ประวัติ Salomon ตระกูล Predict งานวิจัยแก้ปัญหาอาการเจ็บหัวเข่ากับการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ

Related Articles

วันนี้เราจะมาเล่าถึงประวัติของเทคโนโลยี Anatomical Decoupling หรือการออกแบบพื้นรองเท้าตามสรีระของกระดูกเท้าของนักวิ่ง ที่อยู่ในรองเท้าวิ่งถนนของแบรนด์ Salomon ตระกูล Predict ซึ่งเป็นทั้งเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยลดอาการบาดเจ็บหัวเข่าของนักวิ่งและสามารถแก้อาการเท้าล้มในนักวิ่งเท้าแบน โดยใช้แนวคิดของการลงเท้าแบบเป็นธรรมชาติเข้ามาประยุกต์ใช้ ประวัติและผลงานวิจัยจะเป็นอย่างไร? เชิญติดตามได้เลยครับ

จากงานวิจัยแก้ปัญหาอาการเจ็บหัวเข่าในนักวิ่งหญิง

“เราต้องการลดความเครียดสะสมบริเวณหัวเข่าที่เกิดจากการวิ่ง ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในนักวิ่งหญิง เนื่องจากในเพศหญิงโดยปกตินั่น พวกเธอจะมีกระดูกเชิงกรานที่กว้างกว่าเพศชาย รวมทั้งมีกล้ามเนื้อที่ไม่แข็งแรงและมักจะขาดความสมดุล” – ดร. Marlene Giandolini กล่าว

ในช่วงปี 2018 ดร. Marlene Giandolini ผู้เป็นทั้งนักชีวกลศาสตร์การกีฬาและผู้จัดการฝ่ายออกแบบรองเท้าวิ่งถนนของแบรนด์ Salomon ณ สำนักงานใหญ่ในประเทศฝรั่งเศส ได้มีแนวคิดที่จะหาทางเอาชนะอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นในนักวิ่ง ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้นักวิ่งทั่วโลกต้องหยุดออกกำลังกาย และอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นมากที่สุดถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ในนักวิ่ง คือ อาการบาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่า

ดร. Marlene Giandolini ผู้เป็นทั้งนักชีวกลศาสตร์การกีฬาและผู้จัดการฝ่ายออกแบบรองเท้าวิ่งถนนของแบรนด์ Salomon ณ สำนักงานใหญ่ในประเทศฝรั่งเศส

ด้วยแนวคิดนี้ เธอจึงได้ริเริ่มงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับวิธีการที่จะลดความเครียดสะสมที่บริเวณหัวเข่าที่มักจะเกิดขึ้นในนักวิ่งหญิง เนื่องมาจากสรีระร่างกายของเพศหญิงโดยปกติแล้วจะมีกระดูกเชิงกรานที่กว้างกว่าเพศชาย รวมทั้งมีกล้ามเนื้อที่ไม่แข็งแรงและมักจะขาดความสุมดุล 

หลังจากเริ่มสังเกตและเก็บข้อมูลได้ไม่นานนัก เธอและทีมวิจัยได้ตระหนักว่า “แนวคิดการลดความเครียดสะสมที่บริเวณหัวเข่าไม่เพียงแก้ปัญหาให้กับนักวิ่งหญิงได้เท่านั้น แต่มันยังเป็นประโยชน์ต่อนักวิ่งทุกคน” ซึ่งจากการทดลองและเก็บข้อมูลจากทั้งในห้องปฏิบัติการของทาง Salomon เอง และจากงานวิจัยภายนอก ทำให้เธอและทีมวิจัยได้ตั้งคำถามใหม่ที่เป็นเสมือนกุญแจสำคัญ นั่นคือ “การเคลื่อนไหวใดที่ทำให้เกิดความเครียดสะสมที่บริเวณหัวเข่า?”

ดร. Marlene Giandolini กล่าวว่า “สิ่งที่เราพบในงานวิจัยทั้งหมด คือ ความเครียดสะสมที่บริเวณหัวเข่าเกิดจากการที่หัวเข่ามีอาการบิดตัวเข้าด้านใน ซึ่งสอดคล้องกับอาการเท้าล้มเข้าด้านในที่มากจนเกิน (Excessive Foot Pronation) ที่อาจจะเป็นสาเหตุหลักของความเครียดสะสมบริเวณหัวเข่า ฉะนั้น เราจึงได้ตั้งสมมติฐานที่ว่า ถ้าหากเราสามารถลดอาการล้มของเท้า เราก็จะสามารถลดความเครียดสะสมที่บริเวณหัวเข่าได้ ซึ่งจะส่งผลช่วยลดอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น ณ บริเวณหัวเข่า”

ความเครียดสะสมที่บริเวณหัวเข่าเกิดจากการที่หัวเข่ามีอาการบิดตัวเข้าด้านใน ซึ่งสอดคล้องกับอาการเท้าล้มเข้าด้านในที่มากจนเกิน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รองเท้าวิ่งแก้เท้าล้มในท้องตลาดส่วนใหญ่ทำก็คือ การควบคุมและจำกัดการเคลื่อนไหวของเท้าทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่ ดร. Marlene Giandolini มองว่าไม่ถูกต้องนัก

เธอกล่าวต่อว่า “ให้คุณลองจินตนาการถึงการวิ่งเป็นเวลา 10 นาที ด้วยรองเท้าบูทสกีแข็งๆ ที่จำกัดการขยับของเท้าและข้อเท้าของคุณดู ซึ่งหลังจากผ่านไป 10 นาที แม้ว่าคุณจะไม่มีอาการเมื่อยล้าที่บริเวณเท้าและข้อเท้า แต่คุณจะมีอาการล้าที่บริเวณหัวเข่าและสะโพกของคุณอย่างแน่นอน”

ตัวอย่างรองเท้าบูทสกี และ รองเท้าวิ่งแก้เท้าล้มในท้องตลาด เช่น Asics ตระกูล Kayano, Nike ตระกูล Structure, และ New Balance ตระกูล Vongo

เธอได้อธิบายถึงเหตุผลที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ว่า “ความเครียดสะสมบริเวณเท้าไม่ได้หายไปไหน แต่มันแค่ย้ายที่จากบริเวณเท้าขึ้นสู่จุดที่สูงกว่าแทน นั่นคือ หัวเข่าและสะโพก ซึ่งในการออกแบบรองเท้า เราต้องการให้เท้าสามารถที่จะขยับได้อย่างเป็นธรรมชาติแทนที่จะจำกัดการเคลื่อนไหวของมัน และเมื่อมันเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ (Natural Motion) ความเครียดสะสมในแต่ละส่วนไม่ว่าจะเป็นเท้า ข้อเท้า หัวเข่า หรือสะโพกก็จะลดลง”

นอกจากนี้ เธอยังเชื่อว่า “อาการเท้าล้ม (Pronation) คือเรื่องปกติ ตราบใดที่มันไม่ล้มมากจนเกินไป” ซึ่งต่างจากแนวคิดในการออกแบบรองเท้าแบบดั้งเดิม

เธอกล่าวเสริมว่า “รองเท้าวิ่งสำหรับนักวิ่งเท้าแบน (Motion Control Shoes) ในอดีตถูกคิดค้นขึ้นจากจุดเริ่มต้นที่ว่า ต้องการจำกัดการเคลื่อนไหวของเท้า เพียงเพราะพวกเขาคิดว่าการที่เท้าล้มเป็นสิ่งที่เลวร้าย แต่สำหรับฉันแล้วการที่เท้าล้ม มันคือเรื่องปกติ เราทุกคนต่างเท้าล้มกันทั้งนั้น แต่มันจะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับสรีระและความแข็งแรงของเส้นเอ็นในมนุษย์แต่ละคน”

“ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีใครสามารถพูดได้หรอกว่า อะไรคือเท้าแบบปกติ นอกจากนี้ยังไม่มีหลักฐานชิ้นใดที่แสดงถึงว่าการล้มของเท้าส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บต่างๆ”

และแนวคิดเหล่านี้ที่นำไปสู่โครงการออกแบบรองเท้าวิ่งถนนรุ่น Predict RA ของแบรนด์ Salomon ในปี 2018

Salomon Predict RA ในปี 2018

ความรู้เพิ่มเติม รองเท้าวิ่ง Salomon ที่มีคำว่า RA ต่อท้ายจะหมายถึงรองเท้าวิ่งถนน ซึ่ง RA ย่อมาจาก “Running Avenue” โดยคำว่า Avenue มีความหมายในภาษาอังกฤษว่า ถนนทางเรียบที่มีต้นไม้ร่มรื่นอยู่ตลอดทาง ซึ่งทางแบรนด์ Salomon ต้องการสื่อว่า “ทางแบรนด์ยังคงไม่ละทิ้งความเป็นธรรมชาติในแบบของการวิ่งเทรลนั่นเอง”

Avenue มีความหมายในภาษาอังกฤษว่า ถนนทางเรียบที่มีต้นไม้ร่มรื่นอยู่ตลอดทาง ซึ่งทางแบรนด์ Salomon ต้องการสื่อว่า “ทางแบรนด์ยังคงไม่ละทิ้งความเป็นธรรมชาติในแบบของการวิ่งเทรลนั่นเอง”

Salomon Predict RA รองเท้าวิ่งรุ่นแรกจากแนวคิดการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ (Natural Motion)

Salomon Predict RA เป็นการนำแนวคิดที่ต้องการให้หัวเข่าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องโดยการแก้อาการเท้าล้ม ผสมผสานเข้ากับ การเคลื่อนไหวของเท้าอย่างเป็นธรรมชาติ (Natural Motion)

Salomon Predict RA

โดยเป็นออกแบบพื้นชั้นกลางให้เข้ากับข้อต่อและกระดูกเท้าชิ้นต่างๆ เพื่อให้การเคลื่อนไหวของเท้าและรองเท้าเสมือนเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งจะมีการเซาะร่องและผ่าแบ่งพื้นออกเป็นส่วนๆ ให้เป็นเสมือนสรีระของเท้า โดยทางแบรนด์ Salomon เรียกว่า “Mirrored Decoupling” หรือที่ในภายหลังเรียกว่า “เทคโนโลยี Anatomical Decoupling” ที่มีความหมายว่า “การเซาะร่องและผ่าแบ่งพื้นที่จำลองมาจากสรีระเท้าของมนุษย์”

เทคโนโลยี Anatomical Decoupling หรือ การเซาะร่องและผ่าแบ่งพื้นที่จำลองมาจากสรีระเท้าของมนุษย์
เทคโนโลยี Anatomical Decoupling หรือ การเซาะร่องและผ่าแบ่งพื้นที่จำลองมาจากสรีระเท้าของมนุษย์
เทคโนโลยี Anatomical Decoupling หรือ การเซาะร่องและผ่าแบ่งพื้นที่จำลองมาจากสรีระเท้าของมนุษย์

ซึ่งการเซาะร่องและผ่าแบ่งพื้นของทางแบรนด์ Salomon จะไม่ใช้การผ่าเฉพาะพื้นด้านล่าง เช่น Nike ตระกูล Free Run แต่จะเป็นการเซาะร่องและผ่าทั้งบริเวณพื้นด้านบนที่ติดกับเท้าของนักวิ่งและพื้นด้านล่าง เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบกระดูกและข้อต่อของเท้ามากที่สุด

การเซาะร่องและผ่าแบ่งพื้นของทางแบรนด์ Salomon จะเป็นการเซาะร่องและผ่าทั้งบริเวณพื้นด้านบนที่ติดกับเท้าของนักวิ่งและพื้นด้านล่าง เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบกระดูกและข้อต่อของเท้ามากที่สุด

และแม้ว่าเท้าของนักวิ่งจะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ แต่ทางแบรนด์ Salomon ได้มีการออกแบบเสริมให้เท้ายังอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง หรือในอีกความหมายหนึ่งก็คือ รองเท้ายังสามารถแก้อาการเท้าล้มได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่ โดยบริเวณช่วงอุ้งเท้าด้านในจะมีการเซาะร่องและผ่าแบ่งพื้นแยกส่วนออกมา ซึ่งการลงเท้าขณะวิ่งปกติ บริเวณนี้จะยุบตัวได้น้อยที่สุด และทำให้เท้าอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ส่งผลช่วยลดความเครียดสะสมที่บริเวณหัวเข่า

การทดสอบรองเท้า Salomon Predict RA ด้วยนักวิ่งครั้งแรก ถูกทดสอบโดยกลุ่มนักวิ่งหญิง ซึ่งให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าประทับใจมาก ทำให้ทางทีมวิจัยของทาง Salomon ได้ขยายขอบเขตไปทดสอบกับกลุ่มนักวิ่งชาย ซึ่งก็ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมในแบบเดียวกัน และมีการทดสอบซ้ำอีกหลายต่อหลายครั้ง โดยใช้นักวิ่งทดสอบ 12 – 20 คน ต่อการทดสอบหนึ่งครั้ง

ดร. Marlene Giandolini อธิบายถึงวิธีการทดสอบไว้ว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการของเรา คือ การที่ทีมวิจัยนำเอาเครื่องมือ Motion Capture เข้ามาประยุกต์ใช้ และเราตั้งกล้องวิดีโอสำหรับถ่ายภาพความเร็วสูง 8 ตัว เพื่อจับภาพนักวิ่งขณะที่กำลังลงเท้า โดยนักวิ่งที่เข้ามาทดสอบในกลุ่มแรกจะเป็นนักวิ่งมือใหม่และมือสมัครเล่น ที่มีแนวโน้มที่จะลงเท้าบริเวณส้นเท้า ซึ่งเราได้ให้พวกเขาวิ่งที่ความเร็ว 12 กม./ชม. (หรือเพซ 5 นาที/กม.) จากนั้นเราจะนำวิดีโอและภาพที่ได้มาประมวลผลออกมาเป็นโมเดล 3 มิติ”

“นอกจากนี้ เรายังได้นำรองเท้าวิ่งที่ได้รับความนิยมที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดของแบรนด์คู่แข่งมาทดสอบทางสถิติเปรียบเทียบกับประสิทธิภาพของรองเท้ารุ่น Predict ตัวต้นแบบของเรา ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ คือ โดยเฉลี่ยแล้ว นักวิ่ง 71 เปอร์เซ็นต์ที่สวมใส่รองเท้า Predict จะสามารถลดแรงที่เข้ามากระทำต่อหัวเข่าได้ถึง 12 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างมาก และเรายังพบอีกว่านักวิ่งมีอาการเท้าล้มน้อยลงถึง 74 เปอร์เซ็นต์”

Salomon Predict RA

กล่าวโดยสรุปจากผลการทดสอบนี้ คือ นักวิ่งที่สวมใส่รองเท้ารุ่น Predict RA จะสามารถลดความเครียดสะสมที่บริเวณหัวเข่าได้ถึง 12 เปอร์เซ็นต์ และช่วยลดอาการล้มของเท้าในนักวิ่งเท้าแบนได้ถึง 74 เปอร์เซ็นต์

โดย ดร. Marlene Giandolini ได้ชี้แจ้งถึงวัตถุประสงค์ของรองเท้ารุ่น Predict RA อีกครั้งว่า Salomon Predict RA ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับการแข่งขันวิ่งทำความเร็ว เนื่องจากทางเราได้นำไปทดสอบภาคสนามกับทั้งนักวิ่งมือใหม่และระดับมืออาชีพ ซึ่งเป็นที่แน่ชัดว่า นักวิ่งมือใหม่ชื่นชอบ Predict RA เป็นอย่างมาก แต่นักวิ่งระดับมืออาชีพกลับเลือกที่ใช้ Predict RA เฉพาะการวิ่ง Recovery หลังจากผ่านงานแข่งหนักๆ มาเท่านั้น”

เธอกล่าวเสริมว่า “Salomon Predict RA เป็นรองเท้าวิ่งที่ใส่สบายตลอดระยะทางและช่วยลดความเครียดสะสมที่บริเวณหัวเข่าและข้อต่อชิ้นต่างๆ แต่มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับทุกย่านความเร็ว”

ดังนั้น ทางแบรนด์ Salomon จึงนิยามให้รองเท้ารุ่น Predict RA ในปี 2018 เป็นรองเท้าที่เหมาะกับนักวิ่ง 3 กลุ่ม ดังนี้

  • นักวิ่งระดับมืออาชีพที่กำลังมองหารองเท้าสำหรับการวิ่ง Recovery และใช้วิ่งเก็บระยะ (วิ่งโซน 2)
  • นักวิ่งมือใหม่และมือสมัครเล่นที่ต้องการความสบายตลอดระยะทาง
  • นักวิ่งที่มีประวัติการเจ็บหัวเข่าหรือข้อต่อต่างๆ

สุดท้ายทางแบรนด์ Salomon ได้ยกตัวอย่างนักวิ่งชาวอเมริกันสายท่องโลกอย่าง Rickey Gates ผู้ซึ่งวิ่งข้ามรัฐทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นระยะทางกว่า 3,700 ไมล์ หรือ 5,954 กม. เพื่อตามหามุมมองใหม่ๆ ในสหรัฐอเมริกา และเจ้าของหนังสือชื่อ A 3,700-Mile Run to Explore Unseen America โดยเขาได้ใช้รองเท้าวิ่งรุ่น Predict RA ในการวิ่งบนถนนทุกสายในเมืองซานฟรานซิสโก ซึ่งมีระยะทางกว่า 2,097 กม. โดยใช้เวลาทั้งหมด 46 วัน

Rickey Gates ผู้วิ่งข้ามรัฐทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นระยะทางกว่า 3,700 ไมล์ หรือ 5,954 กม.

Rickey Gates กล่าวว่า “ผมรู้ว่าการเลือกรองเท้าที่เหมาะสม มันเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแผนการที่ผมกำลังทำอยู่มันต้องวิ่งบนเส้นทางคอนกรีตและถนนอยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยนวัตกรรมและงานวิจัยใหม่ๆ เหล่านี้ มันพาผมไปได้ไกลถึง 2,097 กม. และนี้คือรองเท้าที่ผมใส่เป็นประจำ 5 วัน ต่อสัปดาห์ ซึ่งคุณสามารถวิ่งมันได้ไกลหลายกิโลเมตร โดยที่ในวันรุ่งขึ้นคุณยังรู้สึกดีอยู่ และผมรู้ เพราะผมทำมันมาแล้ว”

กำเนิดใหม่ Salomon Predict 2 ในปี 2021

หลังจากการเปิดตัวและวางจำหน่ายของ Salomon Predict RA ในช่วงปลายปี 2018 ทางแบรนด์ Salomon ได้ทำการพัฒนาต่อยอดตระกูล Predict ออกเป็นสองรุ่นคือ Predict SOC และ Predict 2 และได้เปิดตัวตั้งแต่ปลายปี 2019

Predict SOC (สีดำ) และ Predict 2 (สีขาว)

ก่อนที่ปลายปี 2020 ทางแบรนด์ Salomon จะเลือกวางจำหน่ายรุ่น Predict SOC ที่เป็นเสมือนรุ่นปรับปรุงจากรุ่น Predict RA อย่างเป็นทางการ โดยรุ่น Predict SOC จะเป็นการนำเอา Predict RA มาเปลี่ยนหน้าผ้าจากหน้าผ้า Mesh กลายมาเป็นหน้าผ้า Knit สวมใส่สบาย ซึ่งใช้แนวคิดที่ว่า “Fits just like a sock” หรือ “สวมใส่สบายดุจดั่งสวมใส่ถุงเท้า” แต่ยังคงใช้พื้นชั้นกลางตัวเดียวกับในรุ่น Predict RA

Salomon Predict SOC ในปี 2020

และในปี 2021 ทางแบรนด์ Salomon ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของรุ่น Predict 2 ที่เป็นเสมือนรุ่นปรับปรุงใหม่ทั้งหมดและถือได้ว่าเป็นรุ่นที่มีความพรีเมี่ยมที่สุดของตระกูล Predict ซึ่งในครั้งนี้เข้ามาแก้ปัญหาให้กับนักวิ่งระดับมืออาชีพ เพื่อที่จะสามารถนำไปใช้เป็นรองเท้าสำหรับใส่ซ้อมประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แทนที่ภาพลักษณ์ของรองเท้าวิ่ง Recovery

Salomon Predict 2 ในปี 2021

โดย Salomon Predict 2 มาพร้อมกับพื้นชั้นกลางวัสดุใหม่ที่ถูกเรียกว่า Infiniride ที่ทำมาจากวัสดุ TPU ที่เข้ากระบวนการอัดก๊าซไนโตรเจน (Nitrogen Infused TPU foam) (คล้ายกับพื้นชั้นกลาง FuelCell ของแบรนด์ New Balance ในยุคแรก) และยังคงเทคโนโลยี Anatomical Decoupling ไว้เหมือนกับรุ่นอื่นๆ ในตระกูล Predict

Salomon Predict 2 มาพร้อมกับพื้นชั้นกลางวัสดุใหม่ที่ถูกเรียกว่า Infiniride ที่ทำมาจากวัสดุ TPU ที่เข้ากระบวนการอัดก๊าซไนโตรเจน (Nitrogen Infused TPU foam)

ซึ่งพื้นชั้นกลาง Infiniride จะมีความเฟิร์มและส่งแรงได้ดีกว่าพื้นชั้นกลาง EnergyCell+ ที่อยู่ในรุ่น Predict RA และ Predict SOC ส่งผลให้เหมาะกับการนำไปใช้ซ้อมวิ่งประจำวัน (Daily Training) สำหรับนักวิ่งระดับมืออาชีพมากยิ่งขึ้น

และนอกจากนี้ภายในปี 2021 ทางแบรนด์ Salomon ยังได้เปิดตัวรุ่นเริ่มต้นเพิ่มเข้ามาในตระกูล Predict อีกหนึ่งรุ่น คือ Predict MOD ที่เป็นการดึงภาพลักษณ์ของตระกูล Predict มาไว้ แต่ไม่ได้มีการเสริมเทคโนโลยี Anatomical Decoupling มาแบบเต็มรูปแบบ เน้นไปที่การใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน

Salomon Predict MOD ในปี 2021

สรุปโดยรวม รองเท้าวิ่ง Salomon ตระกูล Predict ถูกออกแบบอยู่บนวัตถุประสงค์ที่ช่วยลดอาการบาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่า โดยใช้หลักการที่ให้เท้าอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมหรือเท้าไม่ล้มมากจนเกินไป และใช้แนวคิดของการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติเข้ามาช่วย เพื่อให้เกิดการถ่ายแรงไปยังข้อต่อและจุดเคลื่อนไหวต่างๆ ของเท้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ความเครียดที่สะสมในข้อต่อต่างๆ ลดลง

นอกจากนี้จุดเด่นอีกประการหนึ่งของรองเท้าวิ่งตระกูล Predict คือ การฝึกความแข็งแรงของเท้าไปในตัว เนื่องจากกล้ามเนื้อและเอ็นบางส่วนที่ไม่เคยต้องใช้งานในรองเท้าวิ่งถนนปกติ ก็จะถูกนำมาใช้งานเพิ่มขึ้นเมื่อใช้รองเท้าตระกูล Predict ในการฝึกซ้อม

Salomon Predict 2

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Predict RA (ไม่มีการผลิตออกมาแล้ว)

  • หน้าผ้า Mesh
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell+
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี Anatomical Decoupling
  • ดอกยาง Contagrip FA
  • น้ำหนัก: 258 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 218 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 20 มม. และส้นเท้าสูง 28 มม.)
  • ราคา: $160 (ประมาณ 4,9xx บาท)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Predict SOC

  • หน้าผ้า Knit
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell+
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี Anatomical Decoupling
  • ดอกยาง Contagrip FA
  • น้ำหนัก: 258 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 235 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 20 มม. และส้นเท้าสูง 28 มม.)
  • ราคา: 4,550 บาท วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Predict 2

  • หน้าผ้า Mesh
  • พื้นชั้นกลาง Infiniride
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี Anatomical Decoupling
  • ดอกยาง Contagrip FA
  • น้ำหนัก: 275 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 255 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 25 มม. และส้นเท้าสูง 33 มม.)
  • ราคา: 5,150 บาท วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Predict MOD

  • หน้าผ้า Mesh
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell+
  • ดอกยาง Contagrip FA
  • น้ำหนัก: 217 กรัม ในไซส์ 9US ชาย และ 185 กรัม ในไซส์ 8US หญิง
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 19 มม. และส้นเท้าสูง 27 มม.)
  • ราคา: $100 (ประมาณ 3,1xx บาท) ยังไม่เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

จบกันไปแล้วนะครับสำหรับประวัติและที่มาของรองเท้าวิ่งตระกูล Predict ของแบรนด์ Salomon รวมไปถึงเทคโนโลยี Anatomic Decoupling หวังว่าบทความนี้เป็นจะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่งหรือผู้ที่สนใจในการวิ่งหลาย ๆ ท่าน ขอให้วิ่งให้สนุกครับ สามารถติดตาม Running Profiles ได้ทั้งใน

More on this topic

Popular stories

Training Plan