รองเท้าวิ่งเทรล Saucony ของปี 2020 มีรุ่นอะไรบ้างและแต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้งานอะไร?

Related Articles

วันนี้เราจะมาต่อกันกับคำถามที่ว่า รองเท้าวิ่งเทรลของแบรนด์ Saucony ในปี 2020 มีรุ่นอะไรใหม่บ้าง และแต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้งานอะไร? รวมทั้งมีการปรับปรุงจากรุ่นเดิมตรงไหนบ้าง? ติดตามได้เลยครับ

ความรู้เพิ่มเติม

แบรนด์ Saucony (อ่านว่า ซอค-กะ-นี) ก่อตั้งขึ้นในปี 1898 ณ เมือง Kutztown รัฐ Pennsylvania, สหรัฐอเมริกา โดยนักธรุกิจหนุ่ม 4 คน คือ William A. Donmoyer, Thomas S. Levan, Walter C.C. Snyder และ Benjamin F. Reider ซึ่งชื่อแบรนด์ Saucony ได้มาจากลำธารน้ำที่มีชื่อว่า Saucony (หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Saucony Creek) ที่ไหลผ่านที่ตั้งโรงงานแรกของพวกเขาในเมือง Kutztown

โดยชื่อ Saucony ได้รากศัพท์มาจากภาษาของชนพื้นเมืองอเมริกัน (หรือชนเผ่าอินเดียนแดง) คือ Saconk ที่มีความหมายว่า “สถานที่ที่แม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน”

ดังนั้น โลโก้ของแบรนด์ Saucony จึงเป็นรูปลำธารน้ำ โดยมีจุด 3 จุดบนโลโก้แทนก้อนหินขนาดใหญ่ 3 ก้อน ซึ่งในปัจจุบันก้อนหินทั้ง 3 ก้อนเปรียบเสมือนคุณค่าที่แบรนด์ Saucony ต้องการที่จะส่งมอบไปให้กับผู้บริโภค นั้นคือ ประสิทธิภาพที่ดี, สุขภาพที่ดี, และสังคมที่ดี ซึ่งเป็นการเปรียบเปรยถึงคุณค่าของแบรนด์ที่จะไม่ถูกพัดหายไป เหมือนดั่งก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่ในธารน้ำ

นอกจากนี้ แบรนด์ Saucony เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ถูกออกเสียงผิดอยู่เป็นประจำ แม้แต่ในต่างประเทศ โดยถึงขั้นที่ว่าแบรนด์ Saucony เคยต้องเขียนคำอ่านง่าย ๆ อย่าง “sock – a – knee (อ่านว่า ซอค-กะ-นี)” ลงไปบนกล่องรองเท้ากันเลยทีเดียวและในปัจจุบันยังถูกเขียนไว้บนเว็บไซต์ในส่วนของประวัติอีกด้วย

ในปัจจุบันแบรนด์ Saucony ถูกซื้อและเปลี่ยนมือไปอยู่ในเครือของบริษัทด้านการลงทุนยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Wolverine World Wide ซึ่งมีแบรนด์ในเครือที่คนไทยเราคุ้นเคยอย่าง Hush Puppies, Keds และ Merrell

ปัจจุบันรองเท้าวิ่งเทรลของ Saucony มีทั้งหมด 8 รุ่นหลัก ซึ่งบางรุ่นจะมีรุ่นย่อยอย่างเช่น รุ่นหน้าผ้ากันน้ำ (GTX) หรือ รุ่นดอกยางสำหรับทางโคลนและดินนุ่ม (ST) โดยรวมแล้วจะมีทั้งหมด 12 คู่ (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดเทคโนโลยี FORMFIT และพื้นโฟม PWRRUN PB, PWRRUN+, PWRRUN, EVERUN, PWRFOAM และ SSL EVA ของทาง Saucony)

ต่อจากนี้คือ รายละเอียดของรองเท้าวิ่งเทรล Saucony ของปี 2020 ทั้ง 12 คู่

Saucony Cohesion TR13

Saucony Cohesion TR13 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภทกึ่งถนนกึ่งเทรลตัวเริ่มต้น (Hybrid trail/road shoes) ของทาง Saucony ที่เป็นการนำเอารองเท้าถนนตัวเริ่มต้นอย่าง Saucony Cohesion 13 มาเปลี่ยนหน้าผ้าให้มีความทนทานมากขึ้น รวมทั้งเสริมดอกยางและเปลี่ยนลักษณะลายดอกยาง ให้เหมาะกับการวิ่งในทางที่ทรุกันดาร โดยยังคงพื้นชั้นกลางเป็นโฟม VERSAFOAM (ปัจจุบันถูกเรียกว่า VERSARUN) และความสูงของพื้นเท่าเดิม

ข้อมูลจำเพาะของ Saucony Cohesion TR13

  • หน้าผ้า Mesh ทอละเอียด เพื่อเพิ่มความทนทาน
  • พื้นชั้นกลางตัวเริ่มต้น VERSARUN ที่ให้ความนุ่มและดูดซับแรงกระแทก
  • น้ำหนัก: 252 กรัม
  • Offset: 12 มม. (ปลายเท้าสูง 17 มม. และส้นเท้าสูง 29 มม.)
  • มีทั้งหน้าเท้าปกติ (M) และหน้าเท้ากว้าง (W)
  • ราคา: $60 (ประมาณ 1,8xx บาท ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

Saucony Guide 13 TR

Saucony Guide 13 TR เป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภทกึ่งถนนกึ่งเทรล (Hybrid trail/road shoes) ของทาง Saucony ที่เป็นการนำเอารองเท้าถนนประเภท Daily Trainer สำหรับนักวิ่งเท้าแบน (Overpronators) อย่าง Saucony Guide 13 มาเสริมหน้าผ้าและเพิ่มยางบริเวณ Toe Bumper ให้สามารถปกป้องเท้าได้ดีมากยิ่งขึ้น

รวมทั้งเสริมดอกยางและเปลี่ยนลักษณะลายดอกยาง ให้เหมาะกับการวิ่งในทางที่ทรุกันดาร นอกจากนี้ในส่วนของพื้นชั้นกลางจะมีการเพิ่มความสูงของพื้นทั้งบริเวณปลายเท้าและส้นเท้าอีก 2 มม. เพื่อเพิ่มความนุ่มขณะวิ่ง โดยยังคงใช้พื้นชั้นกลางเป็นโฟม PWRRUN เหมือนกับ Saucony Guide 13

ข้อมูลจำเพาะของ Saucony Guide 13 TR

  • หน้าผ้าทอ (Engineered Jacquard Mesh)
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี FORMFIT
  • พื้นชั้นกลาง PWRRUN
  • มาพร้อมกับการเสริมอุ้งเท้าด้วย TPU Guidance Frame
  • น้ำหนัก: 320 กรัม
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 26.5 มม. และส้นเท้าสูง 34.5 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (M)
  • ราคา: $120 (คาดว่าเข้าไทย 4,700 บาท)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

Saucony Canyon TR

Saucony Canyon TR เป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภทกึ่งถนนกึ่งเทรล (Hybrid trail/road shoes) ตัวใหม่ของทาง Saucony ที่ถูกวางตำแหน่งให้สามารถวิ่งในทางที่ทรุกันดารได้ดีมากยิ่งขึ้นกว่ารองเท้าวิ่งเทรลประเภทกึ่งถนนกึ่งเทรลรุ่นอื่นของแบรนด์

โดยมาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง PWRRUN และแผ่นรองกันหินแบบไนลอนสาน (Woven Rock Plate) บริเวณปลายเท้า ซึ่งให้ความยืดหยุ่นได้ดีกว่าแผ่นรองกันหินแบบทั่วไป ทำให้นักวิ่งสามารถงอเท้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ยังมีการใช้พื้นยาง (Outsole) ลิขสิทธ์เฉพาะของทาง Saucony อย่าง PWRTRAC ที่สามารถยึดเกาะได้ดีในทุกสภาพพื้นผิว และลักษณะลายดอกยางยังเป็นลายดอกยางสำหรับทางเทรลแท้ ไม่เหมือนกับรองเท้าวิ่งเทรลประเภทกึ่งถนนกึ่งเทรลรุ่นอื่น ที่เป็นเพียงการนำดอกยางของรองเท้าถนนมายกดอกให้สูงขึ้น

ข้อมูลจำเพาะของ Saucony Canyon TR

  • หน้าผ้า Engineered Mesh และเสริมโครงรองเท้าด้วยเทคโนโลยี 3D-Print Overlays
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี FORMFIT
  • พื้นชั้นกลาง PWRRUN
  • มาพร้อมกับแผ่นรองกันหิน (Woven Rock Plate)
  • พื้นยางลิขสิทธ์เฉพาะ PWRTRAC (ดอกยางสูง 3.5 มม.)
  • น้ำหนัก: 317 กรัม
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 26 มม. และส้นเท้าสูง 34 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (M)
  • ราคา: $120 (เริ่มวางจำหน่ายในต่างประเทศในเดือนกรกฎาคมนี้)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

Saucony Excursion TR14

Saucony Excursion TR14 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลตัวเริ่มต้นจากทาง Saucony ที่มาพร้อมกับปัจจัยพื้นฐานที่รองเท้าวิ่งเทรลควรมีอย่างเช่น หน้าผ้าที่ทนทาน ปกป้องเท้า และดอกยางที่สามารถเกาะพื้นได้ดีในทางที่ทรุกันดาร

โดย Saucony Excursion TR14 มาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง VERSARUN และดอกยางที่สูงถึง 6 มม.

ข้อมูลจำเพาะของ Saucony Excursion TR14

  • หน้าผ้า Mesh ธรรมดา สกรีนยางรอบตัว เพื่อเพิ่มความทนทานและปกป้องเท้า
  • พื้นชั้นกลาง VERSARUN
  • ดอกยางสูง 6 มม.
  • น้ำหนัก: 303 กรัม
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 27 มม. และส้นเท้าสูง 35 มม.)
  • มีทั้งหน้าเท้าปกติ (M) และหน้าเท้ากว้าง (W)
  • ราคา: $70 (ในไทยเคยนำรุ่นปีก่อนอย่าง Saucony Excursion TR13 มาจำหน่ายในราคา 2,950 บาท)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

Saucony Excursion TR14 GTX

Saucony Excursion TR14 GTX (หรือ GORE-TEX) เป็นการนำ Saucony Excursion TR14 มาเปลี่ยนหน้าผ้า Gore-Tex หรือหน้าผ้ากันน้ำ โดยยังคงพื้นชั้นกลางและดอกยางตัวเดิม

ข้อมูลจำเพาะของ Saucony Excursion TR14 GTX

  • หน้าผ้ากันน้ำ Gore-Tex
  • พื้นชั้นกลาง VERSARUN
  • ดอกยางสูง 6 มม.
  • น้ำหนัก: 337 กรัม
  • Offset: 8 มม. (ปลายเท้าสูง 27 มม. และส้นเท้าสูง 35 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (M)
  • ราคา: $100
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

Saucony Mad River TR 2

Saucony Mad River TR 2 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภททำความเร็วระยะสั้น (0-50 กม.) ซึ่งมาพร้อมกับคำโฆษณาอย่าง “โชคชะตาที่คุณกำหนดเอง

โดย Saucony Mad River TR 2 มีความโดดเด่นในด้านการปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย เช่น ตำแหน่งรูรอยเชือก 2 ชุด เพื่อให้นักวิ่งสามารถรอยเชือกได้ตามลักษณะเท้าและปรับความกระชับตามความชอบของตัวเอง และยังมาพร้อมกับหูใส่ถุงกันกรวด (Gaiters)

นอกจากนี้พื้นยาง (Outsole) จะมีตําแหน่งสำหรับใส่สกรูขนาด 3/8 นิ้ว เพื่อให้สามารถวิ่งบนทางที่มีหิมะ รวมทั้งยังสามารถเจาะรูระบายน้ำ เมื่อต้องการนำไปวิ่งในทางที่เปียกแฉะ

Saucony Mad River TR 2 (ปี 2020) มีการเปลี่ยนแปลงจาก Saucony Mad River TR (ปี 2019) ที่ค่อนข้างมาก โดย Saucony Mad River TR (ปี 2019) มีปัญหาในเรื่องของหน้าผ้าบริเวณกลางเท้าที่จับเท้าได้ไม่ดีเท่าที่ควรเนื่องจากลิ้นรองเท้าและหน้าผ้าเป็นชิ้นเดียวกัน (เรียกว่า Bootie Style เหมือนในรองเท้า Adidas UltraBoost)

(ซ้าย) Saucony Mad River TR (ปี 2019) และ (ขวา) Saucony Mad River TR 2 (ปี 2020)

ฉะนั้น Saucony Mad River TR 2 (ปี 2020) จึงแก้ปัญหาโดยการเปลี่ยนกลับไปใช้ลิ้นรองเท้าแยกจากหน้าผ้าแบบดั้งเดิม (Traditional Tongue) และเปลี่ยนพื้นชั้นกลางไปเป็นโฟมตัวใหม่อย่าง PWRRUN แต่ยังคงใช้พื้นยาง (Outsole) ตัวเดิม

ความรู้เพิ่มเติม

Saucony Mad River TR (ปี 2019) เป็นรองเท้ารุ่นแรกของแบรนด์ Saucony ที่มาพร้อมกับการปรับแต่งที่หลากหลาย เช่น รูรอยเชือก 2 ชุด และพื้นยางที่สามารถเจาะรูระบายน้ำและติดตั้งสกรูสำหรับทางหิมะ ก่อนที่ในปี 2020 เทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในรองเท้าวิ่งเทรลรุ่นอื่น ๆ ของแบรนด์อย่าง Saucony Peregrine 10 และ Saucony Xodus 10

ข้อมูลจำเพาะของ Saucony Mad River TR 2

  • หน้าผ้า Engineered Mesh
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี FORMFIT
  • พื้นชั้นกลาง PWRRUN
  • พื้นยางลิขสิทธ์เฉพาะ PWRTRAC (ดอกยางสูง 3.5 มม.)
  • พื้นยางมาพร้อมกับตําแหน่งสำหรับเจาะรูระบายน้ำและใส่สกรูขนาด 3/8 นิ้ว
  • น้ำหนัก: 298 กรัม
  • Offset: 4 มม. (ปลายเท้าสูง 24.5 มม. และส้นเท้าสูง 28.5 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (M)
  • ราคา: $110 (คาดว่าเข้าไทยในราคาเดิมคือ 3,999 บาท)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

Saucony Switchback 2

Saucony Switchback 2 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลตัวท็อปประเภททำความเร็วระยะสั้น (0-50 กม.) ที่ถูกปรับปรุงจาก Saucony Switchback ISO (ปี 2019)

ความรู้เพิ่มเติม ต้องทำความเข้าใจถึงปัญหาของระบบ BOA ใน Saucony Switchback ISO (ปี 2019) กันก่อน

(ซ้าย) Saucony Switchback ISO (ปี 2019) และ (ขวา) Saucony Switchback 2 (ปี 2020)

Saucony Switchback ISO (ปี 2019) เป็นการวางระบบ BOA แทนที่เชือกรองเท้าปกติ (วางเชือกไว้เป็นแนวยาวบริเวณกลางหลังเท้า) ทำให้เวลาหมุน BOA ให้กระชับ จะกระชับเพียงส่วนบนของเท้าเท่านั้น แม้ว่าจะหมุนแน่นเท่าไหร่ ส่วนกลางเท้าและปลายเท้าจะไม่กระชับเท่าที่ควร ทำให้เวลาวิ่งลงเขาเท้าจะเกิดอาการเลื่อน จนนิ้วเท้าไปแตะกับปลายรองเท้า ถ้าเกิดหมุนแน่นจนเกินไปบริเวณหลังเท้าที่ใกล้กับ BOA จะรัดแน่นจนเจ็บ ซึ่งปัญหานี้มักจะเกิดกับการวางระบบ BOA แบบนี้

(ซ้าย) Saucony Switchback ISO (ปี 2019) และ (ขวา) Saucony Switchback 2 (ปี 2020)

โดยในปัจจุบันแบรนด์ใหญ่ ๆ จะแก้ไขปัญหานี้โดยการใช้ผ้าคาดผ่านบริเวณกลางเท้าแล้ววาง BOA ไว้ด้านข้างของเท้าแทน เช่น New Balance Hierro BOA, New Balance 1500 v6 BOA และ MERRELL MOMENTOUS 2 BOA

(ซ้าย) New Balance Hierro BOA, (กลาง) New Balance 1500 v6 BOA และ (ขวา) MERRELL MOMENTOUS 2 BOA

โดยใน Saucony Switchback 2 ก็ถูกปรับปรุงไปใช้ผ้าคาดผ่านบริเวณกลางเท้าแล้ววาง BOA ไว้ด้านข้างของเท้าแทน นอกจากนี้ Saucony Switchback 2 ยังมาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง PWRRUN+ และแผ่นรองกันหินแบบถักเต็มแผ่นลากยาวตั้งแต่ปลายเท้าถึงกลางเท้า

ข้อมูลจำเพาะของ Saucony Switchback 2

  • หน้าผ้า Engineered Mesh พร้อมระบบ BOA
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี FORMFIT
  • พื้นชั้นกลาง PWRRUN+
  • มาพร้อมกับแผ่นรองกันหิน (Woven Rock Plate)
  • พื้นยางลิขสิทธ์เฉพาะ PWRTRAC (ดอกยางสูง 3.5 มม.)
  • น้ำหนัก: 284 กรัม
  • Offset: 4 มม. (ปลายเท้าสูง 18 มม. และส้นเท้าสูง 22 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (M)
  • ราคา: $140 (จะวางจำหน่ายภายในเดือนสิงหาคมนี้และคาดว่าเข้าไทยในราคาเดิมคือ 5,900 บาท)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

Saucony Peregrine 10

Saucony Peregrine 10 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภททำความเร็วระยะไกล (0-170 กม.) ซึ่งตระกูล Peregrine ถือเป็นหนึ่งในรองเท้าขายดีและเป็นชูโรงของแบรนด์ Saucony ที่ได้รับกระแสวิจารณ์ไปในทางบวกที่ค่อนข้างมากในฐานะรองเท้าวิ่งเทรลอเนกประสงค์ที่สามารถวิ่งได้ในทุกสภาพพื้นผิว

โดยในครั้ง Saucony Peregrine 10 มาพร้อมกับพื้นชั้นกลาง PWRRUN และเพิ่มความโดดเด่นในด้านการปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย เช่น ตำแหน่งรูรอยเชือก 2 ชุด (บริเวณรูสุดท้าย 2 รู) เพื่อให้นักวิ่งสามารถรอยเชือกได้ตามลักษณะเท้าและปรับความกระชับตามความชอบของตัวเอง และยังมาพร้อมกับหูใส่ถุงกันกรวด (Gaiters)

นอกจากนี้พื้นยาง (Outsole) จะมีตําแหน่งสำหรับใส่สกรูขนาด 3/8 นิ้ว เพื่อให้สามารถวิ่งบนทางที่มีหิมะ รวมทั้งยังสามารถเจาะรูระบายน้ำ เมื่อต้องการนำไปวิ่งในทางที่เปียกแฉะ

ข้อมูลจำเพาะของ Saucony Peregrine 10

  • หน้าผ้า Engineered Mesh
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี FORMFIT
  • พื้นชั้นกลาง PWRRUN
  • มาพร้อมกับแผ่นรองกันหิน (Woven Rock Plate)
  • พื้นยางลิขสิทธ์เฉพาะ PWRTRAC (ดอกยางสูง 5 มม.)
  • พื้นยางมาพร้อมกับตําแหน่งสำหรับเจาะรูระบายน้ำและใส่สกรูขนาด 3/8 นิ้ว
  • น้ำหนัก: 303 กรัม
  • Offset: 4 มม. (ปลายเท้าสูง 23 มม. และส้นเท้าสูง 27 มม.)
  • มีทั้งหน้าเท้าปกติ (M) และหน้าเท้ากว้าง (W)
  • ราคา: 4,700 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

Saucony Peregrine 10 ST

Saucony Peregrine 10 ST เป็นรุ่นย่อยของ Saucony Peregrine 10 ซึ่ง ST ย่อมาจาก Sloppy Terrain ที่หมายถึง เส้นทางที่ลื่นเปียกแฉะ เช่น ทางโคลน ทางดินนุ่มบนภูเขา และทางหิมะ

โดย Saucony Peregrine 10 ST จะมีการเสริมความสูงของดอกยางจาก 5 มม. ไปเป็น 6.5 มม. และเปลี่ยนลักษณะลายดอกยางให้ห่างกันมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถวิ่งบนเส้นทางโคลนโดยที่ไม่ลื่นและสลัดโคลนออกจากพื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ Saucony Peregrine 10 ST ยังมีการเปลี่ยนหน้าผ้าไปเป็นหน้าผ้าแบบกันน้ำอีกด้วย โดยยังคงใช้พื้นชั้นกลาง PWRRUN และแผ่นรองกันหินเหมือนกับ Saucony Peregrine 10

ข้อมูลจำเพาะของ Saucony Peregrine 10 ST

  • หน้าผ้ากันน้ำ
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี FORMFIT
  • พื้นชั้นกลาง PWRRUN
  • มาพร้อมกับแผ่นรองกันหิน (Woven Rock Plate)
  • พื้นยางลิขสิทธ์เฉพาะ PWRTRAC (ดอกยางสูง 6.5 มม.)
  • น้ำหนัก: 320 กรัม
  • Offset: 4 มม. (ปลายเท้าสูง 23 มม. และส้นเท้าสูง 27 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (M)
  • ราคา: 4,700 บาท
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

Saucony Peregrine 10 GTX

Saucony Peregrine 10 GTX (หรือ GORE-TEX) เป็นรุ่นอีกหนึ่งย่อยของ Saucony Peregrine 10 สำหรับนักวิ่งที่ต้องการหน้าผ้ากันน้ำ แต่ต้องการดอกยางเหมือนใน Peregrine 10 เอาไว้วิ่งบนทางที่มีหิมะหรือทางถนนที่เปียกแฉะ ที่ไม่ใช่ทางโคลน

โดย Saucony Peregrine 10 GTX ใช้พื้นชั้นกลางและดอกยางตัวเดียวกับ Saucony Peregrine 10

ข้อมูลจำเพาะของ Saucony Peregrine 10 GTX

  • หน้าผ้ากันน้ำ Gore-Tex
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี FORMFIT
  • พื้นชั้นกลาง PWRRUN
  • มาพร้อมกับแผ่นรองกันหิน (Woven Rock Plate)
  • พื้นยางลิขสิทธ์เฉพาะ PWRTRAC (ดอกยางสูง 5 มม.)
  • พื้นยางมาพร้อมกับตําแหน่งสำหรับเจาะรูระบายน้ำและใส่สกรูขนาด 3/8 นิ้ว
  • น้ำหนัก: 318 กรัม
  • Offset: 4 มม. (ปลายเท้าสูง 23 มม. และส้นเท้าสูง 27 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (M)
  • ราคา: $150
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

Saucony Peregrine ICE+

Saucony Peregrine ICE+ เป็นรองเท้าวิ่งเทรลของปี 2019 ที่เป็นนำรุ่น Peregrine ISO (ปี 2019) มาเปลี่ยนดอกยางเป็น Vibrams ARCTIC GRIP หรือดอกยางสำหรับวิ่งบนน้ำแข็งและหิมะในฤดูหนาว นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับหน้าผ้ากันน้ำ แต่ยังคงใช้พื้นชั้นกลาง PWRFOAM และ EVERUN topsole เหมือนกับในรุ่น Saucony Peregrine ISO (ปี 2019)

ข้อมูลจำเพาะของ Saucony Peregrine ICE+

  • หน้าผ้ากันน้ำ
  • มาพร้อมกับ EVERUN topsole
  • พื้นชั้นกลาง PWRFOAM
  • พื้นยาง Vibrams ARCTIC GRIP
  • น้ำหนัก: 295 กรัม
  • Offset: 4 มม. (ปลายเท้าสูง 22 มม. และส้นเท้าสูง 26 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (M)
  • ราคา: $150
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

Saucony Xodus 10

Saucony Xodus 10 (อ่านว่า เอ็ก-เซ-ดัตส์) เป็นรองเท้าวิ่งเทรลประเภทสันทนาการทั่วไป (Recreational Trail Running Shoes หรือถูกเรียกอย่างแพร่หลายในต่างประเทศว่า Tank และ The Beast) ที่มาสานต่อรุ่นเดิมอย่าง Saucony Xodus ISO 3 (ปี 2019)

ความรู้เพิ่มเติม รองเท้าวิ่งเทรลประเภทสันทนาการทั่วไป (Recreational Trail Running Shoes, Tank, หรือ The Beast) เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่มีลักษณะเด่นในเรื่องของความนุ่มและการรับแรงกระแทกที่ดีที่สุด ทำให้เหมาะกับการวิ่งในระยะทางไกล จนในต่างประเทศเปรียบรองเท้าประเภทนี้ว่าเป็นดั่งสัตว์ป่าที่กระหายระยะทาง (The Beast) โดยส่วนใหญ่รองเท้าประเภทนี้จะมาพร้อมกับหน้าผ้าที่ค่อนข้างหนาและมีการเสริมโครงแข็งรอบตัว เพื่อเน้นความทนทานและการปกป้องเท้า อย่างไรก็ตามรองเท้าวิ่งเทรลประเภทนี้มักจะมีน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก (330 กรัมขึ้นไป) และไม่มีความคล่องตัวมากนัก ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับการซ้อมทั่วไป (Daily Run), ซ้อมด้วยเพซช้า (Recovery Run), ซ้อมวิ่งระยะไกล (Long Run) และการซ้อมวิ่งสลับเดินที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก เช่น การไปท่องเที่ยวตามอุทยานป่าเขา (Hiking) โดยเหมาะกับระยะทางตั้งแต่ 0 – 170 กม.

โดยในครั้งนี้ Saucony Xodus 10 มาพร้อมกับพื้นชั้นกลางตัวใหม่อย่าง PWRRUN+ และเปลี่ยนหน้าผ้าจาก Bootie Style ไปเป็นหน้าผ้าแบบดั้งเดิมที่ลิ้นรองเท้าแยกออกจากหน้าผ้า (Traditional Tongue)

(ซ้าย) Saucony Xodus ISO 3 (ปี 2019) และ (ขวา) Saucony Xodus 10 (ปี 2020)

รวมทั้งเพิ่มความโดดเด่นในด้านการปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย เช่น ตำแหน่งรูรอยเชือก 2 ชุด (บริเวณรูสุดท้าย 2 รู) เพื่อให้นักวิ่งสามารถรอยเชือกได้ตามลักษณะเท้าและปรับความกระชับตามความชอบของตัวเอง และยังมาพร้อมกับหูใส่ถุงกันกรวด (Gaiters)

นอกจากนี้พื้นยาง (Outsole) จะมีตําแหน่งสำหรับใส่สกรูขนาด 3/8 นิ้ว เพื่อให้สามารถวิ่งบนทางที่มีหิมะ รวมทั้งยังสามารถเจาะรูระบายน้ำ เมื่อต้องการนำไปวิ่งในทางที่เปียกแฉะ

(ซ้าย) Saucony Xodus ISO 3 (ปี 2019) และ (ขวา) Saucony Xodus 10 (ปี 2020)

ข้อมูลจำเพาะของ Saucony Xodus 10

  • หน้าผ้า Engineered Mesh
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี FORMFIT
  • พื้นชั้นกลาง PWRRUN+
  • มาพร้อมกับแผ่นรองกันหิน (Woven Rock Plate)
  • พื้นยางลิขสิทธ์เฉพาะ PWRTRAC (ดอกยางสูง 5 มม.)
  • พื้นยางมาพร้อมกับตําแหน่งสำหรับเจาะรูระบายน้ำและใส่สกรูขนาด 3/8 นิ้ว
  • น้ำหนัก: 332 กรัม
  • Offset: 4 มม. (ปลายเท้าสูง 27.5 มม. และส้นเท้าสูง 31.5 มม.)
  • มีเฉพาะหน้าเท้าปกติ (M)
  • ราคา: $150 (คาดว่าเข้าไทยในราคาเดิม 5,900 บาท)
previous arrow
next arrow
Shadow
Slider

แอดมินหวังว่าบทความนี้เป็นจะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่งหรือผู้ที่สนใจในการวิ่งหลาย ๆ ท่าน ถ้าหากท่านใดมีคำถามหรืออยากจะแชร์ประสบการณ์ในการวิ่งสามารถเข้าไปคอมเม้นได้ในเพจ FB: Running Profiles ได้เลยครับ ฝากกดไลน์และติดตามเพจด้วยครับ ขอให้วิ่งให้สนุกครับ

More on this topic

Popular stories

5 ประเภทรองเท้าวิ่งที่นักวิ่งควรรู้ก่อนเป็นโปร

การวิ่งเป็นกีฬาที่เข้าถึงง่ายที่สุดในโลก การวิ่งไม่ต้องการอุปกรณ์ที่พิเศษหรือสิ่งของราคาแพงในการเริ่มที่จะออกไปวิ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั้นก็คือ “รองเท้าวิ่งที่ดีสักคู่หนึ่ง” ท่านเคยรู้สึกไหมว่ารองเท้าบางคู่พื้นแข็งจนใส่วิ่งได้แค่ในระยะสั้น ๆ ส่วนอีกคู่พื้นนุ่ม แต่ทำความเร็วได้ยาก หรือ จะต้องซ้อมตามแผน 10k, 21k, 42k ที่มีการฝึก Easy days, Long run, Interval และ Tempo...

กำจัดกลิ่นพลาสติกในขวดน้ำของนักวิ่ง

ขวดน้ำพลาสติกสำหรับนักวิ่งไม่ว่าจะเป็นขวดแบบแข็งหรือแบบอ่อนก็มักจะพบเจอปัญหาเรื่องกลิ่นพลาสติกที่ปะปนเข้าไปในน้ำดื่ม วันนี้เราจะมาอธิบายวิธีการลดกลิ่นพลาสติกในขวดน้ำของนักวิ่งและวิธีการทำความสะอาดไม่ให้กลิ่นเหล่านี้กลับมารบกวนใจเราอีก ติดตามได้เลยครับ ขวดน้ำแบบนิ่ม (Soft Flask) โดยส่วนใหญ่จะผลิตจากพลาสติก TPU (Thermoplastic Polyurethanes) เกรดอุตสาหกรรมอาหาร หรือขวดน้ำแบบแข็ง ก็มักจะผลิตจาก PE...

คาเฟอีนในชาหรือกาแฟ เหมาะกับนักวิ่งแค่ไหน?

นักวิ่งหลายท่านคงสงสัยว่า คาเฟอีนในชาหรือกาแฟ มันช่วยให้เราวิ่งได้ดีขึ้นจริงหรือ ? นอกจากข้อดี ยังมีข้อเสียอีกไหม ? และควรดื่มก่อนวิ่งกี่นาที ? รวมทั้งต้องดื่มปริมาณเท่าไรดีล่ะ ? วันนี้เราจะมาตอบคำถามเหล่านี้กันโดยเริ่มจาก ข้อดี...

ประวัติแบรนด์ COROS นาฬิกาสำหรับการวิ่งที่มาแรงที่สุดในโลก ฉบับสมบูรณ์

วันนี้เราจะมาเล่าถึง ประวัติแบรนด์นาฬิกาสำหรับการวิ่งที่มาแรงที่สุด ณ ตอนนี้ อย่าง COROS Wearables กัน ประวัติจะร้อนแรงและตื่นเต้นน่าสนใจเพียงใดเชิญติดตามได้เลยครับ ณ งาน GeekWire Summit...

โฟม Zoom X ของทาง Nike คืออะไร และวัสดุ PEBAX คืออะไร

นักวิ่งหลายท่านคงสงสัยว่า โฟม Zoom X ของทาง Nike ที่ถูกใช้ในรองเท้าตัวแข่งอย่าง Nike ZoomX Vaporfly NEXT% และตัวใหม่อย่าง Nike Air Zoom Alphafly NEXT% นั่นเป็นวัสดุอะไร และมันดียังไง วันนี้เราจะมาไขคำตอบกันครับ

รองเท้าวิ่งเทรลของ Decathlon แต่ละรุ่น แตกต่างกันยังไง แล้วเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ?

รองเท้าวิ่งเทรลของ Decathlon จะมีอยู่ 5 รุ่นหลัก โดยแต่ละรุ่นจะมีการออกแบบเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาอธิบายกันว่าแต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้งานแบบไหน และเหมาะกับนักวิ่งประเภทไหน ติดตามได้เลยครับ ความรู้เพิ่มเติม แบรนด์ Decathlon (อ่านว่า ดี-แคท-ลอน)...

Training Plan

แผนการซ้อม 10K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 10K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม 5K ใน 8 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ 5K ภายใน 8 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Marathon ใน 18 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Marathon ภายใน 18 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett

แผนการซ้อม Half Marathon ใน 14 สัปดาห์ จากทาง Nike

ทาง Nike Running Global Head Coach (NRC) ได้ปล่อยแผนการซ้อมวิ่งสำหรับระยะ Half Marathon ภายใน 14 สัปดาห์ โดยแผนการวิ่งนี้ถูกออกแบบโดยหัวหน้าโค้ชระดับโลกของทาง Nike อย่าง Chris Bennett