ Nike ได้สานต่อรองเท้าวิ่งเทรลตระกูล Wildhorse มาจนถึงปีที่ 6 ซึ่งในครั้งนี้เป็นการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ให้เหมาะกับหน้าที่ของรองเท้าตระกูลนี้เลยก็ว่าได้ โดยมาพร้อมกับหน้าผ้า Engineered Mesh 2 ชั้นแบบหุ้มข้อ (Integrated Gaiter) และพื้นชั้นกลาง (Midsole) เป็นโฟม React แบบ Dual Density ซึ่งบริเวณส้นเท้าจะนุ่มกว่าบริเวณปลายเท้า

รวมทั้งนำการออกแบบและเอกลักษณ์จาก Wildhorse รุ่นแรก อย่างเช่น ลวดลายบริเวณส้นเท้า ที่ในครั้งนี้ถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นการหุ้มบริเวณส้นเท้าด้วยโฟม Cushlon เพื่อความสวยงาม หลังจากที่เอกลักษณ์นี้ถูกละเลยไปในรุ่น Wildhorse 3, 4, และ 5

ข้อมูลที่ควรรู้

เหมาะกับการวิ่งลงเท้า: ปลายเท้าและกลางเท้า

น้ำหนัก: 318 กรัม (10US) และ ควรเพิ่มครึ่งไซส์ (+0.5 US)

Stack Height: ปลายเท้าสูง 14.5 มม. และส้นเท้าสูง 22.5 มม.  (Drop 8 มม.)

แผ่นรองรองเท้า (Insole): ยาว 28.5 ซม. และบริเวณปลายเท้ากว้าง 9.8 ซม. (ไซต์ 10US)

เหมาะกับการวิ่งแบบ:

  • ซ้อมทั่วไป (Daily Run)
  • ซ้อมวิ่งระยะไกล (Long Run)
  • ซ้อมทำความเร็ว เช่น การซ้อม Tempo และ Interval
  • ใส่แข่งขันวิ่งเทรลระยะสั้น (Race Day)
  • ใส่แข่งขันวิ่งเทรลระยะไกล (Race Day)

เหมาะกับระยะการวิ่ง (กม.): 0 กม. – 170 กม.

เหมาะกับเส้นทางแบบ:

  • ทางเทรลที่ไม่ทรุกันดารมากนัก เช่น ทางดินเรียบและแห้ง
  • ทางเทรลที่ขรุขระทรุกันดาร (Technical Terrain) เช่น ทางหิน และทางในป่า (ไม่แนะนำรุ่นนี้สำหรับมือใหม่)

ข้อดี:

  • หน้าผ้าระบายอากาศได้ดี ทนทาน และไม่อมน้ำ
  • หน้าผ้า 2 ชั้นและบริเวณข้อเท้าที่มีลักษณะคล้ายกับถุงกันกรวด (Gaiter) ทำให้สามารถป้องกันเศษหินและเศษดินที่จะเข้าไปในรองเท้าได้อย่างดีเยี่ยม
  • พื้นชั้นกลาง React ตอบสนองและส่งแรงได้อย่างดีเยี่ยม
  • มีแผ่นรองกันหิน (Rock Plate) บริเวณปลายนิ้วเท้า ช่วยปกป้องนิ้วเท้าเวลาเผลอไปเหยียบหิน
  • ดอกยางสามารถสลัดโคลนออกจากพื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อเสีย

  • Toe Bumper ไม่มีรูระบายน้ำ ทำให้มีอาการน้ำขังบริเวณปลายเท้า
  • ความสูงของ Toe Box ค่อนข้างต่ำ ทำให้นิ้วโป้งเท้าเสียดสีกับหน้าผ้าอยู่ตลอด ส่งผลให้การวิ่งระยะไกลเกิดอาการเจ็บเล็บบริเวณนิ้วโป้ง
  • หน้าผ้าจับเท้าได้ไม่ดีนัก แม้ว่าจะมัดเชือกแน่นแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีอาการเท้าไหลและเลื่อนในรองเท้า
  • พื้นชั้นกลางค่อนข้างเฟิร์มสำหรับมือใหม่
  • รองเท้าไม่มีความเสถียร โดยเฉพาะบริเวณส้นเท้า เนื่องจาก การออกแบบพื้นบริเวณส้นเท้าที่โค้งมน
  • ดอกยางค่อนข้างสึกไวและเกาะพื้นได้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร โดยเฉพาะบนพื้นผิวที่เปียกน้ำ

ความรู้สึกครั้งแรกหลังใส่ Nike Wildhorse 6

ความรู้สึกแรกที่ใส่คือ หน้าผ้าไม่บีบหน้าเท้า อย่างไรก็ตามหากใส่ตรงไซต์ ปลายเท้าจะเหลือด้านหน้าเพียง 1 ซม. ฉะนั้นแนะนำว่าควรบวกเพิ่มครึ่งไซต์ (+0.5 US) จะกำลังดี ในส่วนของพื้นชั้นกลาง (Midsole) ค่อนข้างเฟิร์ม ไม่ได้นุ่มมากอย่างที่คาดหวังไว้ รวมทั้งในช่วงแรกที่ใส่วิ่ง พื้นชั้นกลาง React จะให้ความรู้สึกถึงรอยต่อของพื้นโฟมระหว่างบริเวณกลางเท้าส่วนที่เฟิร์มและส้นเท้าที่นุ่มกว่า ทำให้รู้สึกแปลกในครั้งแรกที่ใส่ นอกจากนี้ด้วยความที่รองเท้าคู่นี้เป็นประเภท Neutral ทำให้ไม่มีการซับพอร์ทบริเวณอุ้งเท้า ดังนั้น คนเท้าแบน (Overpronators) ไม่เหมาะกับรองเท้าคู่นี้เท่าไหร่นัก

หน้าผ้า (Upper)

สำหรับในส่วนของเนื้อผ้าและโครงรองเท้า Nike Wildhorse 6จะใช้ผ้า Mesh สองชั้น พร้อมสกรีนยางรอบ Toe Bumper และตัวรองเท้า เพื่อเพิ่มความทนทานของหน้าผ้าและปกป้องนิ้วเท้า รวมทั้งหน้าผ้าที่เป็นแบบหุ้มข้อ (Integrated Gaiter) ทำให้สามารถป้องกันเศษหินและเศษดินที่จะเข้าไปในรองเท้า อย่างไรก็ตามเศษหินและเศษดินจะถูกเก็บไว้ระหว่างหน้าผ้าทั้งสองชั้น ซึ่งต้องเทเศษหินและดินออกหลังจากการใช้งาน

โดยรวมแล้วหน้าผ้ายังคงระบายอากาศและน้ำได้เป็นอย่าง ซึ่งการวิ่งลงน้ำทำให้รองเท้ามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาเป็น 389 กรัม หรือคิดเป็น 24.4 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักเดิม ซึ่งอยู่ในเกณท์มาตรฐานเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งเทรลของแบรนด์อื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหน้าผ้าจะไม่อมน้ำและระบายน้ำได้เป็นอย่างดี แต่ Toe Bumper ที่ไม่มีรูระบายน้ำ ทำให้น้ำขังบริเวณปลายเท้าอยู่ตลอดเวลา

สำหรับในส่วนของความกระชับ Nike Wildhorse 6 บริเวณลิ้นรองเท้าจะมีการบุฟองน้ำ เพื่อป้องกันเชือกรองเท้าบาดบริเวณหลังเท้า และรูร้อยสายด้านบน 2 รูยังมาพร้อมกับ Flywire เพื่อเพิ่มความกระชับ

ส่วนขอบบริเวณส้นเท้าหรือ Heel Counter จะมีการบุฟองน้ำด้านในที่ไม่หนามาก / ซึ่งสามารถล็อคบริเวณส้นเท้าได้เป็นอย่างดี / และไม่มีอาการส้นรูด

โดยรวมให้ความรู้สึก ไม่รัดเท้าจนเกินไปหรือหลวมเกินไป อย่างไรก็ตามความสูงของ Toe Box ที่ค่อนข้างเตี้ย ทำให้นิ้วโป้งเท้าเสียดสีกับหน้าผ้าอยู่ตลอด ส่งผลให้การวิ่งระยะไกลเกิดอาการเจ็บเล็บบริเวณนิ้วโป้ง นอกจากนี้ แม้ว่ามัดเชือกแน่นแล้วเท้ายังสามารถเลื่อนและไหลในรองเท้าได้ ทำให้เวลาวิ่งลงเขา ในบางครั้งปลายเท้าจะชนกับขอบ Toe Bumper หรือ เวลาเผลอเหยียบหิน ถ้ามัดเชือกไม่แน่นพอ จะทำให้มีโอกาสที่เท้าจะพลิกภายในรองเท้าได้

พื้นชั้นกลาง (Midsole)

Nike Wildhorse 6 มาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง React แบบ Dual Density ที่บริเวณส้นเท้ามีความนุ่มเป็นพิเศษ เพื่อใช้สำหรับเดินและวิ่งลงเขา โดยโฟม React ทำมาจากวัสดุ TPE (Thermoplastic Elastomer) หรือยางสังเคราะห์ จึงทำให้ตอบสนองและส่งแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าพื้นโฟม EVA ทั่วไปของแบรนด์อื่น ๆ นอกจากนี้ Nike Wildhorse 6 ยังมีการหุ้มส้นเท้าด้วยโฟม Cushlon เพื่อความสวยงามอีกด้วย

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า Nike Wildhorse 6 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ถูกออกแบบมาในการใช้แข่งขันระยะทางไกลที่เน้นทำความเร็วเป็นหลัก ฉะนั้นพื้นชั้นกลางบริเวณปลายเท้าและกลางเท้าที่ถูกนำมาใช้จึงเป็น โฟม React ที่มีความหนาแน่นสูง ซึ่งไม่ได้มีความนุ่มมากนัก

หลังจากการนำไปวิ่งทดสอบ Nike Wildhorse 6 จะให้รู้สึกที่เฟิร์มมากกว่านุ่ม เน้นไปที่การตอบสนองและส่งแรงคืนที่ดีเยี่ยมแทน แต่ก็นุ่มเพียงพอที่จะใส่วิ่งในระยะทางไกล สำหรับนักวิ่งที่เคยชินกับการวิ่งระยะไกล แต่สำหรับมือใหม่อาจจะนุ่มไม่เพียงพอ นอกจากนี้ พื้นบริเวณส้นเท้าที่มีลักษณะโค้งมน ทำให้เวลาเดินหรือนักวิ่งที่วิ่งลงส้นเท้าจะมีโอกาสข้อเท้าพลิกได้ง่าย หากเผลอเหยียบไปโดนหินหรือเดินตกหลุม

ดอกยางและพื้นยาง (Outsole)

Nike Wildhorse 6 มาพร้อมกับแผ่นรองกันหิน (Rockplate) เฉพาะที่บริเวณนิ้วเท้า ทำให้สามารถปกป้องนิ้วเท้าจากหินหรือกิ่งไม้ที่คม ๆ อย่างไรก็ตาม แผ่นรองกันหินครอบคลุมไม่ทั่วทั้งปลายเท้า เนื่องมาจากวัตถุประสงค์ของทาง Nike ที่ต้องการให้ปลายเท้าสามารถงอตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ลักษณะลายดอกยางของ Nike Wildhorse 6 เป็นดอกยางประเภท All types of terrain หรือดอกยางเอนกประสงค์ที่วิ่งได้ทุกสภาพถนน โดยแต่ละดอกจะหนาและสูง 4 มม. ซึ่งดอกยางจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

  • ส่วนปลายเท้าจะใช้ดอกยางรหัส OG/RS 003 ซึ่งเป็นดอกยางที่มีความอ่อนและนุ่ม ช่วยในการยึดเกาะในทุกสภาพถนน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยกับการสึกที่ค่อนข้างไว
  • ส่วนกลางเท้าจะใช้ดอกยางรหัส OG/RS 004 Sticky ที่ทาง Nike โฆษณาว่า เกาะพื้นที่เปียกได้เป็นอย่างดี
  • ส่วนส้นเท้าจะใช้ดอกยางรหัส OG/RS 002 เป็นดอกยางที่มีความแข็งและทนทานต่อการสึก ช่วยในการหยุดตัวขณะวิ่งลงเขา

จากการทดสอบวิ่งในสถานการณ์ต่าง ๆ บนสภาพพื้นผิวที่แห้ง เช่น ทางดินเรียบ ทางหิน ทางในป่า ขึ้นเขาและลงเขา ดอกยางเกาะพื้นได้ไม่ดีมากนักเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งเทรลแบรนด์อื่น แต่โดยรวมสามารถใช้งานทั่วไปได้อย่างไม่มีปัญหา

อย่างไรก็ตาม บนสภาพพื้นผิวที่เปียกน้ำ เช่น ทางหินเปียกและธารน้ำ ดอกยางของ Nike Wildhorse 6 มีอาการลื่นและไม่เกาะพื้นอย่างชัดเจน ซึ่งโดยเฉลี่ยดอกยางของ Nike Wildhorse 6 จะสูญเสียการยึดเกาะเมื่อสัมผัสกับพื้นผิวที่เปียกน้ำถึง 30.2 เปอร์เซ็นต์

ในส่วนของการวิ่งบนเส้นทางโคลน ดอกยางของ Nike Wildhorse 6 สามารถสลัดโคลนออกได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เมื่อวิ่งผ่านไปเพียงระยะสั้น ๆ ดินโคลนจะค่อย ๆ หลุดออกมาจากพื้นเองจนหมด

(ซ้าย) วิ่งผ่านเส้นทางโคลน และ (ขวา) เมื่อวิ่งผ่านไปเพียงระยะสั้น ๆ ดินโคลนจะค่อย ๆ หลุดออกมาจากพื้นเอง

ในส่วนของการวิ่งบนถนนลาดยาง (ถนนยางมะตอยและถนนคอนกรีต) ก็สามารถวิ่งได้ และทำเวลาได้ดีด้วย ซึ่งเป็นผลมาจากพื้นโฟมวัสดุ React ที่สามารถตอบสนองและส่งแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ดอกยางบริเวณปลายเท้าที่ค่อนข้างอ่อนและนุ่ม เมื่อนำมาวิ่งบนถนน ทำให้ดอกยางสึกไวมากเป็นพิเศษ

สรุปแล้วใส่วิ่งเป็นอย่างไรบ้าง

Nike Wildhorse 6 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลสำหรับแข่งขันระยะไกล (0-170K) ที่เหมาะกับการวิ่งบนเส้นทางที่ไม่ทรุกันดารมากนัก เช่น ทางดินเรียบและแห้ง ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นไม่ว่าจะเป็นหน้าผ้าแบบหุ้มข้อ ที่สามารถป้องกันเศษหินและเศษดินเข้าไปในรองเท้า ทั้งยังสามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดีและไม่อมน้ำ รวมทั้งดอกยางที่สามารถสลัดโคลนออกได้รวดเร็ว

โดยจุดเด่นสำคัญของ Nike Wildhorse 6 ที่เหนือกว่ารองเท้าวิ่งเทรลยี่ห้ออื่น นั้นก็คือ ในเรื่องของพื้นชั้นกลาง (Midsole) วัสดุ React ทำให้สามารถทำความเร็วและส่งแรงได้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ดอกยางที่เกาะพื้นได้ไม่ดีมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำไปใส่ในเส้นที่ทางที่ต้องผ่านธารน้ำหรือต้องลงน้ำ ดอกยางของ Nike Wildhorse 6 จะมีอาการลื่นอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้ง Toe Bumper ที่ไม่มีรูระบายน้ำ ทำให้น้ำขังบริเวณปลายเท้า

นอกจากนี้นักวิ่งเทรลมือใหม่หรือนักวิ่งเทรลที่ไม่ใช่มืออาชีพอาจจะไม่เหมาะสมกับรองเท้าคู่นี้เท่าไหร่นัก เนื่องจากพื้นโฟม React ที่โดยรวมค่อนข้างเฟิร์ม ทำให้ไม่เพียงพอสำหรับมือใหม่ในการวิ่งระยะไกล รวมทั้ง แม้ว่าส้นเท้าจะเป็นโฟม React ที่นุ่มเป็นพิเศษ แต่การออกแบบที่โค้งมนของบริเวณส้นเท้า รวมกับหน้าผ้าที่จับเท้าไม่ค่อยอยู่ ทำให้นักวิ่งที่เน้นการเดินหรือนักวิ่งที่วิ่งลงส้นเท้าเป็นหลัก จะมีโอกาสข้อเท้าพลิกได้ง่ายมาก หากเผลอเหยียบไปโดนหินหรือเดินตกหลุม

ฉะนั้น แนะนำว่าถ้าหากคุณเป็นนักวิ่งเทรลมือใหม่หรือนักวิ่งเทรลที่ไม่ใช่มืออาชีพ ควรจะใช้ Nike Wildhorse 6 แข่งขันในระยะสั้น (0-50K) จะดีที่สุด

ปล. จากผู้ทดสอบ, Nike Wildhorse 6 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ต้องใช้ความชำนาญและประสบการณ์ในการอยู่บนรองเท้าคู่นี้พอสมควร ถึงจะสามารถจับทางและจับความรู้สึกให้รองเท้าสามารถวิ่งออกมาได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งรวมไปถึงการตัดสินใจในการลงเท้าบนพื้นผิวต่าง ๆ เพื่อต้องป้องกันไม่ให้เกิดอาการข้อเท้าพลิก ฉะนั้นมือใหม่ที่ไม่เคยวิ่งบนทางทรุกันดารเลย หรือนาน ๆ จะได้วิ่งบนทางเทรล จะไม่เหมาะกับรองเท้าคู่นี้เท่าไหร่นัก

เสริมเพิ่มเติม สำหรับนักวิ่งเท้าแบน (Overpronators) ไม่แนะนำให้ใส่ Nike Wildhorse 6 เนื่องจากไม่ได้มีการเสริมอุ้งเท้าหรือช่วยในการแก้เท้าล้มใด ๆ ทั้งสิ้น

ดังนั้น Nike Wildhorse 6 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภท Training and Racing (0-170K) ที่เหมาะสำหรับการซ้อมทั่วไป (Daily Run), ซ้อมวิ่งระยะไกล (Long Run), ซ้อมทำความเร็ว เช่น การซ้อม Tempo และ Interval, และใส่แข่งขันวิ่งเทรลระยะสั้นและไกล (Race Day) โดยระยะทางที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความชำนาญและประสบการณ์ของนักวิ่งแต่ละคน (0 – 170 กม.)

แอดมินหวังว่าบทความนี้เป็นจะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่งหรือผู้ที่สนใจในการวิ่งหลาย ๆ ท่าน ถ้าหากท่านใดมีคำถามหรืออยากจะแชร์ประสบการณ์ในการวิ่งสามารถเข้าไปคอมเม้นได้ในเพจ FB: Running Profiles หรือเข้าไปติดตามรับชมรีวิวบน Youtube: Running Profiles ได้เลยครับ ฝากกดไลน์และติดตามด้วยครับ ขอให้วิ่งให้สนุกครับ

More on this topic

Popular stories

5 ประเภทรองเท้าวิ่งที่นักวิ่งควรรู้ก่อนเป็นโปร

การวิ่งเป็นกีฬาที่เข้าถึงง่ายที่สุดในโลก การวิ่งไม่ต้องการอุปกรณ์ที่พิเศษหรือสิ่งของราคาแพงในการเริ่มที่จะออกไปวิ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั้นก็คือ “รองเท้าวิ่งที่ดีสักคู่หนึ่ง” ท่านเคยรู้สึกไหมว่ารองเท้าบางคู่พื้นแข็งจนใส่วิ่งได้แค่ในระยะสั้น ๆ ส่วนอีกคู่พื้นนุ่ม แต่ทำความเร็วได้ยาก หรือ จะต้องซ้อมตามแผน 10k, 21k, 42k ที่มีการฝึก Easy days, Long run, Interval และ Tempo...

กำจัดกลิ่นพลาสติกในขวดน้ำของนักวิ่ง

ขวดน้ำพลาสติกสำหรับนักวิ่งไม่ว่าจะเป็นขวดแบบแข็งหรือแบบอ่อนก็มักจะพบเจอปัญหาเรื่องกลิ่นพลาสติกที่ปะปนเข้าไปในน้ำดื่ม วันนี้เราจะมาอธิบายวิธีการลดกลิ่นพลาสติกในขวดน้ำของนักวิ่งและวิธีการทำความสะอาดไม่ให้กลิ่นเหล่านี้กลับมารบกวนใจเราอีก ติดตามได้เลยครับ ขวดน้ำแบบนิ่ม (Soft Flask) โดยส่วนใหญ่จะผลิตจากพลาสติก TPU (Thermoplastic Polyurethanes) เกรดอุตสาหกรรมอาหาร หรือขวดน้ำแบบแข็ง ก็มักจะผลิตจาก PE...

คาเฟอีนในชาหรือกาแฟ เหมาะกับนักวิ่งแค่ไหน?

นักวิ่งหลายท่านคงสงสัยว่า คาเฟอีนในชาหรือกาแฟ มันช่วยให้เราวิ่งได้ดีขึ้นจริงหรือ ? นอกจากข้อดี ยังมีข้อเสียอีกไหม ? และควรดื่มก่อนวิ่งกี่นาที ? รวมทั้งต้องดื่มปริมาณเท่าไรดีล่ะ ? วันนี้เราจะมาตอบคำถามเหล่านี้กันโดยเริ่มจาก ข้อดี...

ประวัติแบรนด์ COROS นาฬิกาสำหรับการวิ่งที่มาแรงที่สุดในโลก ฉบับสมบูรณ์

วันนี้เราจะมาเล่าถึง ประวัติแบรนด์นาฬิกาสำหรับการวิ่งที่มาแรงที่สุด ณ ตอนนี้ อย่าง COROS Wearables กัน ประวัติจะร้อนแรงและตื่นเต้นน่าสนใจเพียงใดเชิญติดตามได้เลยครับ ณ งาน GeekWire Summit...

โฟม Zoom X ของทาง Nike คืออะไร และวัสดุ PEBAX คืออะไร

นักวิ่งหลายท่านคงสงสัยว่า โฟม Zoom X ของทาง Nike ที่ถูกใช้ในรองเท้าตัวแข่งอย่าง Nike ZoomX Vaporfly NEXT% และตัวใหม่อย่าง Nike Air Zoom Alphafly NEXT% นั่นเป็นวัสดุอะไร และมันดียังไง วันนี้เราจะมาไขคำตอบกันครับ

รองเท้าวิ่งเทรลของ Decathlon แต่ละรุ่น แตกต่างกันยังไง แล้วเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ?

รองเท้าวิ่งเทรลของ Decathlon จะมีอยู่ 5 รุ่นหลัก โดยแต่ละรุ่นจะมีการออกแบบเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาอธิบายกันว่าแต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้งานแบบไหน และเหมาะกับนักวิ่งประเภทไหน ติดตามได้เลยครับ ความรู้เพิ่มเติม แบรนด์ Decathlon (อ่านว่า ดี-แคท-ลอน)...

Training Plan

แผนการซ้อม 10K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 10K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม 5K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 5K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Marathon ใน 18 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Marathon ภายใน 18 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Half Marathon ใน 14 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Half Marathon ภายใน 14 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett