[คัมภีร์] รองเท้าวิ่งเทรล Salomon ของปี 2020 มีรุ่นอะไรบ้างและแต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้งานอะไร?

Related Articles

จัดไปตามคำเรียกร้องครับ กับคำถามที่ว่า รองเท้าวิ่งเทรลของแบรนด์ Salomon ในปี 2020 มีรุ่นอะไรใหม่บ้าง และแต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้งานอะไร? รวมทั้งมีการปรับปรุงจากรุ่นเดิมตรงไหนบ้าง? เชิญติดตามได้เลยครับ

ขอเกริ่นนำกันก่อนเลยว่า “บทความแคตตาล็อก” แบบนี้ ทางเราจะเสนอข้อมูลเป็นแบบภาพรวมของรองเท้าในแต่ละแบรนด์ ว่ามีรุ่นอะไรบ้าง และชี้ให้เห็นว่ารองเท้าแต่ละคู่แตกต่างกันอย่างไร มีวัตถุประสงค์การใช้งานอะไร ซึ่งจะเป็นแนวทางที่รวดเร็วและง่ายในการช่วยให้นักวิ่งหลาย ๆ ท่าน สามารถเลือกรองเท้าได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด

สิ่งที่ควรรู้ของแบรนด์ Salomon

1. แบรนด์ Salomon ก่อตั้งขึ้นในปี 1947 ณ เมือง Annecy ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใจกลางของเทือกเขาแอลป์ ประเทศฝรั่งเศส และนับเป็นเวลากว่า 73 ปี ที่ Salomon กลายมาเป็นหนึ่งในแบรนด์รองเท้าวิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการวิ่งเทรล

2. แม้ว่าในหลายปีที่ผ่าน ๆ มา รองเท้าของแบรนด์ Salomon จะเพิ่มความหลากหลายในรุ่นและวัตถุประสงค์ในการใช้งาน แต่ส่วนใหญ่ก็ยังออกเป็นแนวที่จับกลุ่มนักวิ่งเฉพาะทาง เช่น กลุ่มนักวิ่งมืออาชีพ และมักจะมาพร้อมกับพื้นชั้นกลางที่ไม่ได้มีความนุ่มมากนัก

3. ความนุ่มสูงสุดของแบรนด์ Salomon นั้นถือได้ว่า นิยามได้แตกต่างจากแบรนด์อื่นพอสมควร โดยความนุ่มสูงสุดของแบรนด์ Salomon ก็ยังมีความนุ่มเท่ากับรองเท้าที่เฟิร์มที่สุดของแบรนด์ Hoka One One อยู่ดี

4. นักวิ่งหลายท่านที่มีปัญหาเรื่องของหน้าเท้ากว้าง ก็อาจไม่สามารถใส่รองเท้าของแบรนด์ Salomon ในรุ่นที่ต้องการใส่ได้ เพราะทาง Salomon มีการทำเวอร์ชั่นหน้าเท้ากว้างออกมาในรองเท้าไม่กี่รุ่นเท่านั้น

5. รองเท้าของแบรนด์ Salomon ส่วนใหญ่จะมี Drop ที่ค่อนข้างสูง (6 – 10 มม.) เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ

6. ตระกูล S/Lab ของ Salomon ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการแข่งขันโดยเฉพาะ โดยรองเท้าในตระกูลนี้จะมีน้ำหนักเบาที่สุดและสามารถทำความเร็วได้ดีที่สุด รวมทั้งยังมี Drop ที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ๆ ภายในแบรนด์ นอกจากนี้ภายในแบรนด์เองก็จะมีรุ่นรอง ที่มีลักษณะคล้ายกับตระกูล S/Lab เอาไว้สำหรับใส่ซ้อมแทนตัวแข่งเสมอ ซึ่งเราจะแนบคำอธิบายว่า ตัวไหนคือตัวซ้อมของ S/Lab แต่ละรุ่น

7. เทคโนโลยีที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับหน้าผ้า (Upper) ของทาง Salomon มีดังนี้

  • SensiFit หรือ โครงบริเวณกลางเท้าด้านนอก ลักษณะคล้ายกับ Flywire ของ Nike ที่เป็นโครงโอบรัดบริเวณกลาง เพื่อเพิ่มความกระชับและช่วยประคองเท้าไม่ให้ขยับไปในทิศทางที่ไม่เหมาะสม
  • EndoFit หรือ โครงผ้ายืดด้านใน ที่จะโอบรัดบริเวณกลางเท้าเช่นกัน มีหน้าที่เพื่อเพิ่มความกระชับและเพิ่มความนุ่มนวล ใส่สบาย ให้แก่เท้า
  • Quicklace หรือ ระบบการมัดเชือกแบบรวดเร็ว ซึ่งเชือกทำมาจาก เส้นใย Kevlar ทำให้มีน้ำหนักที่เบาและทนทาน นอกจากโดยส่วนมากรองเท้าของ Salomon จะมาพร้อมกับช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (หรือ Quicklace Garage)

8. และสุดท้าย Salomon จะใช้ดอกยางและพื้นยางลิขสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ ที่มีชื่อว่า “Contagrip” ซึ่งจะถูกแบ่งออกตามคู่ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ดังนี้

โดยอักษรตัวแรกจะหมายถึง ลักษณะลายดอกยาง เช่น F คือ Flat หรือดอกยางทางเรียบสำหรับรองเท้าถนน, M คือ Mix หรือดอกยางอเนกประสงค์ที่สามารถวิ่งทั้งทางเทรลและถนน, T คือ Traction หรือดอกยางสำหรับทางทรุกันดารโดยเฉพาะ

และตัวอักษรตัวหลัง จะหมายถึงลักษณะเด่นของดอกที่จะเน้นไปที่ ความทนทานของดอก (D – Durability) หรือจะเน้นที่ความสามารถในการเกาะพื้น (A – Adhesion) (โดย ถ้าเน้นการเกาะพื้น (A) ก็ต้องแลกกับความทนทานต่อการสึกที่น้อยลง แต่ถ้าเน้นทนทาน (D) ก็ต้องแลกกับการเกาะพื้นได้ไม่ดี)

เมื่อนำมารวมกันจะมีดอกยางอยู่ 6 ประเภท ดังนี้

  1. Contagrip FD (Flat – Durability) ทางเรียบ เน้นความทนทาน ซึ่งปัจจุบันทาง Salomon ใช้ในรองเท้าเดินป่ารุ่นเริ่มต้น
  2. Contagrip FA (Flat – Adhesion) ทางเรียบ เน้นการยึดเกาะพื้น ซึ่งปัจจุบันใช้กับรองเท้าวิ่งถนนรุ่นเริ่มต้น
  3. Contagrip MD (Mix – Durability) ดอกยางอเนกประสงค์ ที่เน้นความทนทาน ซึ่งในปัจจุบันจะถูกใส่ไว้ในรองเท้าวิ่งเทรลและเดินป่ารุ่นเริ่มต้นเป็นส่วนใหญ่
  4. Contagrip MA (Mix – Adhesion) ดอกยางอเนกประสงค์ ที่เน้นการยึดเกาะพื้น ซึ่งปัจจุบันแบรนด์ Salomon ใช้ดอกยางตัวนี้ในรองเท้าระดับกลางขึ้นไป และใช้เป็นส่วนใหญ่ของแบรนด์อีกด้วย
  5. Contagrip TD (Traction – Durability) ดอกยางสำหรับทางทรุกันดารและดินนุ่ม หรือทางโคลน ที่เน้นความทนทาน ซึ่งปัจจุบันถูกใช้ในรองเท้าสายโคลนรุ่นเริ่มต้น
  6. Contagrip TA (Traction – Adhesion) ดอกยางสำหรับทางทรุกันดารและดินนุ่ม หรือทางโคลน ที่เน้นการยึดเกาะพื้น ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกนำมาใช้กับรองเท้าสายโคลนระดับกลางขึ้นไป

สรุปให้จำง่าย คือ ตัวไหนที่ลงท้ายด้วย D ส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นเริ่มต้น และลงท้ายด้วย A จะเป็นรุ่นระดับกลางขึ้นไป

รายละเอียดของรองเท้าวิ่งเทรลทุกรุ่นในปี 2020

ปัจจุบันในปี 2020 รองเท้าวิ่งเทรลของ Salomon มีทั้งหมด 22 รุ่นหลัก ซึ่งบางรุ่นจะมีรุ่นย่อยอย่างเช่น รุ่นหน้าผ้ากันน้ำ (GTX) หรือ รุ่นดอกยางสำหรับทางโคลนและดินนุ่ม (SG) โดยแบ่งตามประเภทการใช้งานได้ดังนี้

ต่อจากนี้คือ รายละเอียดของรองเท้าวิ่งเทรล Salomon ทุกรุ่นในปี 2020

รองเท้าวิ่งเทรลสำหรับทางดินนุ่มและทางโคลน (Muddy and Soft terrains)

รองเท้าวิ่งเทรลประเภทนี้จะถูกออกแบบมาไว้สำหรับการวิ่งบนทางดินนุ่ม ทางโคลน ทางที่เปียกแฉะทั้งหลายโดยเฉพาะ ซึ่งรองเท้าประเภทนี้จะมีลักษณะเด่นในเรื่องของดอกยางที่ลึก (ส่วนใหญ่ดอกยางจะสูง 5 – 6 มม.) และแต่ละดอกจะอยู่ห่างกัน เพื่อช่วยให้สามารถสลัดดินโคลนออกได้อย่างรวดเร็ว

โดยรองเท้าในกลุ่มนี้จะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อยหลัก ซึ่งแต่ละรุ่นภายในกลุ่มย่อยจะมีลักษณะและวัตถุประสงค์ในการใช้งาน รวมทั้งการออกแบบที่เหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันในเรื่องของวัสดุที่ใช้ จึงทำให้มีราคาที่ต่างกัน สามารถแบ่งได้ดังนี้

1. กลุ่ม Alphacross Blast, Supercross Blast และ Speedcross ซึ่งกลุ่มนี้จะมีลักษณะการใช้งานที่คล้ายคลึงกับรองเท้าเดินป่ามากกว่ารองเท้าวิ่งเทรล โดยจะเหมาะกับสภาพแวดล้อมที่เป็นป่าดิบชื้น ดินนุ่มและบางช่วงเป็นโคลนแฉะ

2. กลุ่ม Wildcross, Cross/Pro, S/Lab Cross และ S/Lab Sense 8 SG ซึ่งในรองเท้าในกลุ่มนี้จะเน้นใช้ในการแข่งขันวิ่งเทรลบนสภาพสนามที่เปียกแฉะและทางโคลน โดยไม่เน้นการปกป้องเท้ามากนัก เน้นการทำความเร็วเป็นหลัก จึงทำให้มีน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษ

1. กลุ่ม Alphacross Blast, Supercross Blast และ Speedcross

Salomon Alphacross Blast

รองเท้าวิ่งเทรลสำหรับทางดินนุ่มและทางโคลนรุ่นเริ่มต้นของแบรนด์ ที่เป็นการนำเอาภาพลักษณะรองเท้ารุ่นยอดนิยมอย่าง Salomon Speedcross 5 มาปรับลดสเป็ค ให้สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่ถูกลง และปรับให้เหมาะกับการเป็นรองเท้าสำหรับใส่ในทุก ๆ วัน

โดยมาพร้อมกับดอกยางรูปทรงบั้ง (Chevron-Shaped Lugs) ที่ออกแบบไว้สำหรับการวิ่งบนทางดินนุ่มและทางโคลน, หน้าผ้าทอแบบ Ripstop ที่ทนทานต่อการฉีกขาดและถ้าขาดแล้วก็จะไม่ขาดลามต่อจนเป็นรูใหญ่, และพื้นชั้นกลาง EnergyCell (ที่ทำมาจากวัสดุ EVA)

อย่างไรก็ตามหน้าผ้าของ Salomon Alphacross Blast จะมีความเรียบง่ายและไม่ได้มีการเสริมโครง Sensifit เพื่อเพิ่มความทนทานหรือความกระชับใด ๆ รวมทั้งไม่ได้มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace แต่จะใช้การมัดเชือกแบบปกติแทน ทำให้ Salomon Alphacross Blast ปกป้องเท้าได้ไม่ดีเท่าที่ควรและไม่กระชับพอที่จะวิ่งบนทางที่ทรุกันดารเท่ากับตระกูล Speedcross

ดังนั้น ถ้าท่านกำลังมองหารองเท้าที่ราคาเป็นมิตร ใส่สบาย เกาะพื้นได้ดี และปกป้องเท้าได้สำหรับทางที่ไม่ทรุกันดารมากนัก, Salomon Alphacross Blast ก็เป็นตัวเลือกหนึ่ง 

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Alphacross Blast

  • หน้าผ้าทอแบบ Ripstop
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • ดอกยาง Contagrip TD
  • น้ำหนัก: 300 กรัม (ช) และ 265 กรัม (ญ)
  • Offset: 10 มม. (ปลายเท้าสูง 19 มม. และส้นเท้าสูง 29 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $90 (ประมาณ 2,8xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon Alphacross Blast GTX

Salomon Alphacross Blast GTX (หรือ GORE-TEX) เป็นการนำ Salomon Alphacross Blast มาเปลี่ยนหน้าผ้าเป็นหน้าผ้า Gore-Tex หรือหน้าผ้ากันน้ำ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่เปียกแฉะ หรือประเทศเขตหนาวที่มีหิมะตก โดยยังคงพื้นชั้นกลางและดอกยางตัวเดิม

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Alphacross Blast GTX

  • หน้าผ้ากันน้ำ Gore-Tex
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • ดอกยาง Contagrip TD
  • น้ำหนัก: 340 กรัม (ช) และ 275 กรัม (ญ)
  • Offset: 10 มม. (ปลายเท้าสูง 19 มม. และส้นเท้าสูง 29 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $110 (ประมาณ 3,4xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon Supercross Blast

ขยับขึ้นมาอีกรุ่น ซึ่งเป็นรุ่นที่อยู่กลางระหว่าง Alphacross Blast และ Speedcross

โดย Salomon Supercross Blast จะใช้หน้าผ้าทอแบบ Ripstop แบบเดียวกับรุ่น Alphacross Blast แต่จะมีการเพิ่มในส่วนของการเสริมโครง SensiFit บริเวณกลางเท้า เพื่อเพิ่มความกระชับ และมาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace แต่ไม่ได้มาพร้อมกับช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage) นอกจากนี้สิ่งที่เหมือนกับรุ่น Alphacross Blast ก็คือ พื้นชั้นกลาง EnergyCell และดอกยาง Contagrip TD ตัวเดิม ซึ่งดอกยางตัวนี้จะเน้นไปที่ความทนทาน ทำให้ดอกยางเกาะพื้นได้ไม่ดีเท่ากับดอกยางของรุ่น Speedcross

ดังนั้น ถ้าท่านกำลังมองหารองเท้าที่ราคาเป็นมิตร และกระชับเพียงพอที่จะวิ่งเทรลหรือเดินป่าบนเส้นทางโคลนเปียกแฉะ น้ำหนักค่อนข้างเบา อเนกประสงค์, Salomon Supercross Blast ก็เป็นตัวเลือกหนึ่ง 

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Supercross Blast

  • หน้าผ้าทอแบบ Ripstop
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • ดอกยาง Contagrip TD
  • น้ำหนัก: 315 กรัม (ช) และ 260 กรัม (ญ)
  • Offset: 10 มม. (ปลายเท้าสูง 19.3 มม. และส้นเท้าสูง 29.3 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $110 (ประมาณ 3,4xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon Supercross Blast GTX

Salomon Supercross Blast GTX (หรือ GORE-TEX) เป็นการนำ Salomon Supercross Blast มาเปลี่ยนหน้าผ้าเป็นหน้าผ้า Gore-Tex หรือหน้าผ้ากันน้ำ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่เปียกแฉะ หรือประเทศเขตหนาวที่มีหิมะตก โดยยังคงพื้นชั้นกลางและดอกยางตัวเดิม

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Supercross Blast GTX

  • หน้าผ้ากันน้ำ Gore-Tex
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • ดอกยาง Contagrip TD
  • น้ำหนัก: 340 กรัม (ช) และ 290 กรัม (ญ)
  • Offset: 10 มม. (ปลายเท้าสูง 19.9 มม. และส้นเท้าสูง 29.9 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $130 (ประมาณ 4,0xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon Speedcross 5

มาถึงรุ่นสูงสุดในกลุ่มแรกนี้ ที่มีตำนานและประวัติมาอย่างยาวนาน (สามารถเข้าไปรับชมประวัติและที่มาของ Salomon Speedcross 5 ได้ที่นี่)

โดย Salomon Speedcross 5 จะใช้หน้าผ้ารุ่นใหม่อย่าง Anti-debris Mesh ที่ทนทานและสามารถป้องกันเศษหินหรือเศษดินที่จะเข้าไปในรองเท้า และมีการเสริมโครง SensiFit บริเวณกลางเท้า เพื่อเพิ่มความกระชับ รวมทั้งมาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace และช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)

ซึ่ง Salomon Speedcross 5 จะมาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง EnergyCell+ (หรือพื้นโฟมวัสดุ EVA เกรดพิเศษ ที่โดดเด่นเรื่อง Energy Return และความนุ่มที่นุ่มกว่าพื้นโฟม EnergyCell เล็กน้อย) และดอกยาง Contagrip TA ที่มีลายดอกยางที่ใหญ่ กว้าง และลึก ทำให้เหมาะกับเส้นทางดินนุ่มและทางโคลน

สิ่งที่ Salomon Speedcross 5 ถูกปรับปรุงจาก Salomon Speedcross 4 คือในเรื่องของดอกยางที่กว้างและใหญ่ขึ้น เพื่อลดโอกาสที่โคลนจะไปติดตามร่องดอก นอกจากนี้ Speedcross 5 ยังมีการหุ้มโฟมขึ้นมาบริเวณส้นเท้า เพื่อเพิ่มความมั่นคงและความเสถียรให้แก่รองเท้ามากยิ่งขึ้น

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Speedcross 5

  • หน้าผ้า Anti-debris Mesh
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell+
  • ดอกยาง Contagrip TA
  • น้ำหนัก: 320 กรัม (ช) และ 280 กรัม (ญ)
  • Offset: 10 มม. (ปลายเท้าสูง 20 มม. และส้นเท้าสูง 30 มม.)
  • มีทั้งหน้าเท้าปกติ (D) และหน้าเท้ากว้าง (2E)
  • ราคา: 5,150 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon Speedcross 5 GTX

Salomon Speedcross 5 GTX (หรือ GORE-TEX) เป็นการนำ Salomon Speedcross 5 มาเปลี่ยนหน้าผ้าเป็นหน้าผ้า Gore-Tex หรือหน้าผ้ากันน้ำ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่เปียกแฉะ หรือประเทศเขตหนาวที่มีหิมะตก โดยยังคงพื้นชั้นกลางและดอกยางตัวเดิม

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Speedcross 5 GTX

  • หน้าผ้ากันน้ำ Gore-Tex
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell+
  • ดอกยาง Contagrip TA
  • น้ำหนัก: 340 กรัม (ช) และ 290 กรัม (ญ)
  • Offset: 10 มม. (ปลายเท้าสูง 20.9 มม. และส้นเท้าสูง 30.9 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: 6,250 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon Spikecross 5 GTX

Salomon Spikecross 5 GTX เป็นการนำ Salomon Speedcross 5 มาติดดอกเหล็ก 12 ดอกใต้พื้น เพื่อไว้สำหรับการวิ่งบนสภาพภูมิประเทศที่เป็นหิมะและน้ำแข็งโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับหน้าผ้า Gore-Tex แต่ยังคงวัสดุและองศาของพื้นชั้นกลางตัวเดิม

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Spikecross 5 GTX

  • หน้าผ้ากันน้ำ Gore-Tex
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell+
  • ดอกยาง Contagrip TA + ดอกโลหะ 12 ดอกใต้พื้น (12 tungsten spikes)
  • น้ำหนัก: 365 กรัม
  • Offset: 10 มม. (ปลายเท้าสูง 21 มม. และส้นเท้าสูง 31 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $185 (ประมาณ 5,6xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

2. กลุ่ม Wildcross, Cross/Pro, S/Lab Cross และ S/Lab Sense 8 SG

Salomon Wildcross

Salomon Wildcross เป็นรองเท้าวิ่งเทรลรุ่นเริ่มต้นสำหรับใช้ในการแข่งขันวิ่งเทรลบนสภาพสนามที่เปียกแฉะและทางโคลน ที่เน้นการทำความเร็วเป็นหลัก

โดย Salomon Wildcross มาพร้อมกับหน้าผ้า Mesh ปกติไม่กันน้ำ และมีการเสริมโครง SensiFit บริเวณกลางเท้า เพื่อเพิ่มความกระชับ รวมทั้งมาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace และช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)

นอกจากนี้ Salomon Wildcross ยังใช้พื้นชั้นกลาง EnergyCell+ (หรือพื้นโฟมวัสดุ EVA เกรดพิเศษ ที่โดดเด่นเรื่อง Energy Return และความนุ่มที่นุ่มกว่า EnergyCell ปกติเล็กน้อย) และดอกยาง Contagrip TA ที่มีดอกยางเป็นลายหลายทิศทาง (Multi-directional lugs) หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ดอกยางลายตีนไก่ ซึ่งดอกยางลายนี้มีข้อดีในการช่วยไม่ให้เท้าสไลด์ไปด้านข้าง เมื่อวิ่งบนทางดินโคลนที่เปียกแฉะ รวมทั้งมาพร้อมกับ Drop ของรองเท้าที่ต่ำกว่า Speedcross เล็กน้อย (Drop 8 มม.) เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการวิ่งบนเส้นทางที่ทรุกันดาร

ด้วยความที่ Salomon Wildcross เป็นรองเท้าวิ่งเทรลรุ่นเริ่มต้น ที่มุ่งเน้นไปที่การทำให้ราคาถูกลงมากกว่าที่จะมุ่งเน้นไปที่การใช้ในการแข่งขันเหมือนอย่างรุ่นที่สูงกว่าอย่าง Cross /Pro ดังนั้น Salomon Wildcross จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการนำไปใส่ซ้อมวิ่งทั่วไปในทุก ๆ วัน (Daily Run) บนเส้นทางเปียกแฉะและทางโคลน

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Wildcross

  • หน้าผ้า Mesh ปกติ
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell+
  • ดอกยาง Contagrip TA
  • น้ำหนัก: 290 กรัม
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 21.5 มม. และส้นเท้าสูง 29.5 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $130 (ประมาณ 3,9xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon Wildcross GTX

Salomon Wildcross GTX (หรือ GORE-TEX) เป็นการนำ Salomon Wildcross มาเปลี่ยนหน้าผ้าเป็นหน้าผ้า Gore-Tex หรือหน้าผ้ากันน้ำ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่เปียกแฉะ หรือประเทศเขตหนาวที่มีหิมะตก โดยยังคงพื้นชั้นกลางและดอกยางตัวเดิม

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Wildcross GTX

  • หน้าผ้ากันน้ำ Gore-Tex
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell+
  • ดอกยาง Contagrip TA
  • น้ำหนัก: 290 กรัม
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 21.5 มม. และส้นเท้าสูง 29.5 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $160 (ประมาณ 4,9xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon Cross/Pro

Salomon Cross/Pro เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่พร้อมใช้งานสำหรับการแข่งขันวิ่งเทรลบนสภาพสนามที่เปียกแฉะและทางโคลน ซึ่งสิ่งที่ Cross/Pro แตกต่างจากรุ่นเริ่มอย่าง Wildcross มีเพียง 2 เรื่องคือ เรื่องของหน้าผ้า และวัสดุพื้นชั้นกลางที่เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม ความสูงและองศาของพื้น รวมไปถึงดอกยาง ยังคงเป็นแบบเดียวกับรุ่น Wildcross

โดย Salomon Cross/Pro มาพร้อมกับหน้าผ้า Knit เคลือบกันน้ำ (Water-Repellent) ที่เสริมโครงด้านข้างบริเวณกลางเท้าด้วยหน้าผ้า Matryx (ไม่ใช่หน้าผ้า Matryx แบบเต็มผืน) ซึ่งหน้าผ้า Matryx เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ Mavic ที่เป็นการนำเอาเส้นใยเคฟลาร์ (Kevlar) มาทอผสม เพื่อเพิ่มความทนทานหน้าผ้า และทำให้มีน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษ รวมทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี MULTI-FIT ที่ทาง Salomon โฆษณาว่า ให้ความรู้สึกเหมือนกับใส่ถุงเท้าและกระชับเข้ารูปเท้า

นอกจากนี้ Salomon Cross/Pro มาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง EnergyCell ที่มีความเฟิร์มกว่า EnergyCell+ เพื่อเพิ่มการตอบสนองและส่งแรงบนเส้นทางโคลน

ดังนั้น Salomon Cross/Pro จึงเป็นตัวเลือกที่ดีในการนำไปใช้ในการแข่งขัน (Race day) บนเส้นทางเปียกแฉะและทางโคลน

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Cross/Pro

  • หน้าผ้า Knit เคลือบกันน้ำ (Water-Repellent) + เสริมโครงด้านข้างบริเวณกลางเท้าด้วยหน้าผ้า Matryx
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • ดอกยาง Contagrip TA
  • น้ำหนัก: 290 กรัม (ช) และ 250 กรัม (ญ)
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 21.5 มม. และส้นเท้าสูง 29.5 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $160 (ประมาณ 4,8xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon S/Lab Cross

เมื่อเวลาเพียงวินาทีเดียวในสนามแข่งมีความสำคัญ ทาง Salomon จึงขอส่งรุ่นใหม่มาแรงอย่าง S/Lab Cross ลงสนาม

Salomon S/Lab Cross เป็นรองเท้าวิ่งเทรลรุ่นสูงสุดตัวใหม่ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการแข่งขันวิ่งเทรลบนสภาพสนามที่เปียกแฉะและทางโคลนที่ทรุกันดารมาก ๆ ซึ่งมาแทนที่ตัวแข่งตัวเก่าอย่าง S/Lab Speed 2

โดย Salomon S/Lab Cross มาพร้อมกับหน้าผ้าแบบหุ้มข้อ ที่เสริมด้วยหน้าผ้า Matryx ตั้งแต่บริเวณกลางเท้าไปจนถึงปลายเท้า เพื่อปกป้องเท้าและเพิ่มความกระชับ รวมทั้งทำให้รองเท้ามีน้ำหนักที่เบามากยิ่งขึ้น ซึ่งหน้าผ้าของ S/Lab Cross จะไม่กันน้ำ แต่จะแทนที่ด้วยคุณสมบัติระบายน้ำได้ไวแทน

ในส่วนของพื้นชั้นกลาง Salomon S/Lab Cross จะใช้พื้น EnergyCell+ ที่ถูกปรับแต่งให้มีความนุ่มและยืดหยุ่นบิดงอได้ตามรูปเท้ามากกว่าพื้น EnergyCell+ ที่ถูกใส่ไว้ใน Speedcross และ Wildcross

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ ดอกยาง Contagrip TA ที่มีลักษณะเป็นดอกกลม ซึ่งทาง Salomon โฆษณาว่า ได้รับแรงบรรดาลใจมาจากเท้าของตุ๊กแก

ดังนั้น ถ้าหากท่านกำลังมองหารองเท้าแข่งน้ำหนักเบา สำหรับวิ่งบนเส้นทางโคลนที่ทรุกันดารมาก ๆ และต้องการสร้างสถิติใหม่, Salomon S/Lab Cross ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่จะลอง

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon S/Lab Cross

  • หน้าผ้า Knit แบบหุ้มข้อ + เสริมด้วยหน้าผ้า Matryx ตั้งแต่บริเวณกลางเท้าไปจนถึงปลายเท้า
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell+
  • ดอกยาง Contagrip TA
  • น้ำหนัก: 230 กรัม
  • Offset: 4 มม. (ปลายเท้าสูง 9 มม. และส้นเท้าสูง 13 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $180 (ประมาณ 5,4xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon S/Lab Sense 8 SG

Salomon S/Lab Sense 8 SG หรือ Soft Ground เป็นอีกหนึ่งรองเท้าวิ่งเทรลรุ่นสูงสุด ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการแข่งขันที่เน้นทำความเร็วเป็นหลัก บนเส้นทางดินนุ่มและทางโคลนที่ไม่ทรุกันดารมากนัก

โดย Salomon S/Lab Sense 8 SG เป็นการนำเอาภาพลักษณ์ Salomon S/Lab Sense 8 มาเพิ่มหน้าผ้าให้เป็นหน้าผ้าแบบหุ้มข้อที่เคลือบกันน้ำ และเปลี่ยนสูตรดอกยางจาก Contagrip MA ไปเป็น Contagrip TA รวมทั้งเปลี่ยนลักษณะลายดอกยางให้ใหญ่ กว้างและลึกขึ้น เพื่อให้เหมาะกับเส้นทางดินนุ่มและทางโคลนที่เปียกแฉะ อย่างไรก็ตาม Salomon S/Lab Sense 8 SG ยังคงใช้องศาและวัสดุพื้นชั้นกลางตัวเดียวกับ S/Lab Sense 8

ดังนั้น ถ้าหากท่านกำลังมองหารองเท้าแข่งน้ำหนักเบา สำหรับวิ่งบนเส้นทางดินนุ่มและทางโคลนที่ไม่ทรุกันดารมากนัก Salomon S/Lab Sense 8 SG ก็เป็นตัวเลือกที่พลาดไม่ได้

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon S/Lab Sense 8 SG

  • หน้าผ้า Knit แบบหุ้มข้อเคลือบกันน้ำ (Water-Repellent)
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell+
  • มาพร้อมกับแผ่นรองกันหิน Profeel Film แบบคาร์บอน
  • ดอกยาง Contagrip TA
  • น้ำหนัก: 205 กรัม
  • Offset: 4 มม. (ปลายเท้าสูง 18 มม. และส้นเท้าสูง 22 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: 6,550 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

รองเท้าวิ่งเทรลสำหรับทางทรุกันดาร (Technical terrains)

รองเท้าวิ่งเทรลประเภทนี้จะถูกออกแบบมาไว้สำหรับการวิ่งและเดินบนเส้นทางที่มีอุปสรรคมากมาย เช่น หินหรือกิ่งไม้คม ๆ ที่ผ่านไปได้ยาก โดยรองเท้าประเภทนี้จะมีลักษณะเด่นในเรื่องของความเสถียรของตัวรองเท้า ที่บริเวณกลางเท้าจะมีการเสริมโครงกันบิด และดอกยางจะมีลักษณะเป็นแนวเรียวยาว เพื่อช่วยเพิ่มพื้นผิวในการยึดเกาะเมื่อต้องไต่ไปตามหินต่าง ๆ ซึ่งรองเท้าประเภทนี้จะมีความใกล้เคียงกับรองเท้าเดินป่ามากที่สุดในบรรดารองเท้าวิ่งเทรลประเภทอื่น ๆ และทาง Salomon จะจัดให้รองเท้าเกือบทุกรุ่นในประเภทนี้ อยู่ในกลุ่มรองเท้าเดินป่า (Hiking Shoes) อีกด้วย

ความรู้เพิ่มเติม

ทาง Technical Terrain หรือทางทรุกันดาร ที่คนไทยเข้าใจและใช้กันนั้น มีความหมายค่อนข้างแตกต่างจากของนิยามในต่างประเทศค่อนข้างมาก ซึ่งในไทยนิยมบอกกล่าวว่ารองเท้าคู่นี้ คู่นั้นเหมาะกับทางเทคนิคอล โดยความหมายของคนไทยจะหมายถึงเหมาะกับเส้นทางที่มีโคลน ทางที่เปียกแฉะบ้าง หรือทางดินลื่นบ้าง

อย่างไรก็ตาม ความหมายหลัก ๆ ของทาง Technical Terrain ในต่างประเทศจะหมายถึงทางที่มีหินก้อนลอยหรือกิ่งไม้คม ๆ หรือทางที่ยังไม่ได้บุกเบิก ที่เข้าถึงได้ยาก และบางช่วงของเส้นทางไม่สามารถวิ่งได้ โดยส่วนใหญ่จะให้ความหมายถึงเส้นทางสำหรับการเดินป่า

ฉะนั้นรองเท้าวิ่งเทรลตระกูล Technical ทั้งหลาย ในต่างประเทศจะมีหน้าตาใกล้เคียง กับรองเท้าเดินป่า (Hiking Shoes) และสามารถนำมาสลับใช้แทนรองเท้าเดินป่าได้

Salomon Trailster 2

Salomon Trailster 2 เป็นรองเท้ารุ่นเริ่มต้นสำหรับใส่บนเส้นทางที่ทรุกันดารหรือนำไปใช้ในการเดินป่า (Hiking) รวมทั้งถูกออกแบบมาให้สามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้

โดย Salomon Trailster 2 มาพร้อมกับหน้าผ้า Mesh ปกติ ที่มีการเสริมโครง Sensifit บริเวณกลางเท้า เพื่อเพิ่มความกระชับ และพื้นชั้นกลาง EnergyCell รวมทั้งมาพร้อมกับดอกยางรุ่นเริ่มต้นที่เน้นความทนทานอย่าง Contagrip MD

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Trailster 2

  • หน้าผ้า Mesh ปกติ
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • ดอกยาง Contagrip MD
  • น้ำหนัก: 303 กรัม
  • Offset: 10 มม.
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $100 (ประมาณ 3,0xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon X-MISSION 3

Salomon X-MISSION 3 เป็นอีกหนึ่งรองเท้ารุ่นเริ่มต้นสำหรับใส่บนเส้นทางที่ทรุกันดารหรือนำไปใช้ในการเดินป่า (Hiking) ที่ถูกออกแบบให้มีความทนทานในการใช้งานที่มากกว่ารุ่น Trailster 2

โดย Salomon X-MISSION 3 มาพร้อมกับหน้าผ้า Mesh ปกติ ที่เพิ่มความทนทานของหน้าผ้าด้วยการเสริมโครงหนังรอบตัว และ Toe Cap แบบหนา เพื่อให้ปกป้องเท้าได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเสริมโครง SensiFit บริเวณกลางเท้า เพื่อเพิ่มความกระชับ รวมทั้งมาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace และช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)

ในส่วนของพื้นชั้นกลางและดอกยาง จะใช้พื้น EnergyCell และดอกยางรุ่นเริ่มต้นที่เน้นความทนทานอย่าง Contagrip MD

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon X-MISSION 3

  • หน้าผ้า Mesh ปกติ
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • ดอกยาง Contagrip MD
  • น้ำหนัก: 300 กรัม (ช) และ 250 กรัม (ญ)
  • Offset: 10 มม. (ปลายเท้าสูง 16.5 มม. และส้นเท้าสูง 26.5 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $115 (ประมาณ 3,5xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon XA Pro 3D V8

Salomon XA Pro 3D V8 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลกึ่งเดินป่า (Hiking) รุ่นยอดนิยม ที่เดินทางมาถึงรุ่นที่ 8 โดยเป็นรองเท้าที่ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานบนเส้นทางที่ทรุกันดารหรือนำไปใช้ในการเดินป่าโดยเฉพาะ ซึ่งจุดเด่นของ XA Pro 3D คือ แผ่นพลาสติกแข็งที่แทรกอยู่ระหว่างกลางของพื้นชั้นกลางที่ยาวตั้งแต่บริเวณปลายเท้าไปจนถึงส้นเท้า โดยทาง Salomon เรียกว่า “3D Advanced Chassis” ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเสถียร มั่นคง และลดโอกาสที่เท้าจะพลิก

โดย Salomon XA Pro 3D V8 มาพร้อมกับหน้าผ้าที่ระบายอากาศได้ดีอย่าง 3D open Mesh ที่เพิ่มความทนทานของหน้าผ้าด้วยการเสริมโครงรอบตัว และ Toe Cap ยางแบบหนา เพื่อให้ปกป้องเท้าได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังมีการเสริมโครง SensiFit บริเวณกลางเท้า เพื่อเพิ่มความกระชับ รวมทั้งมาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace และช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)

ในส่วนของพื้นชั้นกลางและดอกยาง จะใช้พื้น EnergyCell และดอกยางที่เน้นการเกาะพื้นอย่าง Contagrip MA

ดังนั้น ถ้าหากท่านกำลังมองหารองเท้าที่มีน้ำหนักเบา สำหรับการใช้งานบนเส้นทางที่ทรุกันดารหรือนำไปใช้ในการเดินป่า  Salomon XA Pro 3D V8 ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจคู่หนึ่ง

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon XA Pro 3D V8

  • หน้าผ้า 3D open Mesh
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี 3D Advanced Chassis
  • ดอกยาง Contagrip MA
  • น้ำหนัก: 340 กรัม (ช) และ 300 กรัม (ญ)
  • Offset: 11 มม. (ปลายเท้าสูง 17 มม. และส้นเท้าสูง 28 มม.)
  • มีทั้งหน้าเท้าปกติ (D) และหน้าเท้ากว้าง (2E)
  • ราคา: 5,950 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon XA Pro 3D V8 GTX

Salomon XA Pro 3D V8 GTX (หรือ GORE-TEX) เป็นการนำ Salomon XA Pro 3D V8 มาเปลี่ยนหน้าผ้าเป็นหน้าผ้า Gore-Tex หรือหน้าผ้ากันน้ำ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่เปียกแฉะ หรือประเทศเขตหนาวที่มีหิมะตก โดยยังคงพื้นชั้นกลางและดอกยางตัวเดิม

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon XA Pro 3D V8 GTX

  • หน้าผ้ากันน้ำ Gore-Tex
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี 3D Advanced Chassis
  • ดอกยาง Contagrip MA
  • น้ำหนัก: 370 กรัม (ช) และ 315 กรัม (ญ)
  • Offset: 11 มม. (ปลายเท้าสูง 17 มม. และส้นเท้าสูง 28 มม.)
  • มีทั้งหน้าเท้าปกติ (D) และหน้าเท้ากว้าง (2E)
  • ราคา: 6,250 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon XA Wild

Salomon XA Wild เป็นอีกหนึ่งรุ่นรองเท้าคู่ขนานของ Salomon XA Pro 3D V8 ที่แตกต่างกันเพียงในส่วนของหน้าผ้าที่มีการเสริม Toe Cap ยางแบบหนาให้ครอบคลุมทั่วทั้งบริเวณปลายนิ้วเท้า และลวดลายของหน้าผ้าที่ดูทันสมัยขึ้น จึงทำให้มีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย แต่ในส่วนของพื้นชั้นกลางและดอกยางยังคงเป็นวัสดุเดียวกันกับของ Salomon XA Pro 3D V8

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon XA Wild

  • หน้าผ้า 3D open Mesh
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี 3D Advanced Chassis
  • ดอกยาง Contagrip MA
  • น้ำหนัก: 355 กรัม (ช) และ 300 กรัม (ญ)
  • Offset: 11 มม. (ปลายเท้าสูง 17 มม. และส้นเท้าสูง 28 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $130 (ในต่างประเทศมีราคาเท่ากับรุ่น XA Pro 3D V8 ส่วนในไทยนำเข้ามาจำหน่ายเพียงรุ่นหน้าผ้า GTX เท่านั้น)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon XA Wild GTX

Salomon XA Wild GTX เป็นการนำ Salomon XA Wild มาเปลี่ยนหน้าผ้าเป็นหน้าผ้า Gore-Tex หรือหน้าผ้ากันน้ำ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่เปียกแฉะ หรือประเทศเขตหนาวที่มีหิมะตก โดยยังคงพื้นชั้นกลางและดอกยางตัวเดิม

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon XA Wild GTX

  • หน้าผ้ากันน้ำ Gore-Tex
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี 3D Advanced Chassis
  • ดอกยาง Contagrip MA
  • น้ำหนัก: 375 กรัม (ช) และ 325 กรัม (ญ)
  • Offset: 11 มม. (ปลายเท้าสูง 17 มม. และส้นเท้าสูง 28 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: 5,550 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon XA Collider

Salomon XA Collider เป็นรองเท้าวิ่งเทรลกึ่งเดินป่า (Hiking) รุ่นเริ่มต้นที่เปิดตัวมาใหม่ โดยถูกออกแบบมาให้ใช้สำหรับการเดินป่าระยะสั้น ที่ไม่ทรุกันดารมากนัก หรือใส่วิ่งและท่องเที่ยวตามอุทยานป่าเขา ซึ่ง XA Collider ไม่ได้มีการเสริมโครงแข็งหรือมีการใส่เทคโนโลยี 3D Chassis อย่างในรุ่น XA Wild และ XA Pro 3D V8 มาให้ จึงทำให้รองเท้ามีน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษ

โดย Salomon XA Collider จะใช้หน้าผ้า Mesh ปกติ ที่เสริม Toe Cap แข็ง เล็กน้อย เน้นความเรียบง่ายและไม่ได้มีการเสริมโครง Sensifit เพื่อเพิ่มความกระชับ รวมทั้งไม่ได้มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace แต่จะใช้การมัดเชือกแบบปกติแทน

ในส่วนของพื้นชั้นกลางและดอกยาง จะใช้พื้น EnergyCell และดอกยางรุ่นเริ่มต้นที่เน้นความทนทานอย่าง Contagrip MD

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon XA Collider

  • หน้าผ้า Mesh ปกติ
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • ดอกยาง Contagrip MD
  • น้ำหนัก: 295 กรัม (ช) และ 255 กรัม (ญ)
  • Offset: 10 มม. (ปลายเท้าสูง 15 มม. และส้นเท้าสูง 25 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $90 (ประมาณ 2,7xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon XA Collider GTX

Salomon XA Collider GTX เป็นการนำ Salomon XA Collider มาเปลี่ยนหน้าผ้าเป็นหน้าผ้า Gore-Tex หรือหน้าผ้ากันน้ำ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่เปียกแฉะ หรือประเทศเขตหนาวที่มีหิมะตก โดยยังคงพื้นชั้นกลางและดอกยางตัวเดิม

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon XA Collider GTX

  • หน้าผ้ากันน้ำ Gore-Tex
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • ดอกยาง Contagrip MD
  • น้ำหนัก: 320 กรัม (ช) และ 275 กรัม (ญ)
  • Offset: 10 มม. (ปลายเท้าสูง 15 มม. และส้นเท้าสูง 25 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $110 (ประมาณ 3,3xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon XA Rogg

Salomon XA Rogg เป็นรองเท้าวิ่งเทรลกึ่งเดินป่า (Hiking) ที่เป็นการนำเอารองเท้ารุ่น XA Collider มาปรับปรุงหน้าผ้าเพิ่มเติม โดยจะมีการสกรีนยาง (Overlays) รอบตัวรองเท้า และเปลี่ยนจากการมัดเชือกธรรมดาให้เป็นระบบมัดเชือกแบบ Quicklace แต่ไม่ได้มาพร้อมกับช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)

ในส่วนของพื้นชั้นกลางและดอกยาง จะใช้พื้น EnergyCell และดอกยาง Contagrip MD แบบเดียวกับรุ่น XA Collider

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon XA Rogg

  • หน้าผ้า Mesh ปกติ
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • ดอกยาง Contagrip MD
  • น้ำหนัก: 305 กรัม (ช) และ 265 กรัม (ญ)
  • Offset: 10 มม. (ปลายเท้าสูง 15 มม. และส้นเท้าสูง 25 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $145 (ประมาณ 4,3xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon XA Rogg GTX

Salomon XA Rogg GTX เป็นการนำ Salomon XA Rogg มาเปลี่ยนหน้าผ้าเป็นหน้าผ้า Gore-Tex หรือหน้าผ้ากันน้ำ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่เปียกแฉะ หรือประเทศเขตหนาวที่มีหิมะตก โดยยังคงพื้นชั้นกลางและดอกยางตัวเดิม

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon XA Rogg GTX

  • หน้าผ้ากันน้ำ Gore-Tex
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • ดอกยาง Contagrip MD
  • น้ำหนัก: 335 กรัม (ช) และ 290 กรัม (ญ)
  • Offset: 10 มม. (ปลายเท้าสูง 15 มม. และส้นเท้าสูง 25 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $165 (ประมาณ 4,9xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon X Alpine /Pro

Salomon X Alpine /Pro เป็นรองเท้าวิ่งเทรลกึ่งปีนเขาไต่เขา (Climbing) ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการวิ่งไต่ภูเขาหินโดยเฉพาะ ที่มีจุดเด่นในเรื่องของพื้นยางบริเวณปลายเท้าที่มีรูปทรงโค้งลักษณะแบนเรียบ เอาไว้ยันตัว ขณะไต่ขึ้นภูเขาหิน ซึ่งทาง Salomon เรียกว่า “Climbing zone” รวมทั้งยังมาพร้อมกับแผ่นคาร์บอนรูปทรงพิเศษ (ถูกเรียกว่า Carbon Edging Chassis) เพื่อเพิ่มความเสถียรและช่วยป้องกันเท้าพลิกบนเส้นทางหินลอย โดยเท้ายังสามารถงอตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ

โดย Salomon X Alpine /Pro จะมาพร้อมกับหน้าผ้า Mesh ปกติ ที่สกรีนยาง (Overlays) รอบตัวรองเท้า เพื่อเพิ่มความทนทานและการปกป้องเท้า นอกจากนี้ยังมีการเสริมโครง SensiFit บริเวณกลางเท้า เพื่อเพิ่มความกระชับ รวมทั้งมาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace และช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)

ในส่วนของพื้นชั้นกลางและดอกยาง จะใช้พื้น EnergyCell และดอกยางที่เน้นการเกาะพื้นอย่าง Contagrip TA และแม้ว่า รองเท้าที่มีการเสริมโครงด้านในด้วย Carbon Edging Chassis จะมีความเสถียรและเหมาะกับเส้นทางที่ทรุกันดาร แต่ด้วยความแข็งของพื้นทำให้รองเท้าคู่นี้ไม่เหมาะสำหรับการวิ่งบนทางดินเรียบเท่าไหร่นัก

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon X Alpine /Pro

  • หน้าผ้า Mesh ปกติ
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี Carbon Edging Chassis
  • ดอกยาง Contagrip TA พร้อมกับ Climbing zone
  • น้ำหนัก: 310 กรัม (ช) และ 270 กรัม (ญ)
  • Offset: 6 มม. (ปลายเท้าสูง 18.3 มม. และส้นเท้าสูง 24.3 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $160 (ประมาณ 4,8xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon S/Lab XA Alpine 2

Salomon S/Lab XA Alpine 2  เป็นรองเท้าวิ่งเทรลกึ่งปีนเขาไต่เขา (Climbing) ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการไต่ภูเขาหินและภูเขาหิมะโดยเฉพาะ ซึ่งมีลักษณะที่คล้ายกับ S/Lab X Alpine Modular ที่เป็นส่วนเสริมของ S/Lab Sense 8 แต่ในส่วนของ Salomon S/Lab XA Alpine 2 จะเป็นรองเท้าที่แยกออกมาหนึ่งคู่ ซึ่งไม่ใช่ส่วนเสริม

โดย Salomon S/Lab XA Alpine 2 จะเป็นการยกเอาพื้นชั้นกลาง ดอกยางและเทคโนโลยีแผ่นคาร์บอน (Carbon Edging Chassis) ของรุ่น X ALPINE /PRO มาทั้งหมด แต่จะเปลี่ยนเฉพาะหน้าผ้า ที่เป็นแบบ 2 ชั้น

ซึ่งหน้าผ้าของ Salomon S/Lab XA Alpine 2 จะมีหน้าผ้าชั้นในและชั้นนอก โดยหน้าผ้าชั้นในจะเป็นการนำหน้าผ้าของรุ่น S/Lab Sense 8 มาใช้ (ภายในมี ระบบมัดเชือกแบบ Quicklace และช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)) และหน้าผ้าชั้นนอกจะเป็นแบบหุ้มข้อสูง (ใช้การรูดซิปปิด) ที่มีคุณสมบัติกันน้ำ (Water repellent)

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon S/Lab XA Alpine 2

  • หน้าผ้า 2 ชั้น
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี Carbon Edging Chassis
  • ดอกยาง Contagrip TA พร้อมกับ Climbing zone
  • น้ำหนัก: 370 กรัม
  • Offset: 6 มม. (ปลายเท้าสูง 16 มม. และส้นเท้าสูง 22 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $250 (ประมาณ 7,5xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

รองเท้าวิ่งเทรลสำหรับทางเทรลผสม  (All types of terrain)

ในที่สุดก็มาถึง ประเภทรองเท้าที่นักวิ่งหลายท่านน่าจะรอคอย นั่นก็คือ รองเท้าวิ่งเทรลสำหรับทางเทรลผสม  (All types of terrain) ซึ่งรองเท้าประเภทนี้ออกแบบมาไว้สำหรับการวิ่งบนเส้นทางเทรลผสม ที่มีทั้งทางดินเรียบและทางทรุกันดาร แต่โดยส่วนใหญ่จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อใส่วิ่งบนเส้นทางที่ไม่ทรุกันดารมากนัก เช่น ทางดินเรียบและแห้ง โดยรองเท้าประเภทนี้จะมีลักษณะเด่นในเรื่องของน้ำหนักที่เบา และมีความใกล้เคียงกับรองเท้าวิ่งถนน นอกจากนี้จะมาพร้อมกับดอกยางอเนกประสงค์ ที่มีลักษณะเรียงชิดติดกันและไม่สูงมากนัก (ส่วนใหญ่ดอกยางจะสูง 3 – 4 มม.) ทำให้นักวิ่งเทรลส่วนใหญ่จะเลือกใช้รองเท้าประเภทนี้ทั้งในการซ้อมและการลงแข่งขัน

Salomon Sense Ride 3

Salomon Sense Ride 3 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลมหาชนจากทาง Salomon ที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการใส่ซ้อมวิ่งในทุก ๆ วัน (Daily Run) และนำไปใส่ซ้อมวิ่งระยะไกล (Long Run) (สามารถเข้าไปรับชมประวัติและที่มาของ Salomon ตระกูล Sense ได้ที่นี่)

โดย Salomon Sense Ride 3 จะมาพร้อมกับหน้าผ้า Mesh ปกติ ที่มีการเสริมโครง SensiFit และโครงผ้ายืดด้านใน (EndoFit) บริเวณกลางเท้า เพื่อเพิ่มความกระชับ รวมทั้งมาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace และช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)

ซึ่งจุดเด่นของ Sense Ride 3 จะเป็นในส่วนของพื้นชั้นกลาง ที่เป็นการนำเอาเทคโนโลยีของรองเท้าถนนของ Salomon อย่างพื้นโฟม Optivibe มาใช้ โดย พื้น Optivibe จะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนเนื้อโฟม ที่เป็นวัสดุผสมระหว่าง EVA กับ Olefin และอีกส่วนหนึ่งคือ JPAD ซึ่ง JPAD จะเป็นแผ่นยาง EVA พิเศษไว้สำหรับรับแรงกระแทกบริเวณส้นเท้า เพื่อลดอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อขาเวลาวิ่งในระยะทางไกล ซึ่งทาง Salomon จะเรียกรวม 2 ส่วนนี้ว่า Optivibe [opti.vibe] และในส่วนของดอกยางจะใช้ดอกยาง Contagrip MA แบบลายดอกยางอเนกประสงค์

ความรู้เพิ่มเติม

Olefin หรือชื่อเต็ม Olefin Block Copolymers เป็นวัสดุที่ทางบริษัทเคมีภัณฑ์ของอเมริกาอย่าง DOW chemical เป็นผู้ผลิต โดยมีชื่อทางการค้าว่า “INFUSE” โดยวัสดุ Olefin มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับ TPU หรือวัสดุตั้งต้นที่ใช้ผลิต Boost ของ Adidas แต่มีข้อดีในเรื่องของต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า หรือพูดง่าย ๆ ว่า มีราคาที่ถูกกว่านั้นเอง

ดังนั้น ถ้าหากท่านกำลังมองหารองเท้าวิ่งเทรลสำหรับใส่ซ้อมเป็นประจำทุกวัน (Daily Run) หรือใช้สำหรับการวิ่งระยะไกล (Long Run), Salomon Sense Ride 3 ก็เป็นตัวเลือกที่พลาดไม่ได้

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Sense Ride 3

  • หน้าผ้า Mesh ปกติ
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง Optivibe
  • มาพร้อมกับแผ่นรองกันหิน Profeel Film
  • ดอกยาง Contagrip MA
  • น้ำหนัก: 280 กรัม (ช) และ 235 กรัม (ญ)
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 19 มม. และส้นเท้าสูง 27 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: 4,450 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon Sense Ride 3 GTX Invisible Fit

Salomon Sense Ride 3 GTX Invisible Fit เป็นการนำ Salomon Sense Ride 3 มาเปลี่ยนหน้าผ้าเป็นหน้าผ้า Gore-Tex แบบพิเศษ ที่เป็นการนำเอาเส้นใย Gore-Tex มาทอรวมกับหน้าผ้าด้านนอกเท่านั้น ซึ่งหน้าผ้าภายในยังคงเป็นหน้าผ้าปกติ ทำให้รู้สึกสวมใส่สบายกว่ารองเท้าหน้าผ้า Gore-Tex ทั่วไป แต่ยังคงคุณสมบัติกันน้ำเหมือนเดิม โดยทาง Salomon เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า “Invisible Fit” และในส่วนของพื้นชั้นกลางและดอกยางยังคงเป็นตัวเดียวกับรุ่น Sense Ride 3 ปกติ

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Sense Ride 3 GTX Invisible Fit

  • หน้าผ้า Gore-Tex Invisible Fit
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง Optivibe
  • มาพร้อมกับแผ่นรองกันหิน Profeel Film
  • ดอกยาง Contagrip MA
  • น้ำหนัก: 290 กรัม (ช) และ 250 กรัม (ญ)
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 19 มม. และส้นเท้าสูง 27 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $160 (ประมาณ 4,8xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon Sense 4 /Pro

Salomon Sense 4 /Pro (หรือเรียกอีกชื่อว่า Sense Pro 4) เป็นรองเท้าวิ่งเทรลตัวซ้อม ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใส่ซ้อมแทนตัวแข่งอย่าง S/Lab Sense 8 โดยจะมีองศาของพื้นชั้นกลางและ Drop ที่ไม่ต่างจากรุ่น S/Lab Sense 8 แต่จะมีการเพิ่มความสูงของพื้นชั้นกลางทั้งหน้าและหลังอีก 1 มม. และขยายฐานของรองเท้าบริเวณกลางเท้า รวมทั้งเปลี่ยนวัสดุพื้นชั้นกลางไปเป็นพื้นโฟม Optivibe เพื่อเพิ่มความนุ่มและการรับแรงกระแทกที่ดีขึ้น เพื่อให้เหมาะกับการนำไปใส่ซ้อมเป็นประจำทุกวัน

โดย Salomon Sense 4 /Pro จะมาพร้อมกับหน้าผ้ากันน้ำ (Hydrophobic Upper Mesh) ที่มีการเสริมโครง SensiFit และโครงผ้ายืดด้านใน (EndoFit) บริเวณกลางเท้า เพื่อเพิ่มความกระชับ รวมทั้งมาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace และช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage) และในส่วนของดอกยางจะใช้ดอกยาง Contagrip MA แบบลายดอกยางอเนกประสงค์

ดังนั้น ถ้าหากท่านเป็นนักวิ่งมืออาชีพที่ต้องการรองเท้าวิ่งเทรลสำหรับใส่ซ้อมเป็นประจำทุกวัน (Daily Run) ที่เน้นการตอบสนองและทำความเร็ว หรือใช้สำหรับการแข่งขัน (Race Day), Salomon Sense 4 /Pro ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจตัวหนึ่ง

ในส่วนของระยะทำการของรองเท้าคู่นี้ อยู่ที่ 0 – 170 กม. ก็ไม่ผิดนัก หากอ้างอิงตามต้นแบบอย่าง S/Lab Sense 8 ที่นักวิ่งเทรลระดับโลกอย่าง Killian Jornet ใช้งาน แต่หากท่านไม่ใช่นักวิ่งอาชีพ พื้นชั้นกลางที่ค่อนข้างเฟิร์ม ทำให้ระยะที่เหมาะสมของ Salomon Sense 4 /Pro ควรจะอยู่ที่ 0 – 50 กม. เท่านั้น

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Sense 4 /Pro

  • หน้าผ้ากันน้ำ (Hydrophobic Upper Mesh)
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง Optivibe
  • มาพร้อมกับแผ่นรองกันหิน Profeel Film
  • ดอกยาง Contagrip MA
  • น้ำหนัก: 272 กรัม (ช) และ 215 กรัม (ญ)
  • Offset: 4 มม. (ปลายเท้าสูง 17 มม. และส้นเท้าสูง 21 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: 4,850 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon S/LAB SENSE 8

Salomon S/LAB SENSE 8 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลตัวแข่ง ที่ถูกออกแบบตามความต้องการของนักวิ่งเทรลระดับโลกเจ้าของแชมป์ UTMB 3 สมัยอย่าง Killian Jornet โดยเฉพาะ (สามารถเข้าไปรับชมประวัติและที่มาของ Salomon ตระกูล Sense ได้ที่นี่)

โดย Salomon S/LAB SENSE 8 มาพร้อมกับหน้าผ้า Knit กันน้ำ (Water repellent) ที่มีการเสริมโครง SensiFit บริเวณกลางเท้า เพื่อเพิ่มความกระชับ รวมทั้งมาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace และช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)

ซึ่งจุดเด่นของ Salomon S/LAB SENSE 8 คือในส่วนพื้นชั้นกลาง EnergyCell+ น้ำหนักเบา ที่มีการทำพื้นให้มีความหนาแน่น 2 ส่วน (Dual density midsole) บริเวณอุ้งเท้า ไว้สำหรับลดอาการเมื่อยล้าจากการวิ่งระยะไกล (นักวิ่งเท้าแบนก็จะได้ประโยชน์ในส่วนนี้ด้วย) นอกจากนี้ยังมีการใช้แผ่นรองกันหินคาร์บอน (Profeel Film) บริเวณปลายเท้า เพื่อปกป้องเท้าจากหินหรือกิ่งไม้ที่คม ๆ และในส่วนของดอกยางจะใช้ดอกยาง Contagrip MA แบบลายดอกยางอเนกประสงค์

ดังนั้น ถ้าหากท่านเป็นนักวิ่งมืออาชีพที่ต้องการรองเท้าวิ่งเทรลสำหรับใส่ลงแข่งขัน (Race Day) โดยเฉพาะ, Salomon S/LAB SENSE 8 ก็เป็นตัวเลือกที่พลาดไม่ได้

ในส่วนของระยะทำการของรองเท้าคู่นี้ อยู่ที่ 0 – 170 กม. ก็ไม่ผิดนัก หากอ้างอิงตามนักวิ่งเทรลระดับโลกอย่าง Killian Jornet ที่นำรุ่นรองเท้าตระกูลนี้ไปคว้าแชมป์ UTMB มาแล้ว แต่หากท่านไม่ใช่นักวิ่งอาชีพ พื้นชั้นกลางที่ค่อนข้างบางและเฟิร์ม ทำให้ระยะที่เหมาะสมของ Salomon S/LAB SENSE 8 ควรจะอยู่ที่ 0 – 50 กม. เท่านั้น

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon S/LAB SENSE 8

  • หน้าผ้า Knit เคลือบกันน้ำ (Water-Repellent)
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell+
  • มาพร้อมกับแผ่นรองกันหิน Profeel Film แบบคาร์บอน
  • ดอกยาง Contagrip MA
  • น้ำหนัก: 195 กรัม
  • Offset: 4 มม. (ปลายเท้าสูง 16 มม. และส้นเท้าสูง 20 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: 6,550 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon S/Lab XA Amphib 2

Salomon S/Lab XA Amphib 2 เป็นอีกหนึ่งรองเท้าวิ่งเทรลตัวแข่ง ที่ถูกหยิบมาใช้โดยนักแข่งของทีม Salomon หลายต่อหลายคนในรายการแข่งขัน Golden Trail Series ปี 2020 ที่ผ่าน ซึ่งรองเท้าคู่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในสนามที่เปียกแฉะที่ต้องลุยน้ำ เช่น การวิ่งข้ามแม่น้ำและธารน้ำ หรือแม้แต่ในวันที่ฝนตก โดยจะเป็นการเปลี่ยนแนวคิดจากการกันน้ำไปเป็นการระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วแทน

โดยจุดเด่นสำคัญของ Salomon S/Lab XA Amphib 2 จะอยู่ที่หน้าผ้า ซึ่งถูกออกแบบให้สามารถระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วและไม่อมน้ำ ตามแนวคิดการออกแบบรองเท้าคู่นี้ของ Salomon ที่ว่า “น้ำหนักเบา เมื่ออยู่ในน้ำ แห้งไวเมื่อถึงพื้นดิน และรองเท้าคือคู่หู ไม่ใช่ตัวถ่วง” รวมทั้งมีการเสริมโครง TPU รอบตัว (Skinguard) เพื่อเพิ่มความทนทานของหน้าผ้า 

นอกจากนี้ยังที่มีการเสริมโครง SensiFit และโครงผ้ายืดด้านใน (EndoFit) บริเวณกลางเท้า เพื่อเพิ่มความกระชับ รวมทั้งมาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace และช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)

ซึ่ง Salomon S/Lab XA Amphib 2 จะมาพร้อมกับพื้นชั้นกลางลักษณะเดียวกับรุ่น S/LAB SENSE 8 คือ ใช้พื้นชั้นกลาง EnergyCell+ น้ำหนักเบา (แต่มีความกว้างบริเวณกลางเท้าที่มากกว่า) และมีการทำพื้นให้มีความหนาแน่น 2 ส่วน (Dual density midsole) บริเวณอุ้งเท้า ไว้สำหรับลดอาการเมื่อยล้าจากการวิ่งระยะไกล นอกจากนี้ยังมีการใช้แผ่นรองกันหินคาร์บอน (Profeel Film) บริเวณปลายเท้า เพื่อปกป้องเท้าจากหินหรือกิ่งไม้ที่คม ๆ แต่ในส่วนของดอกยางจะใช้ดอกยาง Contagrip TA ที่มีลายดอกที่ลึกและห่าง ไว้สำหรับการวิ่งบนทางที่เปียกแฉะ

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon S/Lab XA Amphib 2

  • หน้าผ้า Mesh ที่ระบายอากาศและน้ำได้เป็นอย่างดี (Water evacuation) + เสริมโครง TPU รอบตัว (Skinguard)
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell+
  • มาพร้อมกับแผ่นรองกันหิน Profeel Film แบบคาร์บอน
  • ดอกยาง Contagrip TA
  • น้ำหนัก: 215 กรัม
  • Offset: 4 มม. (ปลายเท้าสูง 16 มม. และส้นเท้าสูง 20 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $180 (ประมาณ 5,4xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon Ultra Pro

Salomon Ultra Pro เป็นรองเท้าวิ่งเทรลตัวซ้อมที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อใส่ซ้อมแทนตัวแข่งระยะไกล (0-170 กม.) อย่าง Salomon S/Lab Ultra 2 โดยจะมีองศาของพื้นชั้นกลางและ Drop ที่ไม่ต่างจากรุ่น S/Lab Ultra 2 แต่จะมีการเพิ่มความสูงของพื้นชั้นกลางทั้งหน้าและหลังอีก 1 มม. และขยายความกว้างของบริเวณปลายเท้าเล็กน้อย รวมทั้งดอกยางที่สูงขึ้นจากตัวแข่งอีก 1 มม. (Salomon Ultra Pro ดอกยางสูง 5 มม. แต่ในส่วน S/Lab Ultra 2 ดอกยางจะสูงเพียง 4 มม.)

นอกจากนี้ จุดเด่นสำคัญ Salomon Ultra Pro จะอยู่ที่พื้นโฟมบริเวณปลายเท้า ที่จะมีการเสริมโฟม TPU ด้านใน ที่ทาง Salomon เรียกว่า “Energy Save” (ซึ่งเป็นวัสดุตระกูลเดียวกับ Adidas Boost แต่ในรุ่นตัวแข่งอย่าง S/Lab Ultra 2 จะเป็นการเสริมโฟม PU แทน ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับ Brooks DNA AMP ที่ให้การส่งคืนแรงได้ดีกว่า TPU แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการไม่ทนต่อสภาพแวดล้อม หรือพูดง่าย ๆ ว่า ถ้าใช้ไปนาน ๆ โฟมจะเปื่อยและหมดอายุไปเอง) จึงทำให้ Salomon Ultra Pro เหมาะกับการนำไปใส่ซ้อมเป็นประจำทุกวัน

อีกจุดเด่นของรุ่น Salomon Ultra Pro คือ ความสูงของรองเท้าสำหรับผู้ชายและผู้หญิงจะไม่เท่ากัน โดยรุ่นสำหรับผู้หญิงจะมีพื้นที่เตี้ยลง 4 มม. เพื่อให้เหมาะกับสรีระของผู้หญิงมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของหน้าผ้า Salomon Ultra Pro จะมาพร้อมกับหน้าผ้า 3D Mesh ที่มีการเสริมโครง SensiFit และโครงผ้ายืดด้านใน (EndoFit) บริเวณกลางเท้า เพื่อเพิ่มความกระชับ รวมทั้งมาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace และช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage) รวมทั้งมีการเสริมโครง TPU รอบตัว (Skinguard) เพื่อเพิ่มความทนทานของหน้าผ้า 

โดย Salomon Ultra Pro จะใช้พื้นชั้นกลาง EnergyCell+ แบบความหนาแน่น 2 ส่วน (Dual density midsole) ที่บริเวณส้นเท้าจะนุ่มกว่าบริเวณปลายเท้า (แต่โดยรวมสำนักรีวิวต่างประเทศส่วนใหญ่ยังให้ความเห็นว่าเป็นรองเท้าที่เฟิร์มอยู่ดี) และในส่วนของดอกยางจะใช้ดอกยาง Contagrip MA แบบลายดอกยางอเนกประสงค์

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Ultra Pro

  • หน้าผ้า 3D Mesh + เสริมโครง TPU รอบตัว (Skinguard)
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell+
  • มาพร้อมกับการฝังพื้นโฟม Energy Save บริเวณปลายเท้า
  • ดอกยาง Contagrip MA
  • น้ำหนัก: 300 กรัม (ช) และ 260 กรัม (ญ)
  • Offset: 8 มม.
    • โดย ปลายเท้าสูง 19 มม. และส้นเท้าสูง 27 มม. สำหรับรุ่นผู้ชาย
    • และ ปลายเท้าสูง 15 มม. และส้นเท้าสูง 23 มม. สำหรับรุ่นผู้หญิง
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: 5,950 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon S/Lab Ultra 3

ถ้า Salomon S/Lab Sense คือรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อ Killian Jornet, Salomon S/Lab Ultra ก็คือรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อนักแข่งระดับโลกที่ดังไม่แพ้กันอย่าง Fraçois d’Haene ที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ UTMB 3 สมัย ซึ่งเขาคนนี้เป็นนักวิ่งที่วิ่งลงกลางเท้าและส้นเท้าเป็นหลัก ทำให้ S/Lab ตระกูล Ultra ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการวิ่งลงกลางเท้าและส้นเท้าเท่านั้น ซึ่งต่างจาก S/Lab Sense ที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการวิ่งลงปลายเท้า

Fraçois d’Haene อีกหนึ่งแชมป์ UTMB 3 สมัยชาวฝรั่งเศส ผู้ซึ่งมีส่วนสูงถึง 192 ซม.

Salomon S/Lab Ultra 3 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลตัวแข่งระยะไกล (0-170 กม.) ที่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นจาก S/Lab Ultra 2 โดยในปีนี้มีปรับปรุงในส่วนของหน้าผ้าเป็นหลัก แต่ในส่วนของพื้นชั้นกลางก็ได้รับการปรับปรุงด้วยเล็กน้อยเช่นกัน

โดยในส่วนของหน้าผ้าจะถูกเปลี่ยนเป็นหน้าผ้ารุ่นใหม่อย่าง Anti-debris Mesh แบบหุ้มข้อ (Integrated Gaiter) เพื่อป้องกันเศษหินและเศษดินที่จะเข้าไปในรองเท้า และยังมีการเสริมโครง SensiFit และโครงผ้ายืดด้านใน (EndoFit) เพื่อเพิ่มความกระชับ รวมทั้งมาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace และช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)

ในส่วนของพื้นชั้นกลางจะมีการปรับปรุงเพิ่มความสูงของพื้นชั้นกลางทั้งหน้าและหลังอีก 2 มม. จากเดิม S/Lab Ultra 2 มีความสูงพื้น 18 มม./26 มม. ส่วนในรุ่นใหม่อย่าง S/Lab Ultra 3 จะมีความสูงพื้น 20 มม./28 มม. เพื่อให้เหมาะกับการแข่งขันระยะไกลมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงใช้พื้นชั้นกลาง EnergyCell+

อย่างไรก็ตามในส่วนของโฟม Energy Save บริเวณปลายเท้า Salomon ยังคงเลือกใช้เป็น วัสดุ PU และดอกยางยังคงใช้ดอกยาง Contagrip MA แบบลายดอกยางอเนกประสงค์ รวมยังมีการใช้แผ่นรองกันหินคาร์บอน (Profeel Film) บริเวณปลายเท้า เพื่อปกป้องเท้าจากหินหรือกิ่งไม้ที่คม ๆ เหมือนกับในรุ่น S/Lab Ultra 2

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon S/Lab Ultra 3

  • หน้าผ้า Anti-debris Mesh แบบหุ้มข้อ (Integrated Gaiter)
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace + ช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell+
  • มาพร้อมกับแผ่นรองกันหิน Profeel Film แบบคาร์บอน
  • ดอกยาง Contagrip MA
  • น้ำหนัก: 290 กรัม
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 20 มม. และส้นเท้าสูง 28 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $180 (ประมาณ 5,4xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

รองเท้าวิ่งเทรลสำหรับทางดินและทางถนน (Hybrid)

รองเท้าวิ่งเทรลประเภทกึ่งถนนกึ่งเทรล (Hybrid Trail running shoes) ถูกออกแบบมาไว้สำหรับนักวิ่งมือใหม่ที่กำลังเข้าสู่การวิ่งเทรล เช่น การวิ่งเทรลในอุทยาน หรือวิ่งตามสวนสาธารณะ ซึ่งในปัจจุบันรองเท้าวิ่งเทรลประเภทนี้มักจะถูกควบรวมกับรองเท้าวิ่งเทรลประเภทสันทนาการทั่วไป (Recreational Trail Running Shoes หรือ Tank) ที่หนานุ่ม โดยรองเท้าประเภทนี้มักจะมีดอกยางสูงเพียง 2 – 3 มม. เท่านั้น

Salomon Sense Flow

Salomon Sense Flow เป็นรองเท้าวิ่งเทรลกึ่งถนนกึ่งเทรลรุ่นเริ่มต้น ที่ถูกออกแบบให้มีดอกยางที่สั้นและชิด ไว้สำหรับนักวิ่งมือใหม่ที่กำลังเข้าสู่การวิ่งเทรล เช่น การวิ่งเทรลในอุทยาน หรือวิ่งตามสวนสาธารณะ

โดย Salomon Sense Flow มาพร้อมกับหน้าผ้าระบายอากาศได้ดีอย่าง 3D Mesh ที่มีการเสริมโครง Sensifit บริเวณกลางเท้า เพื่อเพิ่มความกระชับ รวมทั้งมาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace แต่ไม่ได้มาพร้อมกับช่องเก็บสายบริเวณลิ้นรองเท้า (Quicklace Garage)

ในส่วนของพื้นชั้นกลางจะใช้พื้นโฟม EnergyCell และมาพร้อมกับดอกยางรุ่นเริ่มต้นที่เน้นความทนทานอย่าง Contagrip MD

ดังนั้น ถ้าหากท่านกำลังหารองเท้าวิ่งเทรลที่ราคาไม่แพงนัก ไว้ใช้สำหรับการวิ่งทั้งบนถนนและทางดินที่ไม่ทรุกันดารมากนัก, Salomon Sense Flow ก็เป็นตัวเลือกหนึ่ง

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Sense Flow

  • หน้าผ้า 3D Mesh
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • ดอกยาง Contagrip MD
  • น้ำหนัก: 257 กรัม (ช) และ 224 กรัม (ญ)
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 16 มม. และส้นเท้าสูง 24 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: 3,850 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon Sense Flow GTX

Salomon Sense Flow GTX เป็นการนำ Salomon Sense Flow มาเปลี่ยนหน้าผ้าเป็นหน้าผ้า Gore-Tex หรือหน้าผ้ากันน้ำ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่เปียกแฉะ หรือประเทศเขตหนาวที่มีหิมะตก โดยยังคงพื้นชั้นกลางและดอกยางตัวเดิม

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Sense Flow GTX

  • หน้าผ้ากันน้ำ Gore-Tex
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • ดอกยาง Contagrip MD
  • น้ำหนัก: 283 กรัม (ช) และ 242 กรัม (ญ)
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 16 มม. และส้นเท้าสูง 24 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $130 (ประมาณ 3,9xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon Sense Feel

Salomon Sense Feel เป็นอีกหนึ่งเวอร์ชันของ Salomon Sense Flow ที่ไม่ได้มีการเสริมโครง Sensifit บริเวณกลางเท้า ทำให้มีน้ำหนักที่ลดลง รวมไปถึงสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่ถูกลง ซึ่งในส่วนของพื้นชั้นกลางและดอกยางยังคงเป็นแบบเดียวกับรุ่น Sense Flow

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Sense Feel

  • หน้าผ้า 3D Mesh
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • ดอกยาง Contagrip MD
  • น้ำหนัก: 247 กรัม (ช) และ 213 กรัม (ญ)
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 16 มม. และส้นเท้าสูง 24 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $80 (ประมาณ 2,4xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider
Salomon Sense Feel GTX

Salomon Sense Feel GTX เป็นการนำ Salomon Sense Feel มาเปลี่ยนหน้าผ้าเป็นหน้าผ้า Gore-Tex หรือหน้าผ้ากันน้ำ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่เปียกแฉะ หรือประเทศเขตหนาวที่มีหิมะตก โดยยังคงพื้นชั้นกลางและดอกยางตัวเดิม

ข้อมูลจำเพาะของ Salomon Sense Feel GTX

  • หน้าผ้ากันน้ำ Gore-Tex
  • มาพร้อมกับระบบมัดเชือกแบบ Quicklace
  • พื้นชั้นกลาง EnergyCell
  • ดอกยาง Contagrip MD
  • น้ำหนัก: 273 กรัม (ช) และ 235 กรัม (ญ)
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 16 มม. และส้นเท้าสูง 24 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (D)
  • ราคา: $100 (ประมาณ 3,0xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

ในส่วนของรองเท้ารุ่นที่ใหม่ที่กำลังจะมาวางจำหน่ายในปี 2021 อย่าง Salomon S/Lab Phantasm (รองเท้าถนนตัวใหม่ของ Salomon ถูกวางจำหน่ายแล้วในบางประเทศ), Salomon S/Lab Pulsar (รองเท้าวิ่งเทรลตัวแข่งตัวใหม่ ยังไม่เปิดเผยวันวางจำหน่าย) และ Salomon Sense Ride 4 (ตัวอัพเดทล่าสุดของตระกูล Sense Ride มีกำหนดวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ 2021) ทางเรา Running Profiles จะเขียนมาในบทความต่อ ๆ ไป

แอดมินหวังว่าบทความนี้เป็นจะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่งหรือผู้ที่สนใจในการวิ่งหลาย ๆ ท่าน ถ้าหากท่านใดมีคำถามหรืออยากจะแชร์ประสบการณ์ในการวิ่งสามารถเข้าไปคอมเม้นได้ในเพจ FB: Running Profiles หรือเข้าไปติดตามรับชมรีวิวบน Youtube: Running Profiles ได้เลยครับ ฝากกดไลน์และติดตามด้วยครับ ขอให้วิ่งให้สนุกครับ

More on this topic

Popular stories

5 ประเภทรองเท้าวิ่งที่นักวิ่งควรรู้ก่อนเป็นโปร

การวิ่งเป็นกีฬาที่เข้าถึงง่ายที่สุดในโลก การวิ่งไม่ต้องการอุปกรณ์ที่พิเศษหรือสิ่งของราคาแพงในการเริ่มที่จะออกไปวิ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั้นก็คือ “รองเท้าวิ่งที่ดีสักคู่หนึ่ง” ท่านเคยรู้สึกไหมว่ารองเท้าบางคู่พื้นแข็งจนใส่วิ่งได้แค่ในระยะสั้น ๆ ส่วนอีกคู่พื้นนุ่ม แต่ทำความเร็วได้ยาก หรือ จะต้องซ้อมตามแผน 10k, 21k, 42k ที่มีการฝึก Easy days, Long run, Interval และ Tempo...

กำจัดกลิ่นพลาสติกในขวดน้ำของนักวิ่ง

ขวดน้ำพลาสติกสำหรับนักวิ่งไม่ว่าจะเป็นขวดแบบแข็งหรือแบบอ่อนก็มักจะพบเจอปัญหาเรื่องกลิ่นพลาสติกที่ปะปนเข้าไปในน้ำดื่ม วันนี้เราจะมาอธิบายวิธีการลดกลิ่นพลาสติกในขวดน้ำของนักวิ่งและวิธีการทำความสะอาดไม่ให้กลิ่นเหล่านี้กลับมารบกวนใจเราอีก ติดตามได้เลยครับ ขวดน้ำแบบนิ่ม (Soft Flask) โดยส่วนใหญ่จะผลิตจากพลาสติก TPU (Thermoplastic Polyurethanes) เกรดอุตสาหกรรมอาหาร หรือขวดน้ำแบบแข็ง ก็มักจะผลิตจาก PE...

คาเฟอีนในชาหรือกาแฟ เหมาะกับนักวิ่งแค่ไหน?

นักวิ่งหลายท่านคงสงสัยว่า คาเฟอีนในชาหรือกาแฟ มันช่วยให้เราวิ่งได้ดีขึ้นจริงหรือ ? นอกจากข้อดี ยังมีข้อเสียอีกไหม ? และควรดื่มก่อนวิ่งกี่นาที ? รวมทั้งต้องดื่มปริมาณเท่าไรดีล่ะ ? วันนี้เราจะมาตอบคำถามเหล่านี้กันโดยเริ่มจาก ข้อดี...

ประวัติแบรนด์ COROS นาฬิกาสำหรับการวิ่งที่มาแรงที่สุดในโลก ฉบับสมบูรณ์

วันนี้เราจะมาเล่าถึง ประวัติแบรนด์นาฬิกาสำหรับการวิ่งที่มาแรงที่สุด ณ ตอนนี้ อย่าง COROS Wearables กัน ประวัติจะร้อนแรงและตื่นเต้นน่าสนใจเพียงใดเชิญติดตามได้เลยครับ ณ งาน GeekWire Summit...

โฟม Zoom X ของทาง Nike คืออะไร และวัสดุ PEBAX คืออะไร

นักวิ่งหลายท่านคงสงสัยว่า โฟม Zoom X ของทาง Nike ที่ถูกใช้ในรองเท้าตัวแข่งอย่าง Nike ZoomX Vaporfly NEXT% และตัวใหม่อย่าง Nike Air Zoom Alphafly NEXT% นั่นเป็นวัสดุอะไร และมันดียังไง วันนี้เราจะมาไขคำตอบกันครับ

รองเท้าวิ่งเทรลของ Decathlon แต่ละรุ่น แตกต่างกันยังไง แล้วเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ?

รองเท้าวิ่งเทรลของ Decathlon จะมีอยู่ 5 รุ่นหลัก โดยแต่ละรุ่นจะมีการออกแบบเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาอธิบายกันว่าแต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้งานแบบไหน และเหมาะกับนักวิ่งประเภทไหน ติดตามได้เลยครับ ความรู้เพิ่มเติม แบรนด์ Decathlon (อ่านว่า ดี-แคท-ลอน)...