รีวิวรองเท้า Saucony Peregrine ISO หนึ่งในรองเท้าวิ่งเทรลที่ดีที่สุด

Related Articles

Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ดีสุดที่ติดอันดับในหมวดชื่นชอบตลอดกาล (Best Longtime Favorite) จากเว็บไซต์เกี่ยวกับการวิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Runner’s World

Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่สานต่อความสำเร็จของรุ่น Peregrine 8 ที่ออกมาในปี 2018 โดยในปี 2019 ทาง Saucony ได้ทำการเปลี่ยนหน้าผ้าของ Peregrine 8 ไปเป็นหน้าผ้าแบบ ISO Fit ที่มีลักษณะเป็นโครงรัดเท้า ซึ่งให้ความกระชับที่มากกว่าเดิม แต่ยังคงใช้พื้นชั้นกลาง (Midsole) เป็น EVERUN Topsole (ซึ่งเป็นวัสดุ eTPU) ร่วมกับ PWRFOAM (ซึ่งเป็นโฟม EVA คุณภาพสูง) และพื้นชั้นนอก (Outsole) ใช้ยาง PWRTRAC ที่เหมือนเดิมกับรุ่น Peregrine 8 โดย Saucony Peregrine ISO ถูกจัดเป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภท Training and Racing (0-170K)

ความรู้เพิ่มเติม รองเท้าวิ่งเทรลประเภท Training and Racing (0-170K) เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับใส่ซ้อมและแข่งขันในระยะทางไกล (0 – 170 กม.) โดยมีคุณลักษณะเด่นในด้านความนุ่มและยังสามารถทำความเร็วในระยะไกลได้ดี รวมทั้งมีน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา (280 – 320 กรัม) ดังนั้นรองเท้าประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับการซ้อมทั่วไป (Daily Run), ซ้อมด้วยเพซช้า (Recovery Run), ซ้อมวิ่งระยะไกล (Long Run), การซ้อมวิ่งสลับเดินที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก เช่น การไปท่องเที่ยวตามอุทยานป่าเขา (Hiking) และใส่แข่งขันวิ่งเทรลระยะไกล (Race Day) โดยเหมาะกับระยะทางตั้งแต่ 0 – 170 กม.

ข้อมูลที่ควรรู้

น้ำหนัก: 320 กรัม (10US) และ ใส่ตรงไซต์

Stack Height: ปลายเท้าสูง 21 มม. และส้นเท้าสูง 25 มม.  (Drop 4 มม.)

แผ่นรองรองเท้า (Insole): ยาว 28.6 ซม. และบริเวณปลายเท้ากว้าง 10 ซม. (ไซต์ 10US)

เหมาะกับการวิ่งแบบ:

  • ซ้อมทั่วไป (Daily Run)
  • ซ้อมด้วยเพซช้า (Recovery Run)
  • ซ้อมวิ่งระยะไกล (Long Run)
  • ซ้อมวิ่งสลับเดินที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก เช่น การไปท่องเที่ยวตามอุทยานป่าเขา (Hiking)
  • ใส่แข่งขันวิ่งเทรลระยะไกล (Race Day)

เหมาะกับระยะการวิ่ง (กม.): 0 กม. – 170 กม.

เหมาะกับเส้นทางแบบ:

  • ทางเทรลที่ไม่ทรุกันดารมากนัก เช่น ทางดินเรียบและแห้ง
  • ทางเทรลที่ขรุขระทรุกันดาร (Technical Terrain) เช่น ทางหิน และทางในป่า

ข้อดี:

  • ดอกยางที่มีมากถึง 94 ดอก ทำให้สามารถเกาะพื้นได้ดีทุกสภาพพื้นผิว
  • หน้าผ้าใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี และจับเท้าได้อย่างดีเยี่ยม
  • พื้นชั้นกลาง (Midsole) มีความนุ่มและวัสดุ eTPU ทำให้ตอบสนองและส่งแรงได้อย่างดีเยี่ยม เพียงพอที่จะใส่วิ่งในระยะทางไกล ทั้งยังสามารถทำความเร็วได้เป็นอย่างดี
  • ดอกยางและพื้นยาง (Outsole) มีความทนทานต่อการสึกสูง
  • มีความเสถียรของพื้นและมีการซับพอร์ทบริเวณอุ้งเท้าเล็กน้อยสำหรับนักวิ่งเท้าแบน

ข้อเสีย:

  • เศษฝุ่นสามารถเข้ารูระบายอากาศบริเวณหน้าเท้าได้ เนื่องจากหน้าผ้าที่โปร่ง
  • ไม่เหมาะกับทางโคลนและการเอาไปวิ่งทางน้ำ เพราะหน้าผ้าไม่กันน้ำและดอกยางที่ไม่ใช่ประเภท Muddy and Soft Terrain ทำให้โคลนเข้าไปติดตามร่องดอกยางและไม่สามารถสลัดโคลนออกจากพื้นได้

ความรู้สึกครั้งแรกหลังใส่ Saucony Peregrine ISO

ความรู้สึกแรกที่ใส่คือ พื้นชั้นกลาง (Midsole) มีความนุ่มและไม่กระด้างมากนักเวลาวิ่ง รวมไปถึงน้ำหนักที่จัดว่าไม่หนักมากและเวลาวิ่งเราแทบไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของรองเท้าคู่นี้มากนัก และหน้าผ้าที่ใส่สบาย ไม่บีบเท้า แต่สำหรับคนหน้าเท้าบานอาจจะต้องหารุ่น 2E หรือเพิ่มไซต์

หน้าผ้า (Upper)

สำหรับความกระชับของรองเท้าของรุ่นนี้ ได้ใช้หน้าผ้าแบบ ISO Fit  ที่มีลักษณะเป็นเหมือนโครงรองเท้า เวลามัดเชือก โครงตัวนี้จะหุ้มกลางเท้าของเราไว้ ทำให้จับเท้าได้เป็นอย่างดี โดยยังคงความใส่สบายและไม่รัดเท้าจนเกินไป

สำหรับในส่วนของเนื้อผ้าจะใช้ผ้า Mesh แบบธรรมดาจึงระบายอากาศและน้ำได้ดีเยี่ยม อย่างไรก็ตาม หน้าผ้าที่มีรูระบายอากาศขนาดใหญ่ ทำให้เศษฝุ่นสามารถหลุดลอดเข้าไปในรองเท้าได้

สำหรับขอบบริเวณส้นเท้า จะมีการบุฟองน้ำที่หนา ทำให้เศษหินและเศษดินไม่สามารถเข้าไปบริเวณส้นเท้าได้ รวมไปถึงล็อคบริเวณส้นเท้าได้เป็นอย่างดี ไม่มีอาการส้นรูด และมีแถบสะท้อนแสงบริเวณส้นเท้า

แถบสะท้อนแสงบริเวณส้นเท้า

พื้นชั้นกลาง (Midsole)

Saucony Peregrine ISO ใช้พื้นชั้นกลาง (Midsole) แบบผสม โดยจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน นั่นคือ ส่วนบนเป็น EVERUN ซึ่งเป็นวัสดุ eTPU ที่ให้ความนุ่มและส่งแรงคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ (มี Energy Return ที่สูง) โดยเป็นวัสดุประเภทเดียวกับพื้น Boost ของทาง Adidas และส่วนล่างของพื้นจะเป็น PWRFOAM ซึ่งเป็นวัสดุ EVA คุณภาพสูงที่สามารถรับแรงกระแทกได้ดี

เมื่อถอดแผ่นรอง (Insole ) ออก จะเห็นส่วนบนเป็น EVERUN ซึ่งเป็นวัสดุ eTPU ที่ให้ความนุ่มและการตอบสนองที่ดี

การรวมพื้น 2 ส่วนเข้าด้วยกัน ให้ความนุ่มที่กำลังดี ไม่นุ่มหรือแข็งกระด้างจนเกินไป และวัสดุ eTPU ทำให้ตอบสนองและส่งแรงได้อย่างดีเยี่ยม โดยไม่ทำให้เท้าเกิดอาการเมื่อยล้า เพียงพอที่จะใส่วิ่งในระยะทางไกล ทั้งยังสามารถทำความเร็วได้เป็นอย่างดี

ดอกยางและพื้นยาง (Outsole)

Saucony Peregrine ISO ไม่มีแผ่นกันหิน (Rock Plate) แต่จะใช้ดอกยางและพื้นยาง (Outsole) เป็น PWRTRAC ดอกยางลิขสิทธิ์เฉพาะของทาง Saucony ที่มีลักษณะแข็งและทนทานต่อการสึกสูง ซึ่งให้มามากถึง 94 ดอก ทำให้ยึดเกาะพื้นได้เป็นอย่างดี โดยแต่ละดอกจะหนาและสูงประมาณ 6 มม. เพื่อปกป้องเท้าและชดเชยการไม่มีแผ่นกันหิน (Rock Plate) รวมถึงการผ่าพื้นตามแนวยาวเพื่อให้รองเท้ามีความยืดหยุ่นบริเวณปลายเท้า (Forefoot) ให้การวิ่งเป็นธรรมชาติมากที่สุด

ไม่มีแผ่นกันหิน (Rock Plate) แต่มีเส้นไนลอนที่ปิดไว้เพื่อป้องกันพื้นรองเท้าชั้นกลาง (Midsole) สัมผัสกับพื้นดิน และมีการผ่าตามแนวยาวเพื่อให้รองเท้ามีความยืดหยุ่นบริเวณปลายเท้า

ลักษณะลายดอกยางของ Saucony Peregrine ISO เป็นดอกยางประเภท All types of terrain หรือดอกยางเอนกประสงค์ที่วิ่งได้ทุกสภาพถนน จากการทดสอบวิ่งในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น ทางดินเรียบ ทางหิน ทางในป่า ขึ้นเขาและลงเขา ดอกยางสามารถเกาะพื้นและทำความเร็วได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของการวิ่งบนถนนลาดยาง (ถนนยางมะตอยและถนนคอนกรีต) ก็สามารถวิ่งได้ แต่ดอกยางที่ค่อนข้างแข็ง เมื่อนำมาวิ่งบนถนน ทำให้การลงเท้ามีความรู้สึกแตกต่างจากรองเท้าถนนอย่างสิ้นเชิงและสำหรับนักวิ่งที่ไม่คุ้นเคยกับ Drop 4 มม. จะทำให้วิ่งไม่สนุกเท่าที่ควร ดังนั้นรองเท้าวิ่งเทรลก็ควรวิ่งบนทางเทรลจะดีที่สุด

สรุปแล้วใส่วิ่งเป็นอย่างไรบ้าง

Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่มีหน้าผ้าระบายอากาศดี ใส่สบาย และพื้นชั้นกลาง (Midsole) มีความนุ่ม ตอบสนองและส่งแรงได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้ง ดอกยางที่สามารถเกาะพื้นได้ดีในทุกสภาพพื้นผิว ทำให้รองเท้าคู่นี้เป็นหนึ่งในรองเท้าที่ไว้ใจได้ เหมาะกับนักวิ่งมือใหม่หรือมือโปรที่ต้องการรองเท้าวิ่งเทรลสำหรับใส่วิ่งในระยะทางไกล

ดังนั้น Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภท Training and Racing (0-170K) ที่เหมาะสำหรับการซ้อมทั่วไป (Daily Run), ซ้อมด้วยเพซช้า (Recovery Run), ซ้อมวิ่งระยะไกล (Long Run), การซ้อมวิ่งสลับเดินที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก เช่น การไปท่องเที่ยวตามอุทยานป่าเขา (Hiking) และใส่แข่งขันวิ่งเทรลระยะไกล (Race Day) โดยเหมาะกับระยะทางตั้งแต่ 0 – 170 กม.

แอดมินหวังว่าบทความรีวิวนี้เป็นจะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่งเทรลหรือผู้ที่สนใจในการวิ่งเทรลหลาย ๆ ท่าน ถ้าหากท่านใดมีคำถามสามารถเข้าไปถามได้ในเพจ FB: Running Profiles ได้เลยครับ ฝากกดไลน์และติดตามเพจด้วยครับ ขอให้วิ่งให้สนุกครับ

More on this topic

Popular stories

5 ประเภทรองเท้าวิ่งที่นักวิ่งควรรู้ก่อนเป็นโปร

การวิ่งเป็นกีฬาที่เข้าถึงง่ายที่สุดในโลก การวิ่งไม่ต้องการอุปกรณ์ที่พิเศษหรือสิ่งของราคาแพงในการเริ่มที่จะออกไปวิ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั้นก็คือ “รองเท้าวิ่งที่ดีสักคู่หนึ่ง” ท่านเคยรู้สึกไหมว่ารองเท้าบางคู่พื้นแข็งจนใส่วิ่งได้แค่ในระยะสั้น ๆ ส่วนอีกคู่พื้นนุ่ม แต่ทำความเร็วได้ยาก หรือ จะต้องซ้อมตามแผน 10k, 21k, 42k ที่มีการฝึก Easy days, Long run, Interval และ Tempo...

โฟม Zoom X ของทาง Nike คืออะไร และวัสดุ PEBAX คืออะไร

นักวิ่งหลายท่านคงสงสัยว่า โฟม Zoom X ของทาง Nike ที่ถูกใช้ในรองเท้าตัวแข่งอย่าง Nike ZoomX Vaporfly NEXT% และตัวใหม่อย่าง Nike Air Zoom Alphafly NEXT% นั่นเป็นวัสดุอะไร และมันดียังไง วันนี้เราจะมาไขคำตอบกันครับ

รีวิวรองเท้า Saucony Peregrine ISO หนึ่งในรองเท้าวิ่งเทรลที่ดีที่สุด

Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ดีสุดที่ติดอันดับในหมวดชื่นชอบตลอดกาล (Best Longtime Favorite) จากเว็บไซต์เกี่ยวกับการวิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Runner’s World Saucony Peregrine ISO เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่สานต่อความสำเร็จของรุ่น...

เผยภาพอย่างเป็นทางการของ Nike Zoom Pegasus 37

รองเท้าวิ่งรุ่นยอดนิยมตระกูล Pegasus ได้เปิดเผยภาพโมเดลรุ่นใหม่ นั้นคือ Nike Zoom Pegasus 37  โดยครั้งนี้ Nike Zoom Pegasus 37...

Saucony เลื่อนการวางจำหน่ายรองเท้าตระกูล Endorphin และรายละเอียดทั้ง 3 รุ่น

- ทาง SAUCONY กล่าวว่า มันเป็นความรับผิดชอบของพวกเขาที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อพนักงานของ SAUCONY และสังคมนักวิ่ง - Saucony ประกาศว่าได้เลื่อนการวางจำหน่ายของรองเท้า 3 รุ่นในตระกูล Endorphin นั่นคือ...

รองเท้าคาร์บอน เหมาะกับนักวิ่งทุกคนจริงหรือ ?

วันนี้เราจะมาแปลบทความน่าสนใจบทความหนึ่งที่ทาง Runner World ได้เขียนไว้เกี่ยวกับสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับรองเท้าคาร์บอนที่กำลังเป็นกระแสฮิตอยู่ในตอนนี้ โดยมีชื่อว่า Will Magic Shoes Work for You?  (รองเท้าคาร์บอนสุดวิเศษณ์เหล่านั้น เหมาะกับคุณจริงหรือ? ) เนื้อหาจะเป็นอย่างไรติดตามได้เลยครับ

Training Plan

แผนการซ้อม 10K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 10K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม 5K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 5K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Marathon ใน 18 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Marathon ภายใน 18 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Half Marathon ใน 14 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Half Marathon ภายใน 14 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett